ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันที่ 18 พ.ย. 2560 เวลา 11:31 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/525929

โดย โยโมทาโร่ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
“เรามีความสุขในการได้เห็นคนมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านการศึกษา ทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นสิ่งที่น้องชายผมเลือกที่จะใช้ความสามารถระดับอัจฉริยะที่เขามี ทุ่มเทให้กับสิ่งที่เขาทำแล้วมีความสุข นั่นคือการสอนให้เด็กๆ ไปถึงเป้าหมายที่พวกเขาคาดหวังไว้”
“แบงค์” อภิชัย ไชยวินิจ กล่าวถึงน้องชาย “บี” เกรียงศักดิ์ ไชยวินิจ ทั้งคู่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนเตรียมอินเตอร์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ สถาบันวอร์วิค (Warwick Institute)
คนหนึ่งเริ่มเดินในสายธุรกิจเอเยนซีโฆษณา อีกคนเลือกเดินทางในสายการศึกษา จนสุดท้ายชะตาชีวิตก็ทำให้ทั้งคู่ก็ได้เริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองร่วมกัน

สองแรงพี่น้องแข็งขัน
เกรียงศักดิ์ หรือครูบี ของน้องๆ สถาบัน วอร์วิค เล่าความเป็นมาของในการทำงานร่วมกันระหว่างพี่น้องของเขาว่า
“จุดเริ่มต้นของการเป็นติวเตอร์วิชาคณิตศาสตร์ เริ่มมากจากสมัยเรียนมัธยมปลาย ผมมีความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ที่ดี เพื่อนคุณแม่ก็ขอให้เราช่วยเขาไปติววิชาคณิตศาสตร์ให้กับลูกของเขา ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดว่าจะยึดอาชีพติวเตอร์เป็นอาชีพหลัก ก็ยังคงมีความฝันในเรื่องของการทำงานในองค์กรใหญ่ๆ เหมือนกับคนทั่วไป
การสอนติวเตอร์เป็นเพียงแค่การหาค่าขนมการหารายได้เสริมให้กับตัวเองเท่านั้น แต่ว่าผมเริ่มสอนเป็นอาชีพติวเตอร์อย่างจริงจังตอนเรียนธรรมศาสตร์อินเตอร์ ตอนนั้นก็มีเด็กนักเรียนหลายๆ คนที่อยากสอบเข้าอินเตอร์ธรรมศาสตร์มาขอให้เราช่วยสอน เพราะว่าวิชาหลักของเราในตอนนั้นก็จะมีเพียงแค่สองอย่างก็คือ คณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษ
เราก็ใช้ช่วงเวลาว่างหลังเลิกเรียนไปสอน ช่วงเวลานั้นก็เรียกได้ว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่หารายได้อย่างจริงจัง จนกระทั่งหลังเรียนจึงตัดสินใจเริ่มธุรกิจการเป็นติวเตอร์คณิตศาสตร์เพื่อสอบเข้าจุฬา-ธรรมศาสตร์อินเตอร์โดยเฉพาะ เพราะเรารู้สึกว่าเรามีความสุขกับการสอน เป็นธุรกิจที่เราเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ คือกำไรในการทำธุรกิจของเรา
หลังจากเปิดสอนก็มีจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น 3 ถึง 4 เท่าตัวภายในเวลาไม่กี่ปี ทำให้ผมเริ่มบริหารจัดการเวลาชีวิตได้ค่อนข้างที่จะลำบากขึ้น จนกระทั่งพี่ชายเข้ามาช่วยปรับปรุงธุรกิจให้ดีขึ้น”
