หนาวนี้อีกนาน (มั้ย)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 15 พ.ย. 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/525362

หนาวนี้อีกนาน (มั้ย)

สะใจคนชอบความหนาว เพราะปีนี้อากาศจะหนาวยาวนาน อย่างไรก็ตาม เป็นความหนาวที่จะไม่ได้มาในทุกวันต่อเนื่อง หากลมหนาวยะเยือกจะพัดมาเป็นช่วงๆ ตลอด 3 เดือนข้างหน้า…ถึงอย่างนั้น ก็สะใจอยู่ดี

ถามจริงๆ ก็ตอบตรงๆ ว่า หนาวนี้ อีกนานนนนนน……

แอบสะใจไม่น้อยได้เมื่อรู้ว่า หนาวนี้จะอยู่กับคนไทยไปอีกอึดใจใหญ่ๆ อย่างน้อยก็ถึงปลายเดือน ม.ค. 2561 และเป็นไปได้สูงที่จะหนาวต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือน ก.พ.อีกต่างหาก ก็ทำไมจะไม่ (สะใจ) ในเมื่อหลายปีที่ผ่านมา หน้าหนาวประเทศไทยมาแบบไม่หนาว หรือที่เรียกว่าหนาวป๊อบๆ แป๊บๆ แบบนับ (ไม่กี่) วัน โธ่ๆๆๆ

วันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เล่าให้ฟังว่า หน้าหนาวปีนี้จะมีความหนาวเย็นปกติ โดยเป็นความหนาวตามฤดูกาล ที่ไม่ได้สุดขั้วไปข้างใดข้างหนึ่ง มีระยะตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. 2560-กลางเดือน ก.พ. 2561 โดยกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา

“ลมหนาวถึงวันนี้ก็เป็นระลอกที่ 3 แล้ว จากนี้ไปจะมาอีกหลายระลอก ตัวแปรสำคัญของฤดูหนาวบ้านเราคือความกดอากาศสูงจากจีนทิเบตหนึ่ง และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนืออีกหนึ่ง จะหนาวมั้ย จะหนาวอีกนานมั้ย ขึ้นอยู่กับสองปัจจัยนี้” วันชัย กล่าว

 

 

ผลมาจากเหตุปัจจัย ความยาวนานของฤดูหนาวก็เฉกเช่นกัน หากความกดอากาศสูงจากซีกโลกเหนือ แถบจีนและทิเบต แผ่ลงมาลึก และลมมรสุมพัดตะวันออกเฉียงเหนือจากฝั่งแปซิฟิกผ่านพัดเข้ามาเป็นระยะๆ ส่งผลให้หนาวเย็นโดยทั่วไป

อุณหภูมิ ณ เทือกเขาและยอดดอย จัดอยู่ในเกณฑ์หนาวจัด 2-3 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิในเขตภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือจัดอยู่ในเกณฑ์หนาว 13-14 องศาเซลเซียส (อากาศหนาว : 8-15.9 องศาเซลเซียส) ขณะที่ “เอ็กซ์ตรีม” หรือหนาวที่สุด 7-8 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่

“ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือปัจจุบันมีอุณหภูมิ 11 องศาเซลเซียส จากเมื่อแรกมวลอากาศเย็นพัดเข้ามารอบแรก อุณหภูมิ 6-7 องศาเซลเซียส ในปีนี้อุณหภูมิยอดดอยคาดว่าใกล้ 0 องศา โดยจะมีความเย็น ได้เห็นหมอกเช้า ได้เห็นแม่คะนิ้ง ได้เห็นเหมยขาบ หรือน้ำค้างแข็งกันถ้วนทั่ว” วันชัย กล่าว

สำหรับกรุงเทพฯ จะหนาวต่อเนื่อง หากอุณหภูมิปีนี้คาดว่าจะไม่หนาวจัด โดยจะมีอุณหภูมิเย็น 17-18 องศาเซลเซียส (อากาศเย็น : 16-22 องศาเซลเซียส) เตรียมซักเสื้อหนาวกันได้ เพราะจะหนาวแน่ (เย้) อากาศเย็นและแห้ง ฝนลดลงไปเรื่อยๆ ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนชุกต่อไปจนถึงเดือน ธ.ค.

