ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/539636
- วันที่ 08 ก.พ. 2561 เวลา 14:14 น.

เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว
พูดถึงผ้าไทยหลายๆ คนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไปจนถึงวัยต่ำกว่า 40 ปีลงมาอาจจะเสียงแข็งว่า “…ยังไงฉันก็ไม่ยอมใส่แน่” ด้วยเหตุผลและทัศนคติอาจแตกต่างกันไป เช่น ไม่ชอบใส่ เพราะผ้าบางชนิดอย่างผ้าไหมดูแลยากไม่พอยังนุ่งยากอีก เชยไม่ทันสมัยเหมือนผ้าในยุคปัจจุบันที่ใครๆ ก็ใส่กันบ้างละ หรือใส่แล้วไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจว่าจะเข้ากับบุคลิกและรูปร่างตัวเองหรือเปล่า หรือกลัวจะกลายเป็นมนุษย์ป้าหรือตัวตลกในสายตาคนอื่น อีกอย่างราคาแพงบ้างละ เป็นต้น
หากใครมีมุมมองและทัศนคติกับผ้าไทยเยี่ยงนี้ อยากให้ลองเปิดใจให้กว้าง หันมาใส่ผ้าไทยกันดู แค่ลองแล้วจะรู้ว่านอกจากเป็นเครื่องแต่งกายที่สื่อถึงความเป็นไทยและเอกลักษณ์ไทยได้เป็นอย่างดีแล้วคุณจะดูสง่างาม โดดเด่น เป็นที่จับตามองของคนอื่น รู้สึกได้ถึงความมั่นใจและดูมีสไตล์ที่ทันสมัยมากๆ ไม่เชื่อเชิญไปพิสูจน์ความสวยกันเลย
สวยงามทันสมัยและดูไม่แก่
หากพูดถึงคนใส่ผ้าไทยแล้วมีคนตามเฟซบุ๊กมากที่สุดในเวลานี้ ก็คงต้องยกให้รุ้ง-ศิริรัตน์ ราษฎร์นิยม นักธุรกิจด้านการเงิน เจ้าของเฟซบุ๊ก Rung Sirirat โดยมีคนติดตามเธออยู่ที่ 9 หมื่นกว่าคน ขอบอกว่าไม่ใช่แค่กดไลค์และติดตาม แต่ทุกครั้งที่เธอโพสต์เกี่ยวกับการแต่งตัวด้วยผ้าไทย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายลงเฟซบุ๊ก ก็จะมีคนมาคอมเมนต์มากมาย ล้วนแล้วแต่ในทางสร้างสรรค์ เช่น สวยมาก สง่างาม เดิร์นจริงๆ อยากใส่แบบนี้บ้าง ซื้อผ้าจากร้านไหน ทำไมใส่แล้วสวยจัง ช่วยสอนหน่อย
รุ้ง เล่าว่า เริ่มใส่ผ้าไทยมาตั้งแต่ ยังสาว ส่วนใหญ่แค่ใส่ไปในโอกาสทำบุญที่วัดเท่านั้น แต่ทุกวันนี้หันมาใส่จริงจัง ทุกวัน เรียกว่าไม่ได้แตะผ้าอื่น เช่น ยีนส์ กางเกง เลย มาได้ 5 ปีกว่าๆ แล้ว ถ้ารวมผ้าไหมบวกฝ้ายที่มีอยู่ ณ ตอนนี้และส่วนใหญ่เป็นผ้าผืนมากกว่าผ้าซิ่นอยู่ที่ประมาณ 300-400 ผืน
“ชอบผ้าไทยมาตั้งแต่เด็กค่ะ เห็นครูใส่มาโรงเรียนดูสวยดีก็เกิดความชอบอยากใส่แต่ไม่มีโอกาส พอเริ่มโตเป็นสาวก็พยายามเก็บเงินซื้อแต่ก็ไม่ได้มากเพราะตอนนั้นเงินยังหาได้น้อย ทุกวันนี้พอหาได้บ้างก็เลยซื้อใส่ จุดเปลี่ยนที่จุดประกายให้หันมาใส่จริงจัง คือ เห็นน้องสาวเพื่อนในเฟซบุ๊กใส่ผ้าซิ่นผืนหนึ่งไปวัด เป็นซิ่นจกของเชียงของ สวยดีเลยสั่งซื้อ และใส่จริงจังมาตั้งแต่นั้น”
ขณะที่การนุ่งให้ดูโมเดิร์น ส่วนใหญ่เธอดีไซน์รูปแบบการนุ่งเอง บางรูปแบบก็เรียนรู้จากคนอื่น แต่รวมแล้วมีหลายแบบ เช่น การนุ่งหน้านางประยุกต์ โดยใช้ผ้า 1×2 หลา นุ่งแบบทวีต ใช้ผ้าซิ่นไหม การนุ่งจับจีบพัดทัดดอกลีลาวดี ใช้ผ้าซิ่นไหมพับหัวลงก่อนจับจีบ การนุ่งพันเกลียวราชาวดี ใช้ผ้าไหมผืน 1×2 หลา หรือการนุ่งแบบสาวอีสานดอกคูณ ใช้ผ้าซิ่นไหมพับครึ่งนุ่งแบบดั้งเดิม เป็นต้น