อภิชัย บอกถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาช่วยน้องชายจัดการระบบชีวิตและเรื่องต่างๆ ก่อนที่จะสายเกินไป
“มีอยู่วันหนึ่งน้องชายผมเข้ามาปรึกษาว่าจะจัดติวเข้มเด็ก 200 คนก่อนสอบพร้อมกัน แต่มีปัญหาห้องไม่พอเรียนจะทำยังไงดี หาสถานที่ที่ใหญ่พอจะรองรับไม่ได้ ผมก็แนะนำไปว่าก็ไปเช่าห้องจัดเลี้ยงโรงแรมสิ ก็เหมือนกับจัดงานแต่งแขกเยอะ ก็หาสถานที่ใหญ่ขึ้นไม่เห็นจะยาก เราก็เลยกลายเป็นติวเตอร์แรกๆ ของประเทศไทย ที่เช่าห้องจัดเลี้ยงโรงแรมจัดติวเตอร์กัน วันงานผมก็ไปนั่งดูน้องชายสอน
สิ่งที่ผมพบก็คือ น้องผมทุ่มเทให้กับการสอนอย่างมาก มากเสียจนคุณภาพชีวิตของเขาค่อนข้างที่จะแย่ถึงแย่มาก สอน 7 วัน เวลาพักผ่อนน้อย ถามเรื่องการรับเงินค่าสอนก็คือเด็กนักเรียนทุกคนจ่ายเป็นเงินสด แล้วตอนเที่ยงคืนน้องผมก็เอาไปฝากธนาคารผ่านตู้เอทีเอ็ม ที่สยาม คุณลองคิดดูนะเอาเงินสดไปฝากตู้ธนาคารตอนเที่ยงคืน เพราะไม่มีเวลาไปฝากตอนกลางวัน
เวลาส่วนตัวชีวิตก็ไม่มี เวลาออกกำลังกายก็ไม่มี เวลากินข้าวยังแทบจะไม่มีเลย ผมรู้สึกว่าไม่ได้ล่ะ ที่เห็นน้องชายผมเป็นแบบนี้ ปล่อยไว้ก็มีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ ก็เลยบอกกับบีว่า เดี๋ยวพี่เข้ามาช่วยจัดระบบให้
เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำงานด้วยกันในจุดนี้ น้องไม่ได้ขอให้เข้ามาช่วยด้วยนะ ผมเข้ามาเอง ช่วยจัดระบบการเรียนการสอนภายในทั้งหมด ตั้งแต่การรับสมัครไปจนถึงตารางสอน ให้เขาได้มีเวลาพักดูแลตัวเองบ้าง ย้ายจากห้องแถวในสยามสแควร์มาอยู่บนอาคารสยามพิวรรธน์ ทำทุกอย่างให้เป็นระบบที่ดีและมีมาตรฐานมากขึ้น”

สายสัมพันธ์น้องพี่
เกรียงศักดิ์ ได้เอ่ยถึงความในใจและแรงศรัทธาที่มีต่อพี่ชายที่เขามองว่าเก่งและเป็นไอดอลคนหนึ่งของเขา
“พี่ชายสำหรับผมแล้ว เขาคือต้นแบบของผมนะ ตอนเด็กๆ ผมมองพี่ชายผมทำอะไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด เขาเป็นคนที่เก่งมากๆ คนหนึ่ง เขาเป็นพี่ชายในแบบที่ผมอยากจะเดินตาม ในการทำงานร่วมกันพี่ชายผมจะเป็นคนดูแลหลังบ้านบริหารงานดูแลระบบการทำงาน ส่วนผมจะทำงานหน้าบ้านสอนเด็กๆ
บางครั้งผมก็มีปัญหาไปปรึกษาพี่ในเรื่องการสอน ว่าจะทำให้เด็กได้ทำการบ้าน ทำยังไงให้เด็กผลคะแนนสอบดีขึ้นเพราะการสอนคณิตศาสตร์ เรารู้หลักการคิดการคำนวณ แต่ถ้าไม่หัดทำข้อสอบให้ชำนาญก็ยากที่จะทำข้อสอบได้ สักพักพี่เขาก็กลับมาพร้อมกับแนวทางการแก้ไขปัญหา ด้วยการจัดระบบการเรียนการทำข้อสอบใหม่ๆ เข้ามาแก้ปัญหาให้
