ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันที่ 21 ธ.ค. 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/531515

คนไทยรู้จักงาน “ดีไซน์วีก” ครั้งแรกที่เชียงใหม่ อีเวนต์ใหญ่ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จนสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองคราฟต์ (Craft) แต่ในต้นปีหน้า สัปดาห์แห่งการออกแบบจะสั่นสะเทือนวงการมากกว่ากับ “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2561” ที่เนรมิตกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งการออกแบบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ม.ค.-4 ก.พ. 2561 ในย่านสร้างสรรค์ของเมืองอย่างเจริญกรุง คลองสาน วงเวียน 22 พระราม 1 และสุขุมวิท
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานภาครัฐ เอกชนรวมกว่า 60 หน่วยงาน ร่วมกันจัดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2561 (Bangkok Design Week 2018) ภายใต้แนวคิด “The New-ist Vibes…ออกแบบไปข้างหน้า” เพื่อชวนคนไทยสำรวจอนาคตของกรุงเทพฯ
พิชิต วีรังคบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กล่าวว่า งานดีไซน์วีกเป็นเครื่องมือในการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างหนึ่งที่กว่า 150 ประเทศใช้ โดยแต่ประเทศจะสร้างสรรค์ในรูปแบบแตกต่างกันตามแบบฉบับและความพร้อม จึงกลับมาตั้งคำถามว่า “ภาพของกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร”
“กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงเสมือนเป็นตัวแทนของประเทศไทย เพราะฉะนั้นงานบางกอก ดีไซน์วีก ครั้งแรก ควรนำเสนออะไรที่มีการคาดคะเนไปข้างหน้าว่า กรุงเทพฯ ในอีก 3 ปี หรือ 5 ปีข้างหน้ามีประเด็นอะไรบ้างที่เราสามารถหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คำว่า เดอะ นิว-เอสต์ ไวป์ส จึงถูกยกขึ้นมาในลักษณะที่ว่า เราพยายามมองหาแรงกระเพื่อมใหม่ๆ ว่าอะไรจะพาการออกแบบให้ก้าวไปข้างหน้า”

ผู้เข้าร่วมงานจะได้สำรวจอนาคตของกรุงเทพฯ ใน 3 มิติ ได้แก่ อยู่ดี (City & Living) คือ การอยู่ดีของคนและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคน กินดี (Well Being & Gastronomy) เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของอาหาร ดังนั้นมีอะไรบ้างที่สามารถพัฒนาได้ทั้งเป็นเซอร์วิสดีไซน์ นวัตกรรมด้านอาหาร หรือวิธีการที่ทำให้คนกินดี และธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Business) นอกจากคนจะอยู่ดีกินดีแล้ว ยังต้องสามารถสร้างรายได้ได้ด้วย
นอกจากนี้ คำว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยังเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันการแข่งขันเชิงราคาและเชิงแรงงานไม่น่านำพาประเทศไปได้ไกลกว่านี้ ดังนั้นการพึ่งพาเศรษฐกิจเชิงการใช้ความคิด และการลงทุนในเชิงความคิด จึงน่าจะเป็นปัจจัยที่ดีในการผลักดันให้เกิดความเติบโตทางเศรษฐกิจ
“เราเชื่อในเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งถ้าจะทำให้เกิดขึ้นจริงๆ ประเทศนั้นต้องมีเมืองสร้างสรรค์ ซึ่งเมื่อขยายเข้าไปดูมันจะอยู่ในรูปแบบของย่าน ย่านที่ถูกทดลองขึ้นมาแล้วสามารถที่จะทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้ทฤษฎีเศรษฐกิจสร้างสรรค์กลายเป็นเรื่องจริงได้ในเมืองนั้นๆ เช่น ย่านเจริญกรุง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของทีซีดีซี และย่านเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยงานดีไซน์วีกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อดึงคนเข้ามาในพื้นที่ มาสร้างประสบการณ์ในการเดินดูงานสร้างสรรค์ต่างๆ และสามารถเดินไปยังพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงทำให้คนในชุมชนสามารถขายของได้ ขายอาหารได้ ทำให้ร้านค้ามีโอกาสต้อนรับคนใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นการทดลองศักยภาพของย่านและคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน” พิชิต กล่าวเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ทีซีดีซีไม่ได้มองว่าเป็นเจ้าของงาน แต่ดีไซน์วีกเป็นงานของ “เมือง” โดยทีซีดีซีทำหน้าที่เป็นเลขาฯ ในการรวบรวมคนเข้ามาให้ได้มากที่สุด เพราะทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งและเป็นเจ้าของได้ อย่างเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2561 จะกลายเป็นพื้นที่การรวมตัวของนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการกว่า 500 ราย มีงานจัดแสดงโชว์เคส และนิทรรศการต่างๆ กว่า 230 ผลงาน อาทิ ผลงานศิลปะเปลี่ยนขยะรีไซเคิลสู่สถาปัตยกรรมใจกลางเมือง งานแสดงดนตรีรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในญี่ปุ่นและกรุงเบอร์ลิน และตลาดนัดรวบรวมสินค้า อาหาร เครื่องดื่มสุดครีเอทีฟ

