พวกเขาคิดอะไรอยู่ ป๋อง แท่งทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/542956

  • วันที่ 04 มี.ค. 2561 เวลา 10:11 น.

พวกเขาคิดอะไรอยู่ ป๋อง แท่งทอง

โดย มัลลิกา นามสง่า-จุฑามาศ นิจประพันธ์ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

ลมหลง นิทรรศการของ ป๋อง แท่งทอง ยังเล่นกับความคิด หยิบประเด็นทางสังคมมานำเสนอผ่านงานจิตรกรรมสีน้ำมัน ใช้คนเป็นสัญลักษณ์ ลดทอนรายละเอียด ยังมีผลงานบางส่วนที่เป็นอินเตอร์แอ็กทีฟ ให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในชิ้นงาน

“งานผมเป็นเรื่องการนำเสนอความคิดมากกว่า ดูงานจะไม่ค่อยมีสกิลเท่าไร ใช้สีผิดหลักสีน้ำมัน ผมไม่ค่อยสนใจเลย เน้นความคิดเป็นหลัก รูปไม่จำเป็นต้องเหมือน แต่ของผมนี่เป็นกลางคืน นี่เป็นทุ่งหญ้า นี่เป็นฟ้า นี่เป็นดาว ซึ่งจริงๆ ในภาพอาจเป็นแค่พื้นสีดำ”

ได้แรงบันดาลใจและแนวความคิดในการสร้างรูปทรงมาจาก สกอตต์ แมคคลาวด์ นักเขียนการ์ตูนชาวอเมริกัน “เขาบอกว่ารูปทรงที่จริงจังมากๆ จะอยู่กับตัวเอง รูปทรงที่มันง่ายๆ จะไปถึงทุกคน อย่างผมวาดรูปหน้าผมแบบเหมือนเลยมันจะเป็นของผมคนเดียว แต่ถ้าผมเหลือแค่เป็นเส้นวงกลม เป็นหัวแล้วก็มีจุด จุด จุด เป็นปาก เป็นตา มันจะแทนใครก็ได้ขึ้นมา เราอยากเล่าแบบนี้”

ลมหลง ชื่อนิทรรศการ ที่ศิลปินมีแนวคิดว่า “เราพูดอะไรออกมาแล้ว เราผิดทิศทางหรือเปล่า หรือว่าที่เห็นอยู่นั้นมันหลงทางอยู่ มันก็ตีความได้หลายแบบ เราหลงกับคำที่เราพูดเอง หรือบางทีคนอื่นเขาพูดกับเราและเราก็หลงไปกับคำนั้น”

เมื่อมีลมจึงต่อยอดมาสู่การงานอินเตอร์แอ็กทีฟ ที่ใช้ลมเป็นสื่อกลางระหว่างงานศิลปะกับผู้ชม ใช้เทคโนโลยี โทรศัพท์มือถือมาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยง โดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ชื่อ ป๋องแท่งทองลมหลง ผ่านระบบแอนดรอยด์ แล้วเอาโทรศัพท์ไปส่องที่งาน

งานจะมีเพียงบางชิ้น เพราะศิลปินต้องการให้คนสนใจกับเนื้อหาในงานเบื้องหน้า มากกว่าสนุกกับการเล่นโทรศัพท์

“งานที่ผ่านมาเอามือถือส่องปุ๊บ ขึ้นการ์ตูนในหน้าจอประมาณ 15 วินาที ดูสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่ปีนี้อย่างชิ้นที่เป็นรูปเล็กเท่าฝ่ามือ สีดำ ส่องไปแล้วจะมีแต่เสียงร้องไห้ ผู้ชมจะได้ใส่ใจกับคอนเทนต์ที่เป็นของจริง

ปัญหาของผมที่ผ่านมามันกลายเป็นเกมเกิน และไม่นำไปสู่เนื้อหา ทุกคนสนุกกับการส่อง ก็เลยเอาแบบไม่ต้องดู ฟังเสียง เสียงของงานจะช่วยเพิ่มบรรยากาศ”

ภาพที่ศิลปินยกตัวอย่าง คือ รูปผู้หญิงถือกล่องโฟม สร้างงานโดยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพข่าวน้องเมย (นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต) “ภาพนี้ผมเอามาจากคุณแม่น้องเมย ที่เขามาเก็บเศษหัวใจลูกเขา ผมใส่เสียงร้องไห้แม่น้องเมยลงไปในคลิปด้วย ถ้าอยากให้เธอหยุดร้อง พูดปลอบใจเธออะไรก็ได้ เสียงร้องไห้จะหยุด”

ยังมีอีก 2 ชิ้น เป็นรูปคนยืนอยู่กลางน้ำ ผู้ชมต้องใช้แรงลมเป่าที่หน้าจอมือถือ พระจันทร์ที่อยู่ในภาพจะลอยขึ้น เมื่อหมดแรงลมพระจันทร์จะตกน้ำ

อีกรูปข้างๆ กัน คนยืนอยู่กลางทุ่งหญ้า ใช้เป่าลมเหมือนกัน แล้วตัวคนจะเอนไปตามแรงลมที่เป่า ศิลปินต้องการนำเสนอ “โลกความจริงกับโลกที่เราจำลองมันคร่อมกัน”

ชิ้นที่เป็นไฮไลต์ ศิลปินสร้างประหนึ่งกับเกมมาริโอ ที่วิ่งกระโดดเก็บเหรียญ งานชิ้นนี้ผู้ชมสามารถเป็นผู้ยืนควบคุมงานได้เลย โดยไม่ต้องใช้มือถือ ตั้งชื่อว่า เกมมือป้อม ผลงานศิลปะในแบบเกม

“งานนี้ขึ้นโปรเจกเตอร์และมีขาไมค์ตั้งตรงนั้นเลย พอเราออกเสียง ตัวละครในนั้นจะกระโดดตามที่เราออกเสียง ตัวเอกในเกมคือรูปมือและใส่แหวน เวลาพูดอะไรออกไปมันก็จะกระโดดหลบรถถัง หลบเรือดำน้ำ หลบเรือเหาะ หลบจีที 200 แล้วไปเก็บนาฬิกา

ถ้าเก็บนาฬิกาครบ 25 เรือน จะมีมิเตอร์ 44 ผมเรียกย่อว่า ม.44 จะได้พลังมือก็จะเร็วขึ้น ทะลุทะลวงทุกอย่าง นี่แหละครับ มันใช้เรื่องลมมาสั่ง คราวนี้ไอ้ชิ้นนี้กับชิ้นคุณแม่ขอร้อง เป็นชิ้นที่ผมทำวิพากษ์สังคมครั้งแรก ส่วนงานทั้งหมดจะเป็นงานเน้นเรื่องอารมณ์ ความคิด”

ลมที่ดูไร้ภาวะ ไม่สามารถจับต้องได้ หากแต่แรงลมสามารถควบคุมกำหนดทิศทาง กุมอะไรได้หลายอย่าง แม้กระทั่งชีวิตของคน

นิทรรศการ ลมหลง เปิดให้ชมถึงวันที่ 11 มี.ค. 2561 จัดแสดงที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ห้องนิทรรศการชั้น 2 ห้อง 3

Leave a comment