ณัฐณี เกษมรัฐกุล เปลี่ยนสองมือเล็กๆ เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 28 ต.ค. 2560 เวลา 11:23 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522276

ณัฐณี เกษมรัฐกุล เปลี่ยนสองมือเล็กๆ เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่

โดย พุสดี สิริวัชระเมตตา

อาจเพราะมี “จิตอาสา” ที่อยากเป็นพลังในการช่วยสังคมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะได้ก้าวเข้ามาทำงานในสายงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการเพื่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน อย่าง (ซีเอสอาร์) มาโดยตลอด

ทำให้ “นัท” ณัฐณี เกษมรัฐกุล หัวหน้าฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ผู้นำด้านขนมและของว่างชั้นนำของโลก อาทิ ฮอลล์ เดนทีน โอรีโอ และแคดเบอรี เป็นต้น ยิ่งรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้เข้ามาทำงานนี้

 “ตั้งแต่งานแรกที่นัทเข้ามาทำ ก็ได้มีโอกาสคลุกคลีกับสายซีเอสอาร์แล้ว ซึ่งถ้าย้อนไป 15 ปีที่แล้ว ต้องบอกว่าซีเอสอาร์สมัยก่อนยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของบริษัทแบบทุกวันนี้ รูปแบบของซีเอสอาร์ยังจำกัดอยู่แค่การบริจาคเงิน เอาของไปให้เท่านั้น นัทยอมรับนะคะว่าช่วงแรกๆ ที่ทำ นัทก็ยังไม่อินเท่าไหร่”

นัทถ่อมตัวว่า ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็น “จิตอาสา” เพียงแต่หากมีโอกาส เธอมักร่วมเป็นส่วนเล็กๆ ในการทำความดีเพื่อสังคม เช่น ไปบริจาคโลหิต เมื่อถึงวันสำคัญอย่างวันเกิด จะชวนครอบครัวไปเลี้ยงอาหารกลางวันบ้านเด็กอ่อน นำเงินไปบริจาคตามสถานสงเคราะห์ หรือบ้านเด็กกำพร้า บางครั้งก็ไปช่วยปลูกป่า ทาสีโรงเรียนบ้าง

 “นัททำของนัทแบบนี้มาเรื่อยๆ แต่พอมาบวกกับสายงานด้านซีเอสอาร์ที่ทำ นัทเริ่มรู้สึกว่าบางครั้งเราอาจเป็นเพียงกำลังเล็กๆ แต่พอมีหน่วยงานหรือองค์กรเข้ามา พลังเล็กๆ ของเราก็ยิ่งใหญ่ขึ้น ทั้งในเรื่องทุนทรัพย์ที่เข้าไปช่วยเหลือ กำลังคนจิตอาสาที่ลงไปช่วย”

 ด้วยเหตุนี้เอง ตลอดการทำงานกว่าสิบปีที่ผ่านมา นอกจากเธอจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในโครงการซีเอสอาร์ขององค์กรมากมาย ล่าสุดเธอยังตั้งกลุ่ม Joy Club และทำบุญคลับขึ้นในองค์กร เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการเป็นพลังเล็กๆ ช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ผู้บริหารสาวอธิบายให้เห็นภาพตามว่า Joy Club เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นภายในบริษัท เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมให้พนักงานภายในได้มีโอกาสแบ่งปันความสุขให้สังคม ด้วยการระดมทุนเพื่อนำเงินไปบริจาค โดยเราจะทำการสื่อสารกันภายในโดยผ่านตัวแทนของแต่ละแผนก

“ส่วนทำบุญคลับ เราอาศัยอาสาสมัครจากพนักงานในบริษัทมารวมตัวกัน เพื่อชวนคนในองค์กรมาร่วมกันทำบุญทำทาน โดยเราจะระดมความคิดกันเพื่อจัดกิจกรรมหาเงินแล้วทำสิ่งดีๆ ต่อไป ตั้งเป้าว่าอย่างน้อยทุกไตรมาส เราต้องคิดธีมขึ้นมาเพื่อจัดกิจกรรม ที่ทำไปแล้วอย่างเช่น นำเงินไปไถ่ชีวิตโคกระบือที่โรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองปทุมธานี ไปร่วมบริจาคที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด บ้านพักคนชราบางแค”

 ถามว่าการทำงานจิตอาสาครั้งไหนที่เธอรู้สึกประทับใจไม่ลืม ผู้บริหารสาวใจดีตอบว่า ถ้าเป็นงานเพื่อสังคมที่ทำแบบส่วนตัว เธอยกให้เมื่อครั้งไปร่วมเป็นอาสาสมัครแพ็กสิ่งของที่สภากาชาดไทย ตอนที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ในครั้งนั้น นอกจากจะประทับใจที่ตัวเองได้มีส่วนหยิบยื่นความช่วยเหลือไปยังผู้ที่เดือดร้อน เธอยังซาบซึ้งใจที่ได้เห็นพลังมวลชนที่ยิ่งใหญ่ ได้เห็นพลังของคนไทยที่แม้จะเป็นคนแปลกหน้า แต่ก็พร้อมช่วยเหลือกันในยามที่เกิดวิกฤต

ส่วนกิจกรรมซีเอสอาร์ที่ทำแล้วภาคภูมิใจไม่ลืมคือ “โครงการ JOY Schools – โรงเรียนสุขหรรษา” ซึ่งเธอริเริ่มตั้งแต่ปี 2556 และพัฒนารูปแบบให้สมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ จากการมอบทุนสนับสนุนอาหารเช้า และส่งเสริมความรู้ด้านหลักโภชนาการที่ถูกต้องผ่านการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนให้แก่นักเรียน

เพราะเชื่อว่าอาหารเช้าเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของพัฒนาการเด็กวัยเรียน โดยโครงการนี้ทำต่อเนื่องทุกปี จนขยายผลเป็น 5 โรงเรียนแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นโครงการต้นแบบที่จะนำไปใช้ที่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนามต่อไป

 “นอกจากจะสนับสนุนอาหารเช้าแล้ว นัทยังอยากส่งเสริมให้เด็กไทยเข้าใจว่าอาหารเช้าสำคัญต่อพวกเขาอย่างไร จึงได้ถ่ายทอดผ่านแอนิเมชั่น ‘M Hero’ ภายใต้โครงการอาหารเช้าสุขหรรษา (JOY Breakfast) โดยหวังว่าจะช่วยให้เด็กๆ ได้รับประทานอาหารเช้ากันอย่างทั่วถึง

ความสุขของนัททุกครั้งที่ได้ทำงานจิตอาสา คือการได้เห็นรอยยิ้มของผู้รับ อย่างบางครั้งเราไปจัดกิจกรรมตามโรงเรียน ซึ่งนัทจะไปด้วยทุกครั้ง เราจะดีใจมาก ที่เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ บางครั้งจบงาน ครูใหญ่ก็จะให้ศีลให้พรกลับมา หลายคนอาจจะมองว่าการทำกิจกรรมซีเอสอาร์เป็นการสร้างภาพของบริษัทหรือเปล่า นัทมองว่าหากมองในมุมการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรก็ไม่ผิด แต่อย่างน้อยสังคมก็ได้รับการช่วยเหลือ ถือว่าวิน-วินทั้งคู่

แต่สำหรับนัท ทุกโครงการที่นัททำเราคิดอย่างดีว่าจะช่วยเหลือโรงเรียนไหน ช่วยเหลืออย่างไร มีการติดตามผล เพื่อให้วันหนึ่งที่เราออกมา โครงการของเราจะยังอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทำเพื่อสร้างภาพแน่นอน” นัท กล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment