ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/542459
- วันที่ 01 มี.ค. 2561 เวลา 09:25 น.

โดย กั๊ตจังภาพ เอเอฟพี, รอยเตอร์ส
แผนการเงินเพื่อการเกษียณของคุณเป็นแผนระยะยาวที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นเสมอ แม้จะวางแผนมาดีอย่างไรก็ต้องเผื่ออุปสรรคเหล่านี้เอาไว้บ้าง
สูญเงินไปกับสิ่งฟุ่มเฟือย
อุปสรรคด่านแรกที่ทำให้คนเกินครึ่งไม่สามารถเก็บเงินได้มากพอถึงวัยเกษียณ ก็คือการใช้เงินไปกับสิ่งฟุ่มเฟือยเพื่อเป็นรางวัลชีวิต อาจจะเป็นสินค้าแบรนด์เนมอย่างกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า สมาร์ทโฟน กล้องถ่ายรูป และอื่นๆ ที่ผู้คนยอมซื้อเพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น
สิ่งเหล่านี้คืออุปสรรคด่านแรกที่ทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายการเก็บเงินใช้ในวัยเกษียณ เรื่องเหล่านี้เป็นความชอบส่วนบุคคลที่ไม่สามารถแก้ไขกันได้ง่ายๆ แต่สามารถชะลอการใช้จ่ายสิ่งเหล่านี้ด้วยการยืดระยะเวลาการใช้งาน เช่น จากเดิมที่ซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ทุก 1 ปี ก็เปลี่ยนเป็นทุก 2-3 ปี หรือจนกว่าจะพัง
ต่อมาคือจำกัดงบประมาณในการซื้อไม่ให้เกินพอดี โดยมากแล้วมักจะตั้งเป้าเอาไว้ไม่ให้เกิน 5-10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ขึ้นอยู่กับภาระของแต่ละบุคคลว่ามีบ้าน รถ และ ค่าใช้จ่ายประจำหรือไม่
สูญเงินไปกับค่ารักษาพยาบาล
สิ่งที่ทุกคนต้องเจอในชีวิตก็คือเรื่องค่ารักษาพยาบาล ยิ่งถ้าเป็นพนักงานออฟฟิศ ที่ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพมากเหมือนกับอาชีพอื่นๆ ยิ่งต้องระวังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ อย่าเพิ่งมั่นใจว่าสวัสดิการพนักงานของบริษัทจะช่วยคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งหมด
เพราะสุดท้ายแล้วเราจะมีบางโรคที่เราจะต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายส่วนต่างค่ารักษาพยาบาล เช่น โรคมะเร็ง อาการเจ็บป่วยที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวนานหลายสัปดาห์ และอาจต้องมีการเบิกจ่ายนอกเหนือจากที่ประกันสุขภาพของบริษัทจะให้ความคุ้มครอง
คุณสามารถแก้ไขปัญหาการสูญเสียเงินจำนวนมากนี้ได้ด้วยการทำประกันสุขภาพเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะอยู่ใน รูปแบบของการจ่ายเพิ่มจากประกันของบริษัทซึ่งเราจะได้จ่ายเพิ่มในจำนวนที่ไม่มากนัก แต่ได้รับการคุ้มครองเพิ่มเติมมากขึ้น หรืออาจจะตรวจเช็กว่าประกันสุขภาพที่มีอยู่มีขอบเขตการคุ้มครองแค่ไหน แล้วซื้อประกันคุ้มครองในส่วนต่างเพิ่มเติมก็ได้เช่นกัน
ค่าประกันสุขภาพที่จะช่วยลดการสูญเสียการเก็บเงินของคุณหากคิดเป็นเงินเก็บปีละราวๆ 1.5 หมื่นบาท หากคิดเป็นระยะเวลา 20 ปีก็จะใช้เงินไปทั้งหมดประมาณ 3 แสนบาท แต่หากเกิดการเจ็บป่วยหนักในระหว่างนี้ค่ารักษาพยาบาลจะมีมูลค่าเกินเงินทั้งหมดที่ลงทุนไปเป็นเท่าตัวอย่างแน่นอน
