องอาจ กิตติคุณชัย นั่งสมาธิดีต่อใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 20 ม.ค. 2561 เวลา 10:17 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/536391

องอาจ กิตติคุณชัย นั่งสมาธิดีต่อใจ

โดย  พรสวรรค์ นันทะ

การจะประสบความสำเร็จในธุรกิจมูลค่าร้อยล้านพันล้านบาทได้อย่างยั่งยืนและแข็งแกร่ง นักธุรกิจมักผ่านอุปสรรคเป็นบททดสอบก่อนเสมอ จึงสามารถยืนหยัดมาได้

หนึ่งในนักธุรกิจที่ฝ่าฟันอุปสรรคผ่านประสบการณ์ร้อนหนาวมามาก แต่ก็ยังประสบความสำเร็จได้ระดับหนึ่งแล้วนั้น ควรนับ องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท (SUN) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานด้วย

องอาจ เล่าถึงวิธีผ่อนคลายที่ทำให้เขามีสติและยืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรคจนมามีวันนี้ได้ว่า ช่วงที่เจอมรสุมชีวิตเขาก็หาทางออกผ่อนคลายหลายวิธี เริ่มจากการนั่งสมาธิ เข้าคอร์สและฝึกมาตั้งแต่ช่วงปี 2541-2543 ซึ่งมีผู้ใหญ่ที่นับถือท่านหนึ่งแนะนำให้ทำ เพื่อขจัดขยะในหัว ทำให้โล่งโปร่งสบาย

“จะคิดอ่านอะไรก็คิดออกง่าย การนั่งสมาธิมันเหมือนเราอาบน้ำแปรงฟันทุกวัน ยิ่งวันที่ทำงานหนักๆ ยิ่งต้องทำเลย ดังนั้น ผมจึงพยายามจัดเวลานั่งสมาธิให้ได้บ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 20 นาที”

นอกจากนี้ การผ่อนคลายอื่นคือการเล่นกอล์ฟบ้าง แต่เมื่อหลายเดือนก่อน องอาจเจ็บหัวไหล่จึงพักการเล่นไปว่ายน้ำออกกำลังกาย และวิธีสุดท้ายที่ทำมาตลอดคือ การจดบันทึกเรื่องราวที่ทำทุกวัน

“จดสิ่งที่คิดและจดสิ่งที่รับรู้ว่ามีประโยชน์ก็จะจดไว้กันลืม รวมไปถึงจดสิ่งที่ได้เริ่มต้นทำไปแล้ว และสิ่งที่คิดได้ว่าควรทำ หรือเรื่องราวที่คิดไว้และได้ทำไปแล้ว เช่น เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว พาคุณแม่วัย 97 ปี และครอบครัวไปเที่ยวที่ชะอำ และไปโรดโชว์ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนจะเข้า เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้บันทึกเรื่องราวไว้

การนั่งสมาธิและปฏิบัติให้ได้อยู่เสมอ ช่วยให้ผมรู้สึกปลอดโปร่ง รู้สึกโล่ง มีสติเสมอ การทำสมาธิช่วงแรกๆ ที่ทดลองทำต้องยอมรับว่ายาก เหมือนใครบอกเราไปโดดตึกสูง ไม่ชอบ ไม่อยากทำ คิดเยอะ แต่พอทำได้และเข้าใจกับมัน มันช่วยให้เรามองสิ่งต่างๆ ที่เป็นไปได้ดีขึ้น ทำให้ผมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ และมีสุขภาพที่ดีด้วย

ที่สำคัญมันทำให้ผมไม่เดือดดาลกับธุรกิจมากเกินไป สมัยก่อนจะฝึกสมาธิ ธุรกิจกำไรน้อยจะกังวลมาก แต่ปัจจุบันธุรกิจจะกำไรมากบ้าง น้อยบ้าง ไม่เป็นไร ได้เท่าไรก็แบ่งปันกัน แค่ตั้งใจบริหารงานและทำให้ดีที่สุดก็พอ และเมื่อมีกำไรก็อยากแบ่งปันกับสังคมด้วย

ใครยังไม่ลองฝึกนั่งสมาธิผมแนะนำเลยนะ เช่นเดียวกับการออกกำลังกาย เราควรเลือกวิธีออกกำลังกายสักวิธีที่เหมาะกับเรา ถ้าทำได้แล้วเราจะสบายผ่อนคลายได้จริงๆ” องอาจ กล่าวพร้อมรอยยิ้มสดใส

