ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันที่ 16 ธ.ค. 2560 เวลา 12:50 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/530693

โดย ภัชภิชา แก้วสุวรรณสุข (ครูเจี๊ยบ) ผู้ก่อตั้ง Japayatri Yoga Style โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com
สําหรับผู้ที่ฝึกโยคะอาสนะแบบต่อเนื่อง ไม่ว่าจะฝึกสไตล์ไหนๆ ก็ตาม จำเป็นต้องเข้าใจ เรื่อง ห่วงโซ่ของการเคลื่อนไหว ซึ่งก็คือ Kenetic Chain ในการเคลื่อนไหวต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของระบบประสาทของกลุ่มกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ ในอีกนัยหนึ่งผลของการบาดเจ็บข้อต่อ ก็มาจากผลพวงของปฏิกิริยาลูกโซ่ของการเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Kenetic Chain Dysfunctions เช่น อาการปวดหลัง อาจส่งผลให้ปวดเข่าหรือการนั่งหลังค่อมนานๆ และตำแหน่งศีรษะโน้มมาด้านหน้าตลอดเวลาอาจส่งผลให้ปวดบ่า ไหล่ หลังส่วนบน บางครั้งอาการผิดปกติ ก็ส่งผลข้ามกันไปมาระหว่างร่างกายส่วนบนกับร่างกายส่วนล่าง Upper cross and Lower cross syndromes

Kenetic Chain Movement แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบเปิดกับแบบปิด โดยวัดจากการเคลื่อนไหวเข้าหรือออกจากแกนกลางลำตัว ซึ่งทั้งสองแบบนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว เพราะมันอยู่ตรงกลาง ไม่ว่าจะใช้ร่างกายส่วนบนหรือส่วนล่างการเชื่อมโยงตรงกลางย่อมมาก่อน ดังนั้นความอ่อนแอของแกนกลางจะส่งต่อไปยัง ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ดังนั้นการสร้างความมั่นคงและความสมดุลของแกนกลางลำตัวจึงมีความสำคัญมาก

ในท่าโยคะอาสนะหลายๆ ท่า โดยเฉพาะท่าโยคะอาสนะขั้นสูง หากความแข็งแรงของแกนกลางลำตัวยังไม่พอ เราจะไม่สามารถฝึกท่านั้นๆ ได้เลย สิ่งที่ครูสังเกตในชั้นเรียน จะพบบ่อยครั้งที่นักเรียนละเลยและไม่ใส่ใจกับการสร้างความแข็งแรงให้แกนกลางลำตัว บางครั้งนักเรียนฝึกใหม่จะรีบฝึกอาสนะท่ายากๆ ทั้งๆ ที่กำลังหน้าท้อง และความแข็งแรงของแผ่นหลังยังไม่พร้อม ซึ่งจะทำให้เกิดอาการการบาดเจ็บได้