สูญเงินไปกับรถ
มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ตลอดชีวิตการทำงาน ส่วนใหญ่จะหมดเงินไปกับการซื้อรถ โดยเฉลี่ยระยะเวลาในการซื้อรถของมนุษย์เงินเดือนจะซื้อรถใหม่ทุก 12 ปี ดังนั้นในชีวิตการทำงานของเราประมาณ 35 ปี จนถึงวันเกษียณจะซื้อรถเฉลี่ยอยู่ประมาณ 3 คัน แต่ละคันใช้เวลาในการผ่อนรถอย่างน้อย 4 ปี เท่ากับว่าคุณจะใช้เวลาถึง 12 ปีในการทำงานผ่อนรถ หรือให้ชัดเจนคือคุณใช้เวลาเกือบ ครึ่งหนึ่งในชีวิตการทำงานเพื่อการผ่อนรถนั่นเอง และรถ 1 คันมีมูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 8 แสนบาท ซื้อรถ 4 คันคุณต้องใช้เงินอย่างน้อยราวๆ 2.4 ล้านบาท ที่จะเสียไปโดยไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาเฉลี่ยอีกปีละประมาณ 3 หมื่นบาทเป็นค่าซ่อมเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะทางและค่าประกันรถ
แต่รถก็คือสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่มีบ้านอยู่ไกลจาก ตัวเมือง หรือต้องใช้ในการทำงานขับหาลูกค้า คุณอาจจะลองใช้วิธีการหาซื้อรถมือสองสภาพดีซึ่งจะทำให้คุณประหยัดเงินได้ถึง 3 เท่า แต่ได้รถใช้งานเหมือนกัน
สูญเงินไปกับลูก
มีลูก 1 คนจนไป 7 ปีเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลย ยิ่งในยุคสมัยนี้อาจจะจนลงไปอีก 10 ปีเลยด้วยซ้ำเพราะ ค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเทอมเด็กสูงจนน่าตกใจ ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก โดยเฉลี่ยครอบครัวนึงจะเสียค่าเทอมและค่าใช้จ่ายกับเด็ก 1 คนอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาท จนถึง 3 แสนบาท/ปี ขึ้นอยู่กับค่าเทอมของโรงเรียนและค่าใช้จ่ายในการส่งเรียนพิเศษ เช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าเสื้อผ้า
กว่าจะเลี้ยงเด็กจนเรียนจบปริญญาตรีจะต้องใช้เวลาประมาณ 20 ปี หากคิดถัวเฉลี่ยปีละ 1 แสนบาท คุณจะต้องใช้เงินประมาณ 2 ล้านบาท ยิ่งมีลูก 2 คนก็ต้องคูณ 2 เข้าไป จึงทำให้การเก็บเงินในวัยเกษียณของคุณอาจไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้
แต่อย่างไรก็ดีลูกก็คือชีวิตที่มีค่าสำหรับทุกคนในครอบครัว เป็นความสุขที่พ่อแม่ทุกคนยอมเสียเพื่อให้ลูกมีความสุข ดังนั้นการตั้งเป้าหมายทางการเงินในวัยเกษียณ จึงต้องคิดควบคู่ไปกับการวางภาพชีวิต ว่าจะอยู่อย่าง โดดเดี่ยวหรืออยู่โดยมีลูกหลานให้เดินจูงมืออยู่ข้างๆ ในวันที่เรี่ยวแรงถดถอย และสุดท้ายแม้ไม่ถึงเป้าแต่เรายังมีความสุขในชีวิต ก็อย่าได้เครียดกับสิ่งนอกกาย ขอให้ได้เห็นภาพชีวิตในบั้นปลายที่มีบ้าน และคนในครอบครัวอยู่ด้วยกันหรืออย่างน้อยๆ ก็แวะเวียนมาหาบ้างก็พอ