ว่าไปแล้ว องอาจเพิ่งนำธุรกิจที่ปั้นมากับมือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2560 โดยเขามองว่าธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน โดยเฉพาะอาหารที่มีคุณภาพ สะดวก สะอาด ที่ขายในราคาที่คนเข้าถึงยังมีแนวโน้มเติบโตได้ ตามแนวโน้มคนรักสุขภาพที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับจำนวนประชากรที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ถ้าคัดสรรสินค้าให้ดีมีคุณภาพได้จริง เชื่อว่าจะเติบโตได้แน่นอน ไม่เฉพาะในประเทศ แต่จะขยายไปสู่ต่างประเทศมากขึ้นอีก จากปัจจุบันที่สินค้าของ SUN ขายในต่างประเทศในสัดส่วน 80% อีก 20% ในอนาคตหากสามารถระดมทุนได้ตามแผน และธุรกิจเติบโตดีอย่างที่คาดไว้ เขายังเตรียมจะต่อยอดธุรกิจไปยังซูเปอร์ฟู้ด หรืออาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ รวมทั้งอาจช่วยรักษาโรคบางอย่างได้ด้วย เช่น ถั่ว งา ธัญญาหารอื่นๆ เป็นต้น เนื่องจากเป็นเทรนด์ของโลกที่คนเริ่มหันมารับประทานอาหารที่มีคุณภาพเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

“ทุกวันนี้คนอายุยืนขึ้นและรักษาสุขภาพมากขึ้น เน้นกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงแต่งน้อยหรือไม่ปรุงแต่งเลย เรื่องนี้ทำให้ผมเลือกมองหาช่องทางต่อยอดผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร ด้วยโจทย์ที่เริ่มต้นว่าต้องเป็นพืชที่มีมากพอที่จะผลิตได้ตลอดปี ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ แต่คนส่วนใหญ่เข้าถึงด้วยราคาที่ไม่แพงมาก จึงมาลงตัวที่ข้าวโพดหวาน ปัจจุบันสินค้าเราได้รับการยอมรับในต่างประเทศมากขึ้น ทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น ส่วนในไทยก็เริ่มหาช่องทางขายปลีกผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นแล้ว” องอาจ กล่าว

เขาเล่าว่า ธุรกิจอาหารในปัจจุบันมีความโชคดีที่มีเทคโนโลยีมาช่วยต่อยอด อยู่ที่ว่าจะต่อยอดอย่างไร? ให้ของที่มีประโยชน์เหล่านี้เป็นอาหารพร้อมรับประทานแต่มีประโยชน์

“อนาคตอาจเห็นการนำวัตถุดิบธัญญาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งผ่านงานวิจัยพัฒนาจนสามารถออกมาจำหน่ายมากขึ้น เหมือนฟาสต์ฟู้ดที่มีขายทั่วไปก็เป็นได้ เพราะผมคิดว่ายังมีช่องทางการทำธุรกิจอีกมากที่ไม่จำเป็นต้องไปเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต กระทั่งบัญญัติไว้เป็นหลักปฏิบัติส่วนตัว

อย่างการทำงานจะเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่ว่า แต่ต้องทำแล้วมีความสุขเหมือนธุรกิจอาหาร ถ้าคัดสินค้าดีมีคุณภาพ คนซื้อไปกินก็มีความสุข ธุรกิจอาหารจึงต้องเน้นสะอาด ปลอดภัย ราคาที่คนเข้าถึง”

อย่างไรก็ดี กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ องอาจก็เรียนรู้และแก้ไขมาไม่น้อย ชีวิตเริ่มต้นทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นคนงานในโรงงานย่านสมุทรปราการตั้งแต่อายุ 15-16 ปี เก็บเงินก้อนได้ก็มาเป็นพ่อค้าผลไม้รถเร่และขายส่งผลไม้ ทำอยู่นานจนได้รับความเชื่อถือจากลูกค้า ด้วยความที่ใส่ใจคัดคุณภาพสินค้าดีมาขาย เก็บหอมรอมริบมาจนมีทุนตั้งโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร

แต่ก็มาเจอวิกฤตในชีวิตช่วงต้มยำกุ้งปี 2540 ธุรกิจแทบล้มครืน ติดหนี้สินจำนวนมาก ถูกทวงหนี้แต่ไม่จ่าย ต้องก้มหน้ารับสภาพก็หลายครา ลำบากไม่ต่างจากเจ้าของธุรกิจอื่นในสมัยนั้น กว่าจะกลับมายืนได้ใหม่ไม่ง่ายเลย

Leave a comment