ชฎากร ธนสุวรรณเกษม จิตนิ่งมีสมาธิด้วยมวยไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/538863

  • วันที่ 03 ก.พ. 2561 เวลา 10:38 น.

ชฎากร ธนสุวรรณเกษม จิตนิ่งมีสมาธิด้วยมวยไทย

แม้หน้าที่การงานจะเคร่งเครียดแต่บนใบหน้าของ “นิ” ชฎากรธนสุวรรณเกษม กรรมการผู้จัดการบริษัท AVG Thailand สาวลูกครึ่งฮ่องกง-ไทย ก็ยังเห็นรอยยิ้มที่สดใสได้

เพราะมีเคล็ดลับคลายเครียดคือ เธอชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยมวยไทยมาก เพราะมวยไทยเป็นกีฬาที่ทำให้เธอได้ฝึกทั้งสมาธิ สติ และได้เหงื่อไปด้วยในตัว

แรงดึงดูดในกีฬามวยไทย

การเป็นนักบริหารในแวดวงไอทีด้วยบริษัทที่เธอดูแล ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงในยุค 4.0 เพราะบริษัททำงานด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ทำการตลาดทั้งที่จีนและประเทศไทย เช่น หากมีผู้ประกอบการชาวไทยสนใจไปทำธุรกิจที่ประเทศจีน หรือคนจีนต้องการมาทำธุรกิจที่ประเทศไทย เธอและทีมงานจะเป็นผู้แนะนำถึงช่องทาง และสินค้าอะไรบ้างที่จะได้รับความนิยมบนออนไลน์ เธอจะช่วยวางกลยุทธ์ให้รวมทั้งแนะนำการซื้อสื่อ การโฆษณาภาพนิ่ง การทำคอนเทนต์และทำโปรดักชั่นต่างๆ บนออนไลน์ด้วย

หน้าที่หลักของชฎากร คืองานบริหารองค์กรทั้งภายในและภายนอกภายในคือการดูแลทีมงานในการวางกลยุทธ์ต่างๆ ภายนอกคือการติดต่อกับลูกค้าทั้งคนจีนและคนไทย ดูเทรนด์ตลาดทั้งจีนและไทยว่ามีสื่ออะไรใหม่ๆน่าสนใจบ้าง รวมทั้งศึกษาพฤติกรรมของคนจีนเปลี่ยนไปไหม? ลูกค้าสินค้าบางตัวเหมาะกับคนจีน เป็นต้น

เห็นใบหน้าเป็นหมวยอินเตอร์ที่อ่านเขียนภาษาจีนได้คล่องกว่าภาษาไทยเพราะเธอมีคุณพ่อเป็นชาวฮ่องกง จึงสามารถพูดได้ทั้งภาษาไทย ภาษาจีนกลาง จีนแต้จิ๋ว กวางตุ้ง และภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี แต่เธอกลับชอบเรียนมวยไทย ซึ่งก่อนหน้านั้นเธอออกกำลังกายมาแล้วหลายชนิด เช่นว่ายน้ำ แบดมินตัน และเล่นเวตเทรนนิ่งแต่ในที่สุดก็มาตกหลุมรักในกีฬามวยไทยได้ 2 ปีแล้ว

“2 ปีที่แล้วเคยเล่นเวตเทรนนิ่ง โดยให้เทรนเนอร์มาสอนที่บ้าน แต่เล่นไปสักพักรู้สึกเบื่อ เพราะต้องเล่นท่าซ้ำๆใน 1 เซตแล้วเล่นสัปดาห์ละ 3 วันเล่นแต่เวตเทรนนิ่งเพราะผู้หญิงเล่นไม่ค่อยใช้เครื่อง เล่นไปได้ 6 เดือนเริ่มเบื่อ จึงปรึกษากับเทรนเนอร์ว่า จะเล่นอะไรต่อไปด้วยดี เทรนเนอร์ก็แนะต่อยมวยไหม เพราะเขาก็ชกมวยอยู่แล้ว”

ครั้งแรกที่ชฎาพรได้ยินคำว่า ต่อยมวย ความรู้สึกคือมันเท่มาก เพราะมีไม่กี่ประเทศที่มีกีฬาประจำชาติอย่างมวยไทย เธอจึงอยากเรียน ก็ต้องไปที่ค่ายมวยใกล้ๆ ที่ทำงานนั่นคือ ค่ายคงสิทธา

เนื่องจากการจะฝึกมวยต้องมีระเบียบวินัย ไปค่ายมวยจึงเหมาะสมที่สุดและมวยไทยเป็นกีฬาที่ต้องเล่นจริงจังเธอยอมรับว่าเล่นครั้งแรกๆ เพียงแค่วอร์มอัพเธอก็หมดแรงแล้ว ไม่มีแรงจะไปออกหมัดและออกสเต็ป เริ่มรู้สึกท้อเพราะคิดว่าหนักเกินไปสำหรับผู้หญิงหรือเปล่า

