แพทย์สนามงานพระราชพิธี พร้อมใจปฏิบัติหน้าที่ถวายพ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 ตุลาคม 2560 เวลา 08:22 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/analysis/report/521797

แพทย์สนามงานพระราชพิธี พร้อมใจปฏิบัติหน้าที่ถวายพ่อหลวง

โดย…ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องมีประชาชนคนไทยจำนวนมหาศาลมาส่งพ่อหลวงที่รักของคนไทยอย่างเนืองแน่นในวันที่ 26 ต.ค.2560

ความพร้อมด้านการแพทย์เพื่อรองรับประชาชนที่จะมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจึงเป็นเรื่องสำคัญและต้องไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็เพื่ออำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ และเหตุกรณีฉุกกเฉินให้กับประชาชน

อีกหนึ่งองค์ประกอบเล็กๆ แต่มีความสำคัญ ผ่านการรวมกลุ่มรวมใจของกลุ่มแพทย์จากทั่วประเทศ ที่จัดตั้งทีมแพทย์จิตอาสา จากหัวเรือใหญ่อย่างแพทยสภา มูลนิธิธรรมมาภิบาลทางการแพทย์ รวมถึงหน่วยแพทย์จาก 4 เหล่าทัพ เครือข่ายโรงพยาบาลภาครัฐ เครือข่ายโรงพยาบาลภาคเอกชน ทั้งหมดจะร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

จำนวนแพทย์รวม 594 ชีวิต และเภสัชกรอาสา พยาบาลอาสา จิตอาสาจากภาคประชาชนอีกจำนวนอีกหลายร้อยคนเช่นกัน จะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธีตั้งแต่วันที่ 23 – 31 ต.ค.รวม 9 วัน และตลอด 24 ชั่วโมง

หากถามถึงความพร้อมของหน่วยแพทย์อาสางานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา และผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ ให้คำตอบว่ามีความพร้อมด้านการแพทย์อาสารองรับประชาชนอย่างเต็มที่แล้ว

ซึ่งรูปแบบการอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนด้านการแพทย์ ในส่วนของแพทยสภาจะเป็นลักษณะ โรงพยาบาลสนามอีกจุดหนึ่งร่วมกับหน่วยอื่นๆ อีก 20 จุด กระจายตั้งโดยรอบท้องสนามหลวง ซึ่งพล.อ.ต.นพ.อิทธพร อธิบายว่า การจัดตั้งโรงพยบาลสนามจะเป็นโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่ ซึ่งต้องรองรับผู้ป่วยในทุกกรณีได้ในระดับมากกว่า 1 แสนคน โดยโรงพยาบาลสนามจะปฏิบัติหน้าที่เต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 9 วัน

จะเน้นไปที่ผู้ป่วยที่มีอาการหนักและต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงอุบัติเหตุฉุกเฉิน และเป้าหมายของโรงพยาบาลสนามในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ คือให้ประชาชนที่มาร่วมอาลัยต่อพ่อหลวงและมีอาการเจ็บป่วย จะต้องรอดจากอาการป่วยนั้นๆ ที่เกิดขึ้นทุกคน

“เป็นการร่วมแรงร่วมใจกันทำงานและปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์อาสา เจ้าหน้าที่อาสา ในห้วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพราะคาดกันว่าประชาชนจะมาร่วมงานพระราชพิธีจำนวนมาก” พล.อ.ต.นพ.อิทธพร เล่าถึงความพร้อม

นอกจากหน่วยแพทย์สนามที่จัดเตรียมขึ้นเพื่อรองรับประชาชนในงานพระราชพิธีสำคัญแล้ว พล.อ.ต.นพ.อิทธพร บอกเสริมว่า ได้ร่วมกับหน่วยแพทย์อื่นๆ ที่ส่งแพทย์จิตอาสา เจ้าหน้าที่พยาบาลมาร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ในส่วนพื้นที่รอบนอกยังคงมีซุ้มแพทย์ขนาดเล็กจัดเตรียมไว้รองรับประชาชนด้วย รวมถึงช่วยเหลือบรรเทาอาการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรงมากร่วมกับหน่วยแพทย์ของกรุงเทพมหานครด้วยเช่นกัน และเพื่อเป้าหมายร่วมกันที่ประชาชนจะต้องปลอดภัยจากทุกปัญหาด้านสุขภาพในวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

กระนั้น สิ่งที่พล.อ.ต.นพ.อิทธพร ฝากถึงประชาชนที่จะมาร่วมงานพระราชพิธีที่ท้องสนามหลวง ขอให้ประเมินสภาพร่างกาย และอาการเจ็บป่วยของตนเองด้วย หากจำเป็นจะต้องพกยาประจำตัวในจำนวนที่เพียงพอ และหากประเมินแล้วร่างกายของตนเองไม่สะดวกจะเดินทาง ก็สามารถแสดงความอาลัยยังจุดที่เดินทางสะดวกได้ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ

สำหรับ 21 จุด จะมีการประกาศ ระบบแพทย์นั้น จะถูกวางเป็นวงรอบพื้นที่สนามหลวง ขณะที่การเจ็บป่วยทุกจุดจะถูกดูแลโดยแทพย์ในจุดนั้นๆ ขอให้ประชาชนที่จะมางานพระราชพิธีไม่ต้องกังวล เนื่องจากจะมีแพทย์และจิตอาสาจะดูแลอย่างทั่วถึง ครอบคลุม

“แพทย์อาสา พยาบาลอาสา และเจ้าหน้าที่อาสาจากทุกภาคส่วน จะเป็นเพียงอีกจุดหนึ่งเล็กๆ ที่ร่วมใจกันกับจิตอาสาในจุดอื่นๆ แพทย์ทุกหมู่เหล่ามีความจงรักภักดี และเป็นการรวมตัวกันมาด้วยหัวใจพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และขอให้ประชาชนวางใจได้” พล.อ.ต.นพ.อิทธพร กล่าวย้ำ

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ก็พร้อมเช่นกันในด้านของการแพทย์ โดยคำยืนยันจาก ภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกทม. บอกเล่าว่า ได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนที่จะมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งกทม.ได้จัดเตรียมหน่วยแพทย์ในสังกัดกทม.ไว้โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉิน และประสานไปยังโรงพยาบาลในสังกัดด้วย ขณะเดียวกันก็ยังทำงานร่วมกับหน่วยแพทย์ของทั้ง 4 เหล่าทัพ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้ทุกอย่างมีความพร้อมมากที่สุด

“โรงพยาบาลในสังกัดกทม.จะส่งแพทย์และพยาบาลบางส่วนมาประจำตามจุดที่ได้จัดเตรียมไว้ ขณะที่ส่วนหนึ่งก็ให้เตรียมพร้อมยังที่ตั้งกรณีฉุกเฉินต้องส่งประชาชนที่เจ็บป่วยในการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งกทม.จะเน้นไปที่เหตุฉุกเฉินเป็นหลัก แต่หากประชาชนที่จะเป็นลมหรือมีปัญหาเล็กน้อย ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องที่กระจายในพื้นที่เข้าให้ช่วยเหลือได้ทันที” ปลัดกทม. กล่าวทิ้งท้าย

ภาพประกอบข่าว

 

Leave a comment