ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันที่ 04 มี.ค. 2561 เวลา 11:50 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/542973

โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย piangor@hotmail.com
“คยองมูแด” คือชื่อตึกที่พำนักของผู้ปกครองผู้แทนพระองค์จักรพรรดิญี่ปุ่น ในช่วงที่เข้ายึดครองเกาหลีเมื่อราวร้อยกว่าปีก่อน
(ต่อจากสัปดาห์ก่อน)…ตึกนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของ “พระราชวังคยองบ๊ก” ซึ่งญี่ปุ่นได้ทำการรื้อถอน อาคาร พระตำหนักโบราณในสวนหลวงหลังพระราชวังออกไปเพื่อสร้างที่พำนักนี้ การสร้างตึกใหม่จึงขัดต่อความรู้สึกของชาวเกาหลีและวิญญาณบรรพบุรุษอย่างยิ่ง ทว่า เคราะห์กรรมของประเทศและชาวเกาหลีในครั้งนั้น เป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้

เมื่อดูจากรูปภาพเก่าแก่จะเห็นว่า“คยองมูแด” ซึ่งสร้างทับส่วนหนึ่งของพระราชวังและลานฝึกซ้อมธนูส่วนพระองค์ ได้กลายเป็นตึกทรงฝรั่งตามสมัยนิยม และมีหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ำเงินอมฟ้า (สีเทอคอยส์) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของเกาหลี ญี่ปุ่นปกครองเกาหลีถึง 34 ปี เมื่ออำนาจอธิปไตยกลับมาสู่มือของชาวเกาหลี ประธานาธิบดีคนแรก ได้แก่ นาย “ลีซึงมาน” ก็ได้ใช้ตึกนี้เป็นที่พำนักและทำงาน
ในยุคที่ประธานาธิบดี ลีซึงมาน ปกครองประเทศ 12 ปี เรียกว่าเป็นยุคของการคอร์รัปชั่น ที่ฉาวโฉ่ที่สุด หลังสงครามเกาหลีมีการเข่นฆ่าผู้ที่มีความคิดเห็นต่างทางการเมืองมากที่สุด จนนักศึกษาและประชาชนจำนวนมหาศาลออกมาเดินขบวนขับไล่ ประธานาธิบดีลีต้องหลบหนีออกนอกประเทศโดยขึ้นเครื่องบินทหารสหรัฐลี้ภัยไปอยู่ฮาวาย ประธานาธิบดีคนที่ 2 คือ นาย “ยุนโบซอน” จึงให้เปลี่ยนชื่อที่พำนักของประธานาธิบดีเป็น “ชองวาแด” เพื่อให้ลืมเรื่องร้ายของประเทศในอดีต ตั้งแต่การถูกญี่ปุ่นยึดครอง สงครามเกาหลี จนถึงนายลีซึงมาน คำว่า “ชอง” นั้นแปลว่าสีน้ำเงินอมฟ้า ก็มาจากสีของกระเบื้องหลังคานั่นเอง
ทว่า แม้จะเปลี่ยนชื่อไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อผู้นำยังต้องทำงานอยู่ในตึกเก่าที่มีประวัติเกี่ยวพันกับความหายนะในอดีต คณะทำงานส่วนใหญ่เกรงว่าจะไม่เป็นมงคล ความทรงจำที่เลวร้ายยังรบกวนจิตใจทุกคนอยู่ จึงมีมติให้สร้างตึกใหม่ในปี 1990 เพื่อเป็นที่พำนักและบริหารงานของประธานาธิบดีเกาหลีในสมัยประธานาธิบดี “โนแทอู” ตึกใหม่นี้ก็ยังคงมีหลังคาเป็นกระเบื้องดินเผาสีน้ำเงินอมฟ้าเช่นเดิม จึงยังคงมีชื่อเดิมว่า “ชองวาแด”