รวมทั้งยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์ 6 รูปแบบ ได้แก่ หนึ่ง งานจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์และนิทรรศการ (Design Showcase & Exhibition) รวบรวมผลงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์จากนักออกแบบชื่อดัง ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งสิ้นกว่า 230 ผลงาน สอง กิจกรรมชุมนุมทางความคิดและทอล์ก (Symposium & Talk) รับฟังการแชร์ประสบการณ์และร่วมอัพเดทเทรนด์ล่าสุดจากนักคิด นักออกแบบทั้งชาวไทยและต่างประเทศ สาม กิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Business Program) พื้นที่เปิดโอกาสการต่อยอดธุรกิจ ทั้งในรูปแบบการนำเสนอผลงานและการพบปะแลกเปลี่ยนคู่ค้า พร้อมการเข้ารับคำปรึกษาทางธุรกิจสี่ กิจกรรมพัฒนาย่านสร้างสรรค์ (Creative District & Social Project) พบการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชุมชน เช่น การพัฒนาพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะ และกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเยาวชน ห้า กิจกรรมสร้างสรรค์ (Creative Program) ร่วมสนุกกับกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ที่เน้นให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือคิด ทำ และเกิดประโยชน์จริง และหก ป๊อปมาร์เก็ต (Pop Market) ตลาดนัดรวบรวมผลงานออกแบบและสินค้าสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่มีไอเดียไม่จำกัด
ผู้เข้าร่วมงานสามารถเที่ยวชมงานได้ทั้ง 9 วัน ผ่านระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที และรถชัตเตอร์บัสบริการฟรีที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างสะดวกสบาย โดยทั้ง 5 ย่านสร้างสรรค์มีเสน่ห์ต่างกัน ได้แก่ เจริญกรุง เป็นย่านเมืองเก่าและมีร้านอาหารอร่อยซุกซ่อน คลองสาน ได้รับความร่วมมือกับ ล้ง 1919 ให้เป็นสถานที่จัดแสดงงานอินเตอร์เนชั่นแนลทั้งหมด วงเวียน 22 บริเวณซอยนานาซึ่งประกอบด้วยร้านอาหาร บาร์ แกลเลอรี่ คาเฟ่ ที่จะร่วมมือกันจัดงานเฟสติวัล พระราม 1 จะได้รับความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส ไล่ไปจนถึงสุขุมวิท แหล่งรวมแกลเลอรี่และพื้นที่สร้างสรรค์ที่จะพร้อมใจกันจัดอีเวนต์พิเศษภายในระยะเวลาของดีไซน์วีก และใหม่ล่าสุดกับ ทีซีดีซี คอมมอนส์ (TCDC Commons) ในดับเบิ้ลยู ดิสทริค (W District) สุขุมวิท 71 ที่จะมีการจัดแสดงนิทรรศการสร้างสรรค์ โดยจะเปิดตัวครั้งแรกเดือน ม.ค. 2561

ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ ยังกล่าวด้วยว่า นักออกแบบและนักสร้างสรรค์ไทยมีความสามารถและศักยภาพมาก แต่ขาดพื้นที่แสดงออกหรือจัดแสดงงาน หรือบ้างที่มีโอกาสก็มักจะหลุดลอยไปยังต่างประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างแพลตฟอร์มให้พวกเขาเหล่านั้น ให้เกิดการรับรู้และเป็นก้าวแรกเพื่อการเติบโตต่อไป
“คนไทยมีความสร้างสรรค์ตั้งแต่เลเวลรากหญ้าที่สามารถดีไซน์เพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานได้เก่งมาก อย่างชาวบ้านที่ไม่ได้เรียนมา แต่สามารถออกแบบแก้ปัญหาได้ในราคาถูก ไล่ขึ้นไปถึงผู้ที่มีโอกาสศึกษาด้านการออกแบบก็มีความสามารถไม่น้อยหน้าใคร ผมคิดว่าเรายังเป็นประเทศที่ไม่สมบูรณ์ ดีไซน์จึงเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา และคนไทยก็มีความสามารถและความพร้อมในเรื่องการสร้างสรรค์และการออกแบบ แต่เขาอาจยังไม่มีช่องทางโชว์ฝีมือหรือยังขาดแนวคิดเชิงธุรกิจ ซึ่งงานดีไซน์วีกไม่ใช่แค่พื้นที่จัดแสดงงาน แต่ยังเปิดโอกาสทางธุรกิจ เกิดการนำเสนอผลงานและการพบปะคู่ค้า หลังจากจบงานพวกเขาอาจยังไม่จบกันและต่อยอดไปสู่ธุรกิจจริงได้”
ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2561 ถือเป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอีกหนึ่งขั้นของประเทศไทย ในการผลักดันจนเกิดเป็นเทศกาลงานออกแบบครั้งแรกในกรุงเทพฯ ได้อย่างสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มีเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ อย่างไรก็ตามยังได้ตั้งเป้าหมายให้กลายเป็นเทศกาลประจำปีเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ไปพร้อมกับการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ และเตรียมความพร้อมสู่การผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็น “เมืองหลวงแห่งการออกแบบของโลก” (World Design Capital) ในปี 2565 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า
“ทีซีดีซีได้คุยกับทาง กทม. และเห็นภาพใหญ่ร่วมกันว่าการสมัครเป็นเมืองหลวงแห่งการออกแบบของโลก จะเป็นภาพลักษณ์ของเมืองที่แสดงให้เห็นว่า เมืองเราพยายามที่จะใช้ความคิด พยายามที่จะสร้างสรรค์อะไรที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนเมืองดีขึ้นในมิติต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดการถกการเสวนาในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น หรือในขั้นตอนของการเตรียมตัวอย่างตอนนี้เอง งานดีไซน์วีกจะเป็นโปรไฟล์ของเมือง รวมถึงยังต้องผลักดันด้านอื่นๆ ที่ทำให้เกิดสิ่งใหม่และการพัฒนาเพื่อความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ซึ่งกรุงเทพฯ มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเมืองหลวงแห่งการออกแบบของโลก โดยหากเรามองเชียงใหม่เป็นเมืองคราฟต์ กรุงเทพฯ ก็คงจะเป็นเมืองแห่งนวัตกรรม ดีไซน์ และเทคโนโลยี” พิชิต กล่าวทิ้งท้าย