“กรุงเทพฯ จะหนาวแน่ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งเดือนหลังของ ธ.ค. จะมีโอกาสที่คลื่นความกดอากาศสูงจะพัดเข้ามาลึกและพัดเข้ามาแรงในช่วงนั้น” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าว

สำหรับการเตรียมความพร้อมของประชาชน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า ภัยหนาวและการรับมือ สำคัญคือสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน เริ่มจากการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาและยอดดอยที่จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด การดูแลสัตว์เลี้ยงที่ต้องเพิ่มความอบอุ่นภายในโรงเรือน หรือการดูแลสัตว์น้ำในกระชังที่ต้องลดปริมาณอาหารลง เป็นต้น

“ความหนาวจัดคือภัยชนิดหนึ่ง เตรียมเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสม และอย่าดื่มเหล้าเพื่อแก้หนาว เพราะไม่ได้แก้ นอกจากจะไม่แก้และต้องหนาวต่อไปแล้ว ก็ยังอาจเสียชีวิตจากการนี้ได้ ที่ผ่านมาคือปัญหาความเชื่อว่าสุราคลายหนาวได้ หลายคนดื่มแล้วปล่อยปละละเลยเรื่องความอบอุ่น เมาพับหลับไปอยู่นอกบ้าน ถ้าอุณหภูมิหนาวมากร่างกายจะรับไม่ได้”

 

 

การใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวัง  สำหรับบางช่วงที่จะมีหมอกในตอนเช้า โดยเฉพาะในช่วงที่บริเวณความกดอากาศสูงมีกำลังอ่อนลง และมีลมใต้จากทะเลพัดเข้าสู่ฝั่ง ฤดูกาลแห่งความหนาวเย็นและหมอกในยามเช้า พัดพามาด้วยคืออุบัติเหตุ ควรสำรวจไฟหน้าและไฟท้ายให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มองเห็นได้ในระยไกล เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ต่อเนื่องไปต้นปีหน้า อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาเล่าว่า เดือน ม.ค.-กลางเดือน ก.พ. เป็นช่วงฤดูหนาวตอนปลาย แต่สภาพอากาศยังคงหนาวเย็น ตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะยังมีความหนาวที่ต่อเนื่องยาวนานกว่าทางตอนล่างของภาค จากนั้นก็จะค่อยๆ ลดอุณหภูมิความหนาวเย็นลงกระทั่งเข้าสู่ฤดูร้อน

“ความหนาวเย็นของฤดูหนาวดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กลุ่มนิยมท่องเที่ยวธรรมชาติยิ่งคึกคักมาก เชื่อว่าปีนี้จะเป็นอีกปีที่การท่องเที่ยวไทยจะคึกคักที่สุดปีหนึ่ง”

ภูมิอากาศโลกมองไปข้างหน้า อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า โกลบอลวอร์มมิ่ง ผลกระทบที่ส่งผลต่อโลก ไม่เว้นแม้แต่สภาพอากาศที่ปรับเปลี่ยน ธรรมชาติกลายเป็นมิติความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บทบาทของกรมอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งจำเป็น เรียนรู้และใช้ประโยชน์จากอนาคตที่บอกล่วงหน้า

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้ว นับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คงดีไม่น้อยถ้าประชาชนชาวไทยมีความพร้อมมีความเข้าใจ กรมถือเป็นภาระหน้าที่สำคัญประการหลักที่จะทำให้การพยากรณ์อากาศได้เชื่อมโยงต่อทุกภาคส่วน ในอันที่จะลดความสูญเสียหรือป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น

ปัจจุบันผู้สนใจ เข้าเยี่ยมชมการตรวจสภาพอากาศและการพยากรณ์อากาศได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th ยังมีช่องทางโซเชียล เช่น เฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ ได้แก่ พยากรณ์อากาศชาแนล ที่ผู้ประกาศใช้ 4 ภาษาท้องถิ่นสื่อสารแจ้งข่าว เช่น ภาษาใต้และอีสาน ยังมีสถานีวิทยุเอเอ็มและเอฟเอ็ม รวมทั้งล่าสุดกำลังจะมี “แอพพลิเคชัน” ใหม่ ที่เตรียมอัพโหลดกันได้เร็วๆ นี้

“โลกเปลี่ยน สภาพภูมิอากาศเปลี่ยน เราทุกคนบนโลกก็ต้องเปลี่ยน ใส่ใจและหาความรู้เรื่องสภาพภูมิอากาศ”

ความหนาวแห่งฤดูกาล…แล้วไง ก็คือสัจธรรมที่โลกและมนุษย์ต้องฝ่าไป พี่น้องเกษตรกรภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ต้องรับมือกับความหนาวอันหนักหนา รวมทั้งพี่น้องชาวใต้ที่ต้องรับมือกับฝนตกชุก นั่นแหละที่จะหนักหน่อย ส่วนมนุษย์กรุงเทพฯ คงไม่เป็นไร เพราะส่วนใหญ่โหยหาความหนาวกันอยู่ หนาวไม่กลัว กลัวไม่หนาว

เป็นห่วงก็แต่พี่ตูน บอดี้สแลม อาทิวราห์ คงมาลัย ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ (ขออนุญาตโฉบไปหาพี่เค้าหน่อยนะ) ที่จะวิ่งฝ่าลมหนาวอีกมิใช่ใกล้ 2,000 กิโลเมตร เบตง-เชียงราย…ระหว่างทาง…ดูแลด้วย

Leave a comment