เธอจึงเกิดความท้าทาย อยากเอาชนะใจตัวเอง โดยตั้งเป็น “แพลน เยียร์เรสต์โซลูชั่น” ว่าในแต่ละปีเธอจะทดลองทำสิ่งใหม่หนึ่งอย่างให้สำเร็จภายในปีนี้ เธอจึงฮึดสู้และต่อยมวยมาเรื่อยๆ จนผ่านมาได้ 2 ปีแล้ว และกลายเป็นกีฬาโปรดเสียด้วย

ปรัชญาทางธุรกิจที่ได้จากการชกมวย

การชกมวย ชฎากรบอกว่าเป็นกีฬาที่หนัก เมื่อเกิดความท้อก็ต้องให้กำลังใจตัวเอง เสน่ห์ของมวยไทย คือเป็นศิลปะที่ได้รับการถ่ายทอดศิลปะมาแต่โบราณกาล ซึ่งแตกต่างจากกีฬาชนิดอื่นๆ

“มวยเป็นกีฬาที่ไม่ใช่การฝึกซ้ำๆแล้วจะทำได้ แต่มันต้องมีเทคนิค สำหรับนิต่อยมวยไทยต้องมีเทคนิคท่วงท่าถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่งเลยทีเดียว ครูต้องสื่อสารให้เราเข้าใจว่า ทำไมต้องใช้ท่านี้ เช่น การเตะ ถ้าเราดูคือแค่ยกขาเตะ แต่จริงๆ แล้วคือการยกเท้าเตะ 2 จังหวะ ซึ่งมันเร็วมากเพื่อจะได้เพิ่มแรง ส่วนอีกขาต้องยืนให้มั่นคงอย่างไร มือต้องป้องกันอย่างไร

ต่อยมวยไม่ใช่ต่อยอย่างเดียว ต้องปกป้องกันตัวเองได้ด้วย ป้องกันการสวนกลับของคู่ต่อสู้ มวยจึงเป็นกีฬาที่ท้าทายมาก และการเลือกเทรนเนอร์ที่รู้ใจก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน อีกทั้งกีฬามวยมีเสน่ห์ตรงต้องใช้สมาธิสูงหากวันใดนอนน้อย ต่อยแค่ 4 หมัดก็มึนแล้ว ดังนั้นสมองและจิตต้องมีสมาธิมากๆ”

อีกทั้งตัวเธอได้ปรัชญาในการต่อยมวย ซึ่ง นิ ชฎากร บอกว่า บางครั้งดูผิวเผินอาจจะไม่เห็นอะไรในกีฬามวยแค่เป็นกีฬาที่ใช้กำลังชกต่อยเตะคู่ต่อสู้แต่หากมองให้ลึกลงไป กีฬามวยซ่อนอะไรไว้หลายๆ อย่าง เช่น มีตำนานมีที่มาที่ไป ทำไมต่อยต้องป้องกันตัวเองไปในตัว ซึ่งเหมือนปรัชญาทางธุรกิจ

“คือเราจะบุกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูช่วงจังหวะการตั้งรับด้วย ซึ่งแตกต่างจากกีฬาชนิดอื่น เช่น ทีมฟุตบอลมีผู้เล่น 11 คน แต่เราต่อยมวยมีคนเดียวเราต้องคิดให้รอบด้าน คิดตลอดเวลาถ้าคุณพลาดปุ๊บนั่นคือการบาดเจ็บเวลาที่นิซ้อมกับเทรนเนอร์ก็ต้องดูคิวดีๆ ไม่อย่างนั้นเราจะทำให้เทรนเนอร์บาดเจ็บได้ ซึ่งจริงๆ ไม่ควร เพราะมันเป็นอาชีพเป็นเครื่องมือทำงานของเขาดังนั้นเราต้องดูแลต้องเชฟคู่ชกเราด้วย”

สำหรับความถี่ในการมาชกมวย เธอก็ให้ไม่น้อย เฉลี่ย 2 วัน/สัปดาห์ เพราะเธอศึกษามากก่อนจากคู่มือการออกกำลังกายที่ดี ซึ่งแนะนำว่า ไม่ควรหยุดออกกำลังกายเกิน 3 วัน ถ้าหยุดนานกว่า 3 วัน จะส่งผลต่อตัวเองคือ เส้นจะเริ่มตึง ไม่คล่องแคล่วเหมือนเก่า

“เวลามาชกมวย ต้องวอร์มอัพร่างกายก่อน 20 นาที หลังจากนั้นเริ่มต่อย วอร์มอัพคือการกระโดดเชือกให้ร่างกายและหัวใจเราตื่นตัว ยืดเส้นนี่คือการวอร์ม หลังวอร์มร่างกายแล้วก็ไปต่อยกับเทรนเนอร์ ซึ่งเทรนเนอร์จะให้เราทำท่าซ้ำๆ จากนั้นกระบวนท่าต่างๆ จะมารวมกัน

