เนตรนิภา สิญจนาคม วางแผนเผื่อเรื่องไม่คาดฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 11 พ.ย. 2560 เวลา 11:17 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/524732

เนตรนิภา สิญจนาคม วางแผนเผื่อเรื่องไม่คาดฝัน

ผู้อยู่เบื้องหลังงานต่างๆ ที่ถูกจัดแสดงบนเบื้องหน้าอันสวยหรู ถูกเรียกว่าคนทำอีเวนต์ หรืออาชีพ “นักสร้างฝัน” ที่ใช้แรงบันดาลใจในการขับเคลื่อน อีกทั้งต้องทำให้เรื่องงานและเรื่องส่วนตัวมีส่วนผสมที่ลงตัว ถึงจะมีความสุขกับการทำงานที่แท้จริง

เพราะคนทำงานสายอีเวนต์ส่วนใหญ่ก็เป็นพวก “ใช้ใจทำงาน” ไม่แพ้คนทำงานสร้างสรรค์ประเภทอื่น “ออม” เนตรนิภา สิญจนาคม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัม ผู้ประกอบการอีเวนต์ ออร์แกไนเซอร์ สาวมั่นอีกคนหนึ่งที่ทำงานสายสร้างฝันและสร้างสรรค์กับอาชีพออร์แกไนเซอร์มาไม่น้อยกว่า 28 ปี เรียกว่าตลอดชีวิตของการทำงานก็ว่าได้

จากเด็กกิจกรรมในรั้วโรงเรียนสตรีวิทยาเข้าสู่มหาวิทยาลัย ด้วยเพราะเอนทรานซ์ไม่ติด จึงเลือกที่จะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง บริหารธุรกิจ เอกโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ แต่ด้วยความสนใจที่อยากเรียนรู้ในสายงานสร้างสรรค์ จึงใช้เวลาที่มีนอกเหนือจากการเรียนทำงานไปด้วยเพื่อหาประสบการณ์

เสมือนหนึ่งเป็นกิจกรรมที่ควบคู่ไปกับการเรียน ไม่ว่าจะเป็นงานพิธีกร งานเขียนบท งานละคร หรือแม้แต่การไปเป็นสตาฟฟ์ในงานต่างๆ เพื่อเรียนรู้ จนในที่สุดก็ได้ค้นพบและได้ทำในสิ่งที่รัก นั่นคือธุรกิจออร์แกไนเซอร์ ที่เป็นธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่ง สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ได้ตอดเวลา

“ธุรกิจออร์แกไนเซอร์เมื่อ 25 ปีก่อน ก็ไม่เหมือนปัจจุบัน เป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ไม่ค่อยมีคนสนใจ กว่าจะได้ความรู้แต่ละเรื่องมาต้องลงมือทำด้วยตัวเองทั้งหมด เริ่มทำตั้งแต่อายุ 22 ปี ในช่วงที่เริ่มงานแรกๆ ยังเป็นบริษัทมัลติวิชั่นสไลด์อยู่ เราทำไปเรียนรู้ไป น่าจะเป็นฝ่ายขายคนเดียวที่ได้ทำผลิตด้วย เพราะตัวเองเป็นคนชอบเรียนรู้ จึงใช้ความสนุกและความอยากรู้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน” เนตรนิภา เท้าความหลัง

 งานออร์แกไนเซอร์จริงๆ แล้วไม่ใช่งานที่ง่ายนัก เธอชี้ว่าเป็นงานที่ต้องรู้จริง คิดจบ แก้ปัญหา และใช้เวลาให้คุ้มค่า ถึงจะออกมาดีได้

 “ตอนทำแรกๆ ก็ไม่คิดว่าจะทำนานแค่ไหน รู้แต่ว่าสนใจอะไร อยากรู้อะไรก็ทำไปให้เต็มที่ ทำไปทำมาก็รักและรักมากขึ้น เพราะเป็นงานที่สนุกและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ได้อยู่ตลอดเวลา จนถึงเวลาที่ได้แต่งงานและเปิดบริษัทออร์แกไนเซอร์ขึ้นมา ชื่อบริษัท เซ็นทรัม ซึ่งการมีบริษัทก็เหมือนมีลูกที่ต้องดูแลจนเวลาผ่านไปกว่า 20 ปี

 “กระนั้นเองมารู้สึกตัวอีกทีก็ย่างเข้าเลข 5 แล้ว โดยชีวิตในวัยเลข 5 ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะ เมื่อก่อนเราอาจจะรู้สึกว่าพออายุ 50 จะต้องแก่ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่เคยรู้สึกแก่ เรามีความสุขทุกวัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ยังมีแรงบันดาลใจในการทำงานและการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา”

เนตรนิภา บอกว่าพอมีความรู้มีประสบการณ์มากขึ้นก็อยากแบ่งปัน ก็เลือกที่จะนำไปสอนน้องๆ ตามมหาวิทยาลัยบ้าง รับน้องๆ ฝึกงานด้าน MICE และ Event มาสอนบ้าง

“ก็มีความสุขดี ครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มในชีวิต คิดว่าตัวเองเป็นคนโชคดีที่มีครอบครัวดีและคอยให้กำลังใจ รู้ว่าเราทำงานหนักแค่ไหนตั้งแต่เปิดบริษัทจนทุกวันนี้ 20 กว่าปี ลูกๆ ก็โตขึ้นอย่างมีคุณภาพ ทั้งหมดในชีวิตที่ผ่านมาก็คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ชีวิตเดินไปข้างหน้าได้ตลอด”

อนาคตหลังจากนี้ เธอก็เริ่มมองเรื่องความมั่นคง และการพักผ่อนหลังเกษียณไว้แล้ว โดยเราจะนำรายได้ที่เข้ามาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

“แบ่งเป็นเงินสำหรับค่าใช้จ่ายด้านท่องเที่ยว ที่จัดส่วนนี้เป็นก้อนแรก เพราะการเดินทางทุกครั้งจะสร้างจินตนาการให้กับการทำงาน เป็นการเติมเต็มให้กับเราและสมาชิก ส่วนเงินก้อนที่ 2 ก็จะจัดไว้เป็นทุนการศึกษาของลูกๆ และก้อนที่ 3 ก็จะเก็บไว้สำหรับอนาคต ซึ่งจะเป็นก้อนรวมสำหรับเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่คาดฝัน ส่วนอนาคตที่ไกลกว่านั้น ก็ไม่มีอะไรมาก เดินหน้าต่อไป ยังอยากทำอะไรให้ได้มากขึ้น ดีขึ้น เป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวมมากขึ้น

“เราเชื่อว่าเราก็เป็นคนหนึ่งที่มีศักยภาพ และสามารถทำอะไรเพื่อคนข้างหลังได้อีกมาก ก็ตั้งใจทุกอย่างที่ได้มีโอกาสทำ” เนตรนิภา ทิ้งท้าย

Leave a comment