ส่วนตึกเก่านั้นถูกรื้อถอนไปในปี 1993 บริเวณรอบๆ ถูกปรับทัศนียภาพใหม่ให้คล้ายกับสวนหลังพระราชวังในอดีต และยังคงมีป้ายชื่อและก้อนหินใหญ่วางเป็นเครื่องหมายอยู่ว่าครั้งหนึ่งสถานที่นี้เคยเป็น “คยองมูแด” ซึ่งมีคำอธิบายเพื่อให้เกิดมงคลแก่สถานที่ ว่าเป็น “จุดที่เป็นความสุขสูงสุดในใต้ฟ้าแผ่นดินเกาหลี” ตามตำราดูภูมิประเทศน่าจะเป็นเช่นนั้น ทว่าน่าเสียดายที่มิอาจมีผู้ใดมีบุญบารมีถึง “คยองมูแด” อยู่ในเส้นทางเดินภายในที่คณะเยี่ยมชมทำเนียบประธานาธิบดีได้รับอนุญาตให้เข้าถึงและถ่ายรูปได้ค่ะ
เราเดินผ่านสวนที่เรียกว่า “นกจีวอน” ซึ่งหยุดถ่ายภาพได้ จุดสำคัญตรงนี้คือเป็นสวนที่รักษาต้นไม้ที่มีมาแต่โบราณไว้ บางต้นที่เจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูมีอายุยืนยาวราว 800 ปี จะเรียกว่าเป็นสวนที่เป็นสมบัติของชาติเลยก็ว่าได้ เมื่อเดินมาถึงหน้าทำเนียบ “ชองวาแด” หลังคาสีน้ำเงินอมฟ้าที่เคยเห็นแต่ในรูปภาพ ทุกคนในคณะเยี่ยมชมตั้งแต่เด็กเล็กอนุบาล ชาวเกาหลีเองแท้ๆ และพวกเราต่างถ่ายภาพกันจนชัตเตอร์ไหม้ ด้านหน้าอาคารมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ หลังคาอันลือลั่นที่กลายมาเป็นชื่อทำเนียบนั้น ต้องใช้กระเบื้องราว 1.5 แสนแผ่น ซึ่งเผาตามกรรมวิธีโบราณจนให้ได้สีสวยเช่นนี้ และมีความทนทานถึง 100 ปีโดยไม่เปลี่ยนสีเลย
จุดสุดท้ายก่อนลาจากคือ อาคารที่เรียกว่า “ยองบินกวาน” ซึ่งเป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองระดับชาติ เราเดินทะลุด้านข้างออกมาภายนอก ด้านหน้าเป็นลานหินที่สร้างย่อส่วนมาจากลานเดินในพระราชวังคยองบ๊ก เป็นอีกจุดหนึ่งที่อนุญาตให้ถ่ายภาพ การทัวร์ทำเนียบประธานาธิบดีเสร็จสิ้น ณ จุดนี้ พวกเราต้องคืนหูฟังแปลภาษาเพื่อจะแลกพาสปอร์ตคืน พร้อมทั้งรับของที่ระลึกจากทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งเป็นซองหนังคล้องคอใส่บัตรเครดิตเก๋ไก๋ไม่เบา แล้วเดินออกทางประตูด้านข้างที่เดินทะลุออกไป “อินซาดง” ได้ค่ะ

ทำเนียบชองวาแด เปิดให้ประชาชนทั้งเกาหลีและต่างชาติเข้าชมได้ฟรี การเข้าชมใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง แต่ละวันจะมีเป็นรอบๆ (10.00, 11.00, 14.00, 15.00) วันอังคารถึงเสาร์ เว้นวันหยุดราชการ ผู้ประสงค์จะเข้าเยี่ยมชมต้องยื่นความจำนงขอเข้าชมล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์-6 เดือน ทางเว็บไซต์ของทำเนียบที่ https://english1.president.go.kr/tours/tours.php สามารถยื่นเองได้โดยไม่ผ่านบริษัททัวร์ และต้องแจ้งรายละเอียด ดังนี้ – ชื่อเต็ม หมายเลขพาสปอร์ต วันหมดอายุ ออกให้โดย วันเดือนปีเกิดสถานที่ติดต่อได้ เช่น อีเมล เบอร์โทร สัญชาติ และวันเวลาที่ต้องการเข้าเยี่ยมชม – ของทุกคน ก่อนกดส่งข้อมูลควรตรวจสอบข้อมูลในพาสปอร์ตให้ถูกต้อง หากใส่ข้อมูลผิดพลาดเมื่อไปถึงแล้วข้อมูลไม่ตรงกับพาสปอร์ตก็ไม่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ค่ะ
ดังนั้น การเดินทางต้องวางแผนล่วงหน้านะคะ เมื่อถึงวันเวลาที่เข้าชมให้ไปถึงจุดนัดพบบริเวณที่จอดรถทางฝั่งตะวันออกของพระราชวังคยองบ๊กใจกลางกรุงโซล ก่อนเวลานัดอย่างน้อย 20 นาที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารและพาสปอร์ต (อย่าลืมเด็ดขาด) เมื่อตรวจเอกสารเรียบร้อยก็จะนำท่านเดินทางไปสู่ทำเนียบชองวาแด