ต่อยเสร็จก็มาคูลดาวน์ร่างกายซึ่งสำคัญมากๆ แรก ๆ นิไม่เข้าใจ เล่นเหนื่อยแล้วมาคูลดาวน์อีกทำไหม แต่จริงๆ คูลดาวน์สำคัญเพราะวอร์มคือการทำให้ร่างกายเราตื่นตัวได้ยืดเส้นยืดกล้ามเนื้อ เมื่อออกกำลังกายเสร็จก็ต้องมายืดเส้นอีกครั้ง แรกๆ นิไม่ยอมคูลดาวน์จนครูดุ แต่พอทำแล้วรู้สึกสบายจริงๆ คือเมื่อก่อนนิชอบไปสปาชอบไปนวด แต่พอได้คูลดาวน์หลังออกกำลังกายแล้ว ไม่ต้องไปสปาอีกเลย เพราะไม่รู้สึกว่าเส้นปวดตึง มีน้อยมาก”

ประโยชน์ที่ได้จากภายในจิตใจ

การชกมวยมีคุณประโยชน์หลายประการสำหรับ นิ ชฎากร นอกจากทำให้ร่ายกายแข็งแรงแล้ว เธอยังได้ฝึกจิตไปในตัวอีกด้วย

“เมื่อก่อนนิทำงานในแวดวงเอเยนซี ต้องทำงานเร็วคล่องว่องไวตลอดเวลา ในหัวสมองคิดสร้างสรรค์งานอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งมีปัญหาต้องแก้ไขเยอะแยะ มีอะไรมากระทบที่ทำให้ต้องโต้ตอบทันที หรือหาวิธีแก้ทันทีแต่การต่อยมวยทำให้นิรู้สึกว่าจิตนิ่งและคิดตัดสินใจก่อนพูดเยอะขึ้น เพราะต่อยมวยต้องว่องไว แต่ไม่กี่วินาทีตรงนั้นนิต้องประเมินผลหลายๆ อย่าง

เช่น เขาต่อยมาฝั่งไหน แล้วเราหลบอย่างไร อันนี้คือการดีเลย์ ต้องคิดต้องมีสติ คิดประมวลผลว่าหลบอย่างไรถ้าเราไม่ประมวล ต่อยกลับตรงๆ ไม่เวิร์กต้องหลบก่อน ซึ่งหลายปัญหาในการทำงานปัญหามาตรงๆ แล้วจะแก้ตรงๆคือไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เราจึงต้องมีสติ ทำให้ช่วงดีเลย์เป็นประโยชน์ นิจึงรู้สึกตัวเองว่า ตัดสินใจได้ดีขึ้น เราต้องดูหลายแฟกเตอร์มากกว่าเมื่อก่อน อันนี้คือได้ที่ภายในเลย”

สำหรับภายนอกร่างกายจริงๆฟอร์มของการออกกำลังกายคือ 30%มาจากการออกกำลังกาย อีก 70% มาจากการกิน ดังนั้นการออกกำลังกายเพื่อให้ผอมไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะเธอชอบรับประทาน แต่สังเกตการออกกำลังกายทำให้เธอมีจำนวนมวลกล้ามเนื้อที่เยอะขึ้น ร่างกายเฟิร์มและแข็งแรงขึ้น ป่วยน้อยลงอีกด้วย

สุดท้ายชฎากรบอกว่า มวยไทยถือเป็นศิลปะที่มีชีวิต เธอคิดว่าตนเองโชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทยที่มีศิลปะในการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตได้ศึกษา ได้ปฏิบัติตาม อีกทั้งมวยไทยยังเป็นวัฒนธรรมและถือเป็นมรดกที่งดงามของไทย ที่ครั้งหนึ่งทุกคนควรได้มาสัมผัส

“นอกจากมวยจะเป็นศิลปะแล้วมวยยังเหมาะกับผู้หญิง เพราะแฝงด้วยวิชาป้องกันตัวเองในเวลาคับขันได้ครูเคยสอนว่าให้นิผลักเขา ซึ่งเขาตัวใหญ่มากๆ สูง 180 เซนติเมตร แต่นิสูง160 เซนติเมตร ครูจะสอนวิธีผลัก คือเราต้องตั้งหลักให้ดี หากมีหลักผลักแล้วครูเซไปจริงๆ การต่อยมวยจึงใช้ป้องกันตัวเองได้ด้วย แต่โชคดีที่นิไม่เคยใช้ฝีมือปกป้องตัวเอง อย่างน้อยเรารักตัวเองออกกำลังกาย เราไม่เป็นภาระกับคนในครอบครัว ไม่เจ็บป่วยก็เป็นความรักแบบหนึ่ง แต่อย่างน้อยๆนิคิดว่าตัวเองมีสติมากขึ้นกว่าเมื่อ 2ปีก่อน”

Leave a comment