“ตอนฝึกนุ่งแรกๆ รู้สึกเขินอายอยู่ค่ะ ไม่ค่อยมั่นใจ กลัวหลุดบ้าง กลัวคนมองอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอเป็นแล้วความรู้สึกแบบนั้นไม่มีแล้ว ทุกวันนี้ใส่ไปไหนมาไหนด้วยความมั่นใจ ไม่มีอะไรมาขวางศิริรัตน์ได้แล้ว ออกจากบ้านไปทำงานใส่เสื้อเชิตสีเรียบและผ้าถุงลายก็พอแล้ว ถ้าไปงานอื่นก็จะดูธีมงาน แต่จะเลือกเสื้อสีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาดแล้วข้างล่างเป็นผ้าไหมลาย แต่ถ้าบนก็ลายล่างก็ลายก็จะกลายเป็นลายชนลาย ไม่สวยและดูไม่เด่น อยากให้ทุกคนมาลองใส่ดู ไม่จำเป็นต้องซื้อผ้าราคาแพง ราคา 600-700 บาทก็สวยได้ ดีเก๋ไก๋ ทันสมัยและดูมีคุณค่า อีกอย่างผ้าผืนเดียวสามารถนุ่งได้หลายแบบอยู่ที่วิธีการนุ่ง และถ้าเรานุ่งทุกวันหรือนุ่งประจำเท่ากับได้อนุรักษ์ผ้าไทยและช่วยคนไทยมีรายได้ อีกด้วยค่ะ”
ว่าแต่ใครอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองในเรื่องการแต่งกายด้วยผ้าไทยสามารถปรึกษาเธอได้ เช่น ผ้าซื้อร้านไหน หรือนุ่งอย่างไร ในเฟซบุ๊ก Rung Sirirat จะมีคลิปสอนเกี่ยวกับเกี่ยวกับวิธีการนุ่งในรูปแบบต่างๆ ให้ด้วย
ขณะที่ เมย์-มนัฐกานต์ กงแก้ว เจ้าของร้านเรื่องไหม บ้านประดู่ทอง อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ เป็นสาวรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการใส่ ผ้าไหม กล่าวว่า การนุ่งผ้าไหมให้ดูดีทันสมัยในแบบเธอคือการนุ่งให้ถูกกาลเทศะ โดยการเลือกผ้าและสีที่อยากนุ่งให้เหมาะสมกับงาน ส่วนเครื่องประดับไม่มีอะไรที่ยุ่งยากวุ่นวาย ต่างหู สร้อย เข็มขัด หรือเข็มกลัดที่ใส่แล้วดูไม่รกจนเกินไปก็เป็นอันใช้ได้
“การนุ่งผ้าไทยนางเอกอยู่ที่ผ้าอยู่แล้ว คือดูดีตั้งแต่ผ้าที่เราเลือก ส่วนเครื่องก็ไม่ได้ใช้เครื่องประดับที่แพง เมย์ก็จะใช้งานแฮนด์เมดของคนไทยด้วยกัน ต่างหูก็คู่ละ 10 บาท 20 บาท เข็มขัดเส้นละร้อยสองร้อย เข็มกลัดจะไม่เกิน 100 บาท เน้นงานแฮนด์เมดของไทยเป็นหลัก”
เมย์บอกว่า การนุ่งผ้าไทยที่ดูแล้วไม่จำเจและไม่เหมือนคนสมัยก่อนนุ่ง สำหรับเธอไม่ได้คิดจะนุ่งออกมาให้ดูแปลกตาคนมาก แค่ต้องการให้ออกมาดูดีเท่านั้น ซึ่งบางแบบก็ได้เห็นการนุ่งจากพี่ๆ เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก ชอบแบบไหนก็เอามาดัดแปลง พยายามมองให้ออกว่าแบบที่คนอื่นนุ่งนั้นนุ่งอย่างไรถึงออกมาแบบนี้ๆ อีกส่วนหนึ่งก็ได้การนุ่งมาจากลูกค้าที่มาเลือกผ้าที่ร้านแล้วลองนุ่งให้ดู แต่ที่สำคัญที่อยากบอกคือการแต่งตัวให้ดูดีและไม่แก่ต้องเลือกเสื้อให้เข้ากับผ้าที่ต้องการนุ่งด้วย
“ทุกวันนี้ใครที่เห็นเมย์นุ่งผ้าไทย ก็จะต้องมาสอบถามว่านุ่งยังไงถึงสวย ใช้ผ้าอะไร เมย์ก็จะแนะนำและแบ่งปันวิธีการนุ่งตลอดจนวิธีการรักษา จากปากต่อปากเล่าสู่กันฟัง แบบนี้ก็เป็นการอนุรักษ์ผ้าไทยและให้คนอื่นๆ หันมาใส่ผ้าไทยมากขึ้น”
คนรุ่นใหม่รักใส่ผ้าไทย
นักแสดงสาวจากช่อง 3 เดียร์น่า ฟลีโป (ที่ตอนนี้มีละครกำลังถ่ายอยู่ 2 เรื่อง คือ สัตยาธิษฐาน กับชาติเสือมังกร) เป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบใส่ผ้าไทยมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าไทย ชื่อร้านชานเรือน นาข่า ที่บ้านนาข่า อ.เมือง อุดรธานี โดยเป็นทั้งผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าทอมือพื้นเมือง ผ้าไหมโบราณ ผ้าย้อมคราม ผ้ามัดหมี่ ผ้าฝ้ายทอมือ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป
“ทุกครั้งที่เดียร์เดินทางกลับอุดรธานี ก็จะต้องหยิบผ้าไทยมานุ่งตลอด ไปวัดกับคุณแม่ก็นุ่งผ้าไทย เดียร์รู้สึกว่าผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายเวลาใส่มันนุ่มนะ ใส่สบาย จะใส่ไปไหนก็ได้ที่เข้ากับทุกสถานที่ และใส่ไม่เคยซ้ำเลย แล้วที่ผู้ใหญ่เวลาเห็นเราใส่ก็จะชมว่าสวยดี น่ารักจัง เดียร์เลยใส่ผ้าถุงบ่อยๆ
บางทีคนอื่นเห็นภาพที่เราใส่ก็อยากใส่ตามเพราะมันดูสวยเก๋ดี ซึ่งการที่เดียร์ใส่อยู่เรื่อยๆ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้คนไทยหรือวัยรุ่น หรือวัยประมาณเดียร์หันมาใส่ผ้าไทยกันมากขึ้น เดียร์คิดว่าถ้า วัยรุ่นเราเปิดใจ ลองใส่ดูจริงๆ มันก็สวยเก๋ดี และน่ารักด้วยในความเห็นของเดียร์”
ทว่า ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ คือวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ที่กำหนดให้นักเรียนทั้งระดับ ปวช.และปวส. หันมานุ่งผ้าไทยมาโรงเรียนในทุกวันศุกร์ โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2556 ปรากฏว่าการนุ่งผ้าไทยมาโรงเรียนของนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ได้เป็นต้นแบบของโรงเรียนต่างๆ ใน จ.สุรินทร์ ให้ได้กระทำตาม
กรรณิการ์ เหลือสุข นักศึกษาระดับ ปวส. 2 แผนกเทคโนโลยีผ้าและเครื่องแต่งกาย กล่าวว่า ใส่ผ้าไหมมาตั้งแต่เข้าเรียน ปวช.ปีแรก รู้สึกดีใจ ไม่คิดว่าจะได้ใส่ ผ้าไหมมาโรงเรียน มองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้บริหารเห็นความสำคัญ เพราะสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นในการทอผ้าทั่วทั้งจังหวัดอยู่แล้ว เกือบทุกหมู่บ้านนอกจากทำนาแล้วก็จะเลี้ยงไหมทอผ้าอีกอาชีพหนึ่ง
“ต้องขอบคุณผู้อำนวยการ นิวัติ ตังวัฒนา ที่นำแนวคิดดีๆ มาสู่โรงเรียน ทำให้พวกหนูได้ใส่ผ้าไหมสวยๆ มาโรงเรียนกัน เพราะปกตินักเรียนทุกคนและทุกบ้านจะมีผ้าไหมอยู่แล้วไม่ต้องซื้อ แต่เราไม่ได้เอาออกมาใส่เพราะไม่มีโอกาสให้ต้องใส่ แต่ตอนนี้เราใส่ทุกวันศุกร์มาโรงเรียน ขณะเวลาไปวัดก็ใส่ผ้าถุงด้วย”



