เฉลิมพล โขนแจ่ม เต็มที่ทั้งงานและครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/538877

  • วันที่ 03 ก.พ. 2561 เวลา 13:48 น.

เฉลิมพล โขนแจ่ม เต็มที่ทั้งงานและครอบครัว

 โดย อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

นับว่าเป็นบุคคลที่น่าจับตามองสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ ที่กำลังสยายปีกบุกชิงส่วนแบ่งในตลาดกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นนักพัฒนาอสังหาฯที่มีประสบการณ์ใน จ.ชลบุรี มากว่า 10 ปีแล้วยังมีบทบาทในฐานะผู้บริหารให้กับธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นดีลเลอร์ด้านวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ภาคตะวันออกของเอสซีจี รวมทั้งยังมีบริษัทในไลน์วัสดุก่อสร้างอีก 11 แห่งที่อยู่ภายใต้การดูแล แม้งานจะมากแต่ก็ให้ความสำคัญกับครอบครัวควบคู่กัน

เฉลิมพล โขนแจ่ม กรรมการผู้จัดการบริษัท เอปัส ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป เปิดเผยว่าด้วยสมัยเด็กที่เป็นนักเรียนประจำเรียนที่อัสสัมชัญศรีราชา ทำให้เรารู้จักคิดและคิดเป็นขณะเดียวกันยังทำให้รู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น คือทำอย่างไรให้อยู่ได้อยู่เป็น

ทั้งนี้ กิจกรรมที่ชื่นชอบในวัยเด็กคือการเล่นกีฬา เล่นเป็นหลายอย่าง แต่ที่ชื่นชอบคงเป็นฟุตบอล เป็นกีฬาซึ่งเล่นเป็นทีมทำให้ตัวเขาเองได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสามัคคีและช่วยเหลือ การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การทำงานเป็นทีม รู้จักหลบหลีกรู้จักการแพ้ชนะ

ที่สำคัญคือต้องมีการวางแผนเพื่อตั้งรับการรุกหรือถอย ซึ่งปัจจุบันก็ยังเล่นอยู่ รวมทั้งการเล่นกอล์ฟ ทั้งนี้ประสบการณ์ที่ได้จากการเล่นกีฬาได้นำมาปรับใช้กับการทำงานในตอนนี้ด้วย

นอกจากเรื่องงานแล้ว ยังให้ความสำคัญกับครอบครัวเน้นการทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการไปทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเล่นกีฬา ไปเรียนดนตรี เหล่านี้เพื่อให้ลูกทั้งสองคน ซึ่งมีอายุ11 ขวบ และ 9 ขวบ มีประสบการณ์ รู้จักคิด แก้ปัญหาที่ต้องเผชิญ รู้จักเข้าสังคม

“ในส่วนของการเลี้ยงลูกจะไม่บังคับแต่จะแนะแนวทางให้ เช่น เรื่องของเงินไปโรงเรียนเราให้เป็นก้อน และเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดไม่จ่ายเพิ่มให้ เขาต้องบริหารจัดการเอง เป็นต้น เราเลี้ยงลูกจากประสบการณ์ตัวเรา ซึ่งตอนเด็กพ่อแม่ก็ไม่ได้บังคับให้ต้องเรียนอย่างไรใช้ชีวิตอย่างไร แต่การที่ไปอยู่โรงเรียนประจำให้เราต้องดิ้นรน ขณะเดียวกันก็สอนให้เราเข้าสังคมไปในตัว

ทุกวันนี้ทำงานอย่างหนัก แต่นอกเวลางานก็เต็มที่เช่นกัน คือพอถึงเวลา 5 โมงเย็น จะหยุดปิดเครื่อง หันไปโฟกัสที่ครอบครัว ซึ่งมองว่าไม่ว่าจะเรื่องการทำงานหรือครอบครัวต้องทำอย่างเต็มที่” เฉลิมพล กล่าว

เฉลิมพล กล่าวเพิ่มว่า ตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งจบมาในปี 2541 เจอภาวะวิกฤตต้มยำกุ้ง มี 56 ไฟแนนซ์ถูกปิดกิจการ เลยไม่ได้ทำงาน

ประกอบกับตนเองเป็นลูกชายคนเดียวในบ้านจากจำนวนพี่น้อง 4 คนมีธุรกิจครอบครัวคือบริษัท บ้านอำเภอเทรดดิ้ง ซึ่งเป็นร้านวัสดุก่อสร้าง โดยเข้ามาเรียนรู้งานได้เพียง 1 เดือน คุณพ่อก็ปล่อยให้ดูแลกิจการเอง ตอนนั้นคิดว่าจะต้องดูแลธุรกิจที่บ้านให้ดีที่สุดขณะเดียวกันก็ไม่ได้คาดหวังว่าเราจะต้องได้อะไรจากที่บ้าน

การทำงานทำแบบลองผิดลองถูกเรียนรู้จากคนรอบข้าง หาสิ่งใหม่ๆเข้ามาพัฒนาเรื่อยๆ การทำงานมีปัญหามากแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี จากดีลเลอร์เล็กๆ จนปัจจุบันพัฒนาเป็นดีลเลอร์ด้านวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ภาคตะวันออก

“ทั้งนี้ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา นอกจากจะเน้นการสร้างคนสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพแล้ว เรายังได้วางระบบปฏิบัติการต่างๆ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเดิมที่เรามีพนักงานเพียง 20 คนปัจจุบันมีประมาณ 300 คน เนื่องจากมีการแตกไลน์ธุรกิจใหม่รวม 11 บริษัท”

สำหรับหลักการทำงานนั้น เฉลิมพลจะเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม มองว่าพนักงานคือพาร์ตเนอร์ เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ ทำให้เขารู้สึกมีความเป็นเจ้าของการมีส่วนต้องรับผิดชอบไม่ใช่ลูกจ้างทั้งนี้บริษัทมีความชัดเจนเรื่องของผลตอบแทน เราจะสร้างคนจากข้างในตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อให้เติบโตไปพร้อมๆ กันไม่ใช้วิธีดึงคนจากข้างนอกเข้ามาเป็นพนักงาน ซึ่งต้องสร้างความเชื่อถือในวัฒนธรรมองค์กร”

อย่างไรก็ดี ในอีก 5 ปีข้างหน้าตัวเฉลิมพลเองจะใช้เวลาทำงานน้อยลงไม่ใช่การหยุดทำงาน แต่เป็นการทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนตัวเองได้ด้วยคนที่เราสร้างขึ้น

“เราจะต้องพัฒนาองค์กร พัฒนาวิธีการทำงาน เพื่อให้บริษัทที่มีอยู่ทั้งหมดสามารถดำเนินงานสอดคล้องเดินไปพร้อมกันได้”

Leave a comment