ส่วน อภิชัย มองว่า น้องชายคนนี้ที่เป็นคนฉลาดที่สุดในบ้าน ได้มอบบทเรียนที่ยิ่งใหญ่กับชีวิตของเขา เปิดดวงตาและเปิดดวงใจในที่อ่อนโยนและอ่อนไหวอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“เราเติบโตมาด้วยกัน แม้ว่าช่วงหนึ่งของชีวิตที่ผมจะต้องออกจากบ้านไปใช้ชีวิตเพียงลำพัง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราห่างกัน เวลาที่น้องเข้ามาปรึกษาว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ดีไหม ผมก็จะฟังถ้าดีก็เห็นด้วย ช่วยทำให้ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็จะเฉยๆ จะไม่ได้แสดงความเห็นขัดแย้ง บางทีก็ทำเป็นลืมๆ ไป เราจะไม่ไปชี้ว่าเขาควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ ผมจะปล่อยให้เขาทำไปตามที่เขาคิดว่าใช่ จนถึงเวลาที่มีปัญหาก็ค่อยเข้าไปช่วยแก้ให้เขา
ในหมู่พี่น้องทั้งหมด 4 คน บีเป็นคนที่ฉลาดที่สุด สวรรค์ได้มอบสมองอันเป็นเลิศให้กับเขาเป็นแชมป์คณิตศาสตร์โอลิมปิก ผู้สอบได้อันดับ 1 การสอบแข่งขัน Pre-entrance ตั้งแต่ชั้น ม.4 เคยได้แชมป์รายการอัจฉริยะข้ามคืน เขาเป็นคนที่ฉลาด ผมคิดว่าเขาน่าจะไปได้ดีและไกลกว่าทุกๆ คนในบ้าน แต่สิ่งที่ผมเห็นคือเขาใช้ความฉลาดของเขาอุทิศให้กับวงการการศึกษา ซึ่งทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจมาก

เขาทุ่มเทให้กับการสอนมาก ก่อนสอบจะมีการติวเข้มจนถึงดึกดื่นทุกวัน หลังสอบเสร็จก็มีพาเด็กๆ ไปกินเลี้ยงที่ร้านอาหาร ผมถามเขาว่า เราทำไปเพื่ออะไร เงินก็ไม่ได้ โฆษณาก็ไม่ใช่ ผมเคยเป็นนักโฆษณาดูแลลูกค้าบริษัทยักษ์ใหญ่ถ้าเป็นลูกค้าผม ผมโบกมือลาแล้ว
แต่นี่เป็นน้อง ผมทิ้งเขาไม่ได้ เมื่อเปลี่ยนความคิดเขาไม่ได้ก็ต้องทำตามเขาดู สุดท้ายเขาก็ทำให้ผมรู้ว่า เงินไม่ใช่สิ่งที่วัดค่าความสำเร็จได้ทั้งหมด เด็กๆ ที่ตรากตรำอ่านหนังสือ ฝึกทำข้อสอบจนดึกดื่นทุกวัน มันเหนื่อยขนาดไหน
สถาบันเราเป็นสถาบันที่พาเด็กไปสอบวัดคะแนนมากที่สุด เพื่อให้เขาได้เตรียมพร้อม ปีหนึ่งพวกเขาต้องสอบประมาณ 3 ครั้ง ถ้าเขาสอบแล้วคะแนนไม่ถึงก็เท่ากับว่าพวกเขาต้องเสียใจ หรือบางคนต้องร้องไห้ถึง 3 ครั้ง คิดดูว่าพวกเขาต้องเสียใจมากแค่ไหน และบางคนมาเตรียมสอบตั้งแต่ ม. 5 เท่ากับว่าในชีวิตการสอบเข้าของพวกเขาต้องร้องไห้อย่างน้อยๆ 5 ครั้ง ทุกครั้งที่พวกเขาผิดหวัง คนที่จะร้องไห้ด้วยก็คือ ครูบี
ผมถึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กๆ ถึงรักครูบีมากมายขนาดนี้ ดังนั้นเงินเหล่านี้เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกเหล่านั้น แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมามันมากมายกว่าลงทุนซื้อโฆษณาใด ก็คือการซื้อใจ เป็นสิ่งตรงข้ามกับที่ผมเคยทำมาทั้งหมด ที่เคยวัดความสำเร็จเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นตัวเงินที่เพิ่มขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้วัดเป็นตัวเงินไม่ได้ เป็นความสุขและความรักความไว้ใจที่ใช้เงินซื้อไม่ได้เลย นอกจากความทุ่มเทที่เรามีให้จนพวกเขาประสบความสำเร็จ”