ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/540030
- วันที่ 12 ก.พ. 2561 เวลา 12:23 น.

โดย…วราภรณ์ ภาพ : ชนัสต์ กตัญูญ
ด้วยพระราชปณิธานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงหมายมั่นที่จะทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาราษฎร์ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ที่ทรงปกครองดูแลชาติบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง มีผืนแผ่นดินให้ประชาราษฎร์ได้อยู่อาศัย มีอาชีพ อีกทั้งยังทรงตระหนักดีว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากยังคงเดือดร้อนในการดำเนินชีวิตด้านต่างๆ เช่น สภาวะแวดล้อมภัยธรรมชาติ และปัญหาความขาดแคลน ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทรงแก้ปัญหาต่างๆ ที่ทำให้เกิดความทุกข์กายทุกข์ใจของประชาชนให้ได้รับการบรรเทาจางหายไปด้วยวิธีการต่างๆ
ทุกคนจะอยู่อาศัยบนผืนแผ่นดินอย่างสุขกายสบายกันถ้วนหน้า มีความเห็นอกเห็นใจกันอันเป็นคุณสมบัติตามธรรมชาติที่มีอยู่ในหัวใจของคนไทยที่มีความรักชาติ จึงพระราชทานพระราชดำริที่จะให้ประชาชนมีความสุขความรื่นเริง และรำลึกถึงวิถีชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์ ภาครัฐและเอกชน จัดงานพระราชทานความสุขให้กับประชาชนและเผยแพร่ความงดงามของความเป็นไทยในรูปแบบต่างๆ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยใช้ชื่องาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” จัดระหว่างวันนี้-11 มี.ค. ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า
นิทรรศการแสดงพระราชประวัติ
บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ตั้งประดับด้วยเรือสุพรรณหงส์จำลองขนาด 25 เมตร ตกแต่งด้วยดอกไม้ฤดูหนาวหลากหลายสายพันธุ์ ฝีมือของสวนนงนุชหลากสีสันสวยงาม
งานแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 นิทรรศการ เป็นการจัดการแสดงนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ที่สะท้อนความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 รวมทั้งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ ตลอดจนประวัติศาสตร์ ศาสนา เศรษฐกิจ สังคม และประเพณี วัฒนธรรม ใช้ชื่อนิทรรศการ “สยามประชารำฦก” แบ่งออก 12 เวิ้ง เช่น เวิ้งทรงพระเยาว์ เวิ้งนำความเจริญสู่บ้านเมือง เวิ้งทรงสร้างสาธารณูปโภค เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลอง ประดิษฐ์จากผ้าไหมศิลปาชีพ เป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะทรงสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยการสืบสาน รักษา และต่อยอดงานด้านการพัฒนา และพระราชทานความสุขแก่ปวงประชาทุกด้าน
ธรารินทร์ เขียวมีส่วน เจ้าหน้าที่โรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิง ผู้ประสานงานการจัดงาน กล่าวว่า โรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิงเป็นโรงเรียนในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับงานนี้ประชาชนจะได้เห็นขนมโบราณ เช่น มะกรูดเชื่อม ขนมสมัยโบราณที่โรงเรียนยังสืบทอดและเก็บรักษาไว้ เป็นเมนูของหวานสมัยโบราณ กรรมวิธีการทำคือ เอาผลมะกรูดเป็นลูกๆ มาคว้านเม็ดออก และเอาเนื้อภายนอกมาบั้งเป็นซีกๆ และนำไปเชื่อม ลักษณะคล้ายๆ เจลลี่ มีรสชาติขมนิดๆ หวานหน่อยๆ
ด้าน ธีรนาถ ทองตะโก อาจารย์โรงเรียนช่างฝีมือในวังชาย กล่าวว่า ภายในงานได้นำฝีมือช่างราชสำนัก เช่น งานช่างศิลปกรรมที่มีความหลากหลาย ทั้งงานจิตรกรรมของช่างเขียนโบราณ งานลายรดน้ำ ประดับมุก งานหัวโขน งานประติมากรรมหรือปูนปั้น งานแกะสลักไม้ มาเผยแพร่ให้ประชาชนได้ชมด้วย
ส่วนความบันเทิงอื่นๆ ประชาชนที่มาร่วมงานยังมีส่วนร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลด้วยการเลือกซื้อสินค้านานาชนิดจากร้านค้าในพระบรมวงศานุวงศ์และร้านค้า อาหารไทยโบราณที่หารับประทานยากและมีรสชาติอร่อย ตลอดจนผลิตภัณฑ์โบราณ ณ บริเวณสนามเสือป่า ในแนวคิด “ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร สืบสานชุมชนวิถีไทย” มีกิจกรรมสอยต้นกัลปพฤกษ์ มีให้บริการถ่ายภาพย้อนยุคและภาพ 3 มิติ ที่จัดไว้ในมุมต่างๆ ภายในงาน ซึ่งเป็นฝีมือของนักศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยศิลปากร ฯลฯ
บริษัทเอกชน เช่น เมืองไทยประกันภัย นำโดย นวลพรรณ ล่ำซำ ได้ออกแนวคิดจัดทำนิทรรศการประวัติบริษัท เมืองไทยประกันภัย จัดมุมถ่ายภาพโบราณสวยงามโดยมีพร็อพ เช่น หมวก ไม้เท้า พัด ให้ประชาชนได้ถ่ายภาพฟรีอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการจัดการแสดงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทุกวัน ล้วนเป็นการแสดงสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค เช่น การแสดงบนเวทีใหญ่ทุกวันศุกร์ และวันเสาร์เวลา 18.00-20.30 น. ยกเว้นสัปดาห์แรก เพิ่มวันพฤหัสบดี และสัปดาห์สุดท้ายเพิ่มวันอาทิตย์ การแสดงบนเวทีเล็กทุกวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 18.00-20.30 น. มีการฉายหนังกลางแปลงที่เป็นภาพยนตร์ในยุคเก่า ที่ปัจจุบันหาชมได้ยากแล้ว ทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 18.30-20.30 น.
งาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” เปิดตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. ในวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ส่วนวันศุกร์ และวันเสาร์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. ไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู รายได้ทั้งหมดในการจัดงานโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
ประชาชนที่ไปร่วมงานควรแต่งกายย้อนยุค เช่นเดียวกับพ่อค้าแม่ค้าภายในงาน หรือสวมใส่ผ้าไทยหรือชุดสุภาพ



