ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/540587
- วันที่ 17 ก.พ. 2561 เวลา 11:01 น.

โดย ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
การที่ได้ทำในสิ่งที่รักที่ชอบได้ทุกวันและมีรายได้เลี้ยงตัวเองไปด้วย สุดแสนจะเป็นความฝันของใครหลายคน จึงไม่แปลกที่ “บุศ” วรรณ์วรี สรรพกุลโรจน์ จึงดูมีความสุขอย่างมากกับการเป็นเฮลท์โค้ช (Health Coach) แม้จะทำให้เธอต้องพักผ่อนน้อยไปบ้างก็ตาม
กว่าจะเป็นไอคอนด้านสุขภาพที่มีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ บุศเริ่มต้นจากลูกคนจีนคนหนึ่งที่ชอบกิน ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่มีเพื่อน โตขึ้นก็เป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา
9 ปีในตำแหน่งวิศวะด้านซอฟต์แวร์ (Software Engineer) 3 ปีในไทย และอีก 6 ปีที่สิงคโปร์ แน่นอนว่าสิ่งที่ชาวออฟฟิศเจอ บุศก็ประสบเหมือนกัน
ทั้งเครียด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก นอนน้อย ออฟฟิศซินโดรม อ้วนขึ้น เรียกว่าจัดครบจัดเต็ม ทั้งที่ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงทุกรูปแบบ 1-2 ชั่วโมงทุกวัน
“ก่อนไปสิงคโปร์ คุณพ่อป่วยเป็นมะเร็ง คุณแม่อ้วนขาเล็กปวดเข่าเดินเหินไม่สะดวก ทำให้เราเริ่มกังวลในชีวิตว่า เราไม่สวยและมีแนวโน้มขึ้นคานเพราะไม่มีคนมาจีบเลย ถ้าเราเดินเหินไม่สะดวก เราป่วยใครจะมาดูแล ดังนั้นเรื่องสุขภาพเป็นแพสชั่น (Passion) อย่างมากของบุศ”
“ก็ชอบความรู้สึกนี้ ที่ได้เปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นคนพิเศษ ถ้าบุศมีเวลาว่าง จะชอบทำอาหารเป็นงานอดิเรก เป็นความท้าทายที่จะทำอาหารสุขภาพให้อร่อย ซึ่งแม้ไม่ได้เป็นเชฟ แต่กลับได้รับเชิญไปสอนทำอาหารบ่อยมาก เป็นผลจากส่วนตัวเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว และเป็นความเชื่อของเราเองจากคำของคุณพ่อ
ป๊าเชื่อว่าถ้าบุศทำอาหาร บุศจะเป็นคนทำอาหารที่อร่อย (น้ำตาคลอ) บุศเชื่อสิ่งที่พ่อพูด พออยู่สิงคโปร์ก็เลยทำอาหารเอง ก็ทำตั้งแต่เมนูธรรมดาไม่เฮลตี้ พอเปิดเพจสุขภาพก็เปลี่ยนแนวไปเป็นอาหารสุขภาพ อยากกินขนมก็ทำขนมแบบอร่อยด้วยสุขภาพดีด้วย”
เมื่อก่อนอาทิตย์หนึ่งต้องมีอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ที่เธอต้องทดลองเมนูใหม่ๆ จนย้ายกลับมาเมืองไทย มีงานติดต่อเต็มเลย จึงไม่ค่อยมีเวลาทำเมนูใหม่สักเท่าไหร่ แต่ช่วงหลังมานี้ความสุขเริ่มกลับมา เพราะคนติดต่อให้สอนทำอาหาร
“เลยเป็นภาคบังคับให้เราหาเมนูใหม่อีกแล้ว คือชอบมากในเรื่องทำอาหาร จะให้เหลือแต่โยคะก็ไม่เอา หรือจะอาหารอย่างเดียวก็ไม่เอา ต้องมี 2 อย่างนี้”
สิ่งที่ไปด้วยกันกับอาหารและโยคะ บุศยังชอบทางธรรมด้วย เธอรู้สึกว่าเรื่องจิตใจและความคิด (Spiritual) เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องปรับปรุง เพราะส่วนตัวเธอเป็นคนคิดมาก ทุกวันนี้นอนหลับได้จากการฝึกสปิริตชวล
“บุศต้องนั่งสมาธิทุกวัน นั่งสมาธิตอนเช้าและก่อนนอน สิ่งนี้ช่วยให้เราโฟกัสได้มากขึ้น และยังช่วยเรื่องการกำหนดลมหายใจ คนเราทุกวันนี้การใช้ชีวิตต้องมีสมดุลทุกเรื่อง ทั้งเรื่องร่างกายและจิตใจด้วย เพราะจิตใจหรือประสาทจะเชื่อมโยงไปหาสุขภาพ
ถ้าเราเครียดระบบย่อยก็จะทำงานไม่ดี ทุกอย่างต้องสมดุลกันหมด แม้แต่ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หน้าที่การงาน การเงิน หากทำงานจนไม่มีเวลาใช้ชีวิตหรือดูแลตัวเอง ก็ไม่สมดุล สุขภาพก็เสีย”
บุศ ทิ้งท้ายว่า ทำอะไรอยากให้ทำอย่างมีความสุข หากทำตามหลักฟู้ด คอมบิเนชