ณัฐพงศื ศิริชนะ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ในวัยเกษียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/538881

  • วันที่ 03 ก.พ. 2561 เวลา 14:18 น.

ณัฐพงศื ศิริชนะ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ในวัยเกษียน

 โดย วารุณี อินวันนา

 ในวันมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมทีม “ขุนด่านเกมส์” ครั้งที่ 39 ที่ จ.นครนายก เป็นเจ้าภาพ วงเงินเอาประกันภัย 836 ล้านบาท

วันนั้น ณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก มารับมอบกรมธรรม์ด้วยตัวเอง ในชุดผ้าไทยใบหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี โดยที่ดูไม่ออกเลยว่า มีระเบิดเวลาอยู่ในหัวใจ

ชีวิตการทำงานส่วนใหญ่อยู่ทางภาคใต้ พัทลุง สงขลา สตูล ภูเก็ต ภูเก็ต กระบี่ ปัตตานี นราธิวาส ยะลา ตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่งกลับเข้ากรุงเทพฯ เมื่อปี 2558 ในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกเมื่อปี 2560

ผู้ว่าฯ ณัฐพงศ์ กล่าวว่า นับจากวันนี้ เหลือเวลาอีก 2 ปี 8 เดือน จะเกษียณแล้ว เวลาผ่านไปไวมาก เพราะหลังจากปี 2553 ชีวิตที่เหลืออยู่ถือว่าเป็นกำไร เพราะเป็นการรอดตายจากเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้นพร้อมกัน ถึงวันนี้ยังมีระเบิดเวลาอยู่ในหัวใจอีก 1 ลูก เพราะยังมีเส้นเลือดอีก 1 เส้นที่มีระดับความตีบ 50%

“ชีวิตที่เหลืออยู่ จะดำเนินชีวิตตามทางสายกลางตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะก่อนหน้านั้นทำงานหนักมาก เชื่อว่าคนยุคเบบี้บูม จะเหมือนกันคือทำงานหนัก ประเภทสุดโต่ง บ้างาน ทำงานสุดตัว หามรุ่งหามค่ำ กินข้าวกล่อง ไม่ได้ดูแลสุขภาพ พอเวลาใกล้ตาย จะเห็นสัจธรรมว่า อะไรๆ ก็ไม่สำคัญเท่าสุขภาพ”

 นับว่าโชคดีที่รอดตายมาได้ ถึงได้บอกว่า เวลาที่เหลืออยู่คือกำไรของชีวิต

 “จำได้เลยช่วงนั้นเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ปี 2553-2554  ซึ่งวันรุ่งขึ้นจะต้องไปตรวจโกดังข้าว คืนวันนั้นรู้สึกปวดท้องมาก ก็ตื่นมาตอน 5 ทุ่ม 2 ยาม คิดว่าตัวเองเป็นกรดไหลย้อน เพราะเสียงก็แหบไป รู้สึกไม่ไหว

 ตัดสินใจไปหาหมอ กะว่าจะหายามากิน แต่หมอดูแล้วจับตรวจคลื่นหัวใจ สัญญาณบอกว่าตัน 100% 1 เส้น และตัน 90% อีก 2 เส้น หมอสั่งทำบอลลูนหัวใจทันที เส้นที่ตัน 100% ก่อน หลังจากนั้นก็ทำบอลลูนเส้นที่เหลือ สัปดาห์ละเส้น ไม่งั้นผมคงตายไปแล้ว 

 โหย! บอกเลย ชีวิตนี้ สยองตอนนี้ ยังมีอีก 1 เส้นที่ตัน 50% เราเหมือนมีระเบิดเวลาอยู่ในตัว”

 ผู้ว่าฯ ณัฐพงศ์ ย้ำว่า หลังจากทำบอลลูนหัวใจมาแล้ว 3 เส้น ทำให้เรารู้ว่า อะไรก็ไม่สำคัญเท่าสุขภาพ เพราะถ้าสุขภาพไม่ดีก็ทำประโยชน์ไม่ได้ หลังจากนั้น เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต หันมากินอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น ลดอาหารมันๆ จะเน้นทานข้าวแค่ 2 มื้อ ส่วนมื้อเย็นจะทานผักและผลไม้

 นอกจากนี้ เหตุการณ์เจ็บป่วยครั้งวิกฤตในครั้งนั้น ทำให้รู้ว่าครอบครัวสำคัญที่สุด

“เพราะตอนที่เจ็บอยู่บนเตียง คนที่มาดูแลเราตลอดเวลา คือคนในครอบครัว ฉะนั้นคนที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด คือ คนในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันมา ตอนนั้นนึกขอบคุณภรรยาสุดหัวใจ ที่ดูแลเราอย่างดี เธอสวยขึ้นมาทันที

 ช่วงที่เหลือของชีวิต จะเน้นการทุ่มเทเพื่อสังคม ที่ยึดหลักเรียบง่าย ประหยัด ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และเดินทางสายกลาง ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า”

 สำหรับการทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้กับนักเรียนนักศึกษา รวมถึงบุคลากร 8,400 คนที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาขุนด่านเกมส์ที่เพิ่งแข่งขันผ่านพ้นไป เพื่อเป็นการหาวิธีการดูแลชีวิตของคนเหล่านี้ให้มีความสบายใจ เพราะการเดินทางโดยรถ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“หากเกิดอะไรขึ้นมาแล้ว จะดูแลคนเหล่านี้อย่างไร เพราะดูรอบๆ ตัวแล้ว เห็นว่าไม่มีช่องทางไหนที่จะนำเงินมาช่วยได้ แม้แต่งบประมาณในส่วนของกาชาดจังหวัด ก็ไม่มีหลักเกณฑ์เปิดให้ผู้ว่าฯ นำเงินมาจ่ายให้กับนักกีฬาในการแข่งขันครั้งนี้ จึงต้องพึ่งประกันภัยอย่างเดียว”

ผู้ว่าฯ ณัฐพงศ์ กล่าวว่า การใช้ชีวิตส่วนตัวและการทำงาน เน้นยึดหลักเรียบง่าย ประหยัด ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาตลอด และนำหลักการนั้นมาใช้กับการบริหารขุนด่านเกมส์

“ก่อนหน้านี้มีการเลี้ยงนักกีฬา ใช้เงินเป็นล้านกว่าบาท แต่เราบอกว่าเราไม่มีตังค์ การจัดพิธีเปิด เดิมที่ทำกันมาจะเปิดอย่างยิ่งใหญ่ เราก็ประหยัด เปิดอย่างเรียบง่าย

ปกติจะมีการแจกแมสคอต  เราเปลี่ยนมาเป็นแจกข้าวสารออร์แกนิกปลอดสารพิษใส่ถุง นักกีฬาได้กินข้าวปลอดจากสารพิษสุขภาพแข็งแรง ชาวนาขายข้าวได้”

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ณัฐพงศ์ บอกถึงเจตนารมณ์ว่า เพื่อให้เด็กๆ ได้รู้จักความประหยัดพอเพียง สมวัย ไม่ฟุ้งเฟ้อ เลอเลิศ ฟู่ฟ่า อลังการ เน้นไปที่สารัตถะหรือเนื้อแท้ของเกม สร้างความสมัครสมานสามัคคี ทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ให้เข้าใจเกณฑ์การแข่งขัน เพื่อเตรียมตัวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติต่อไป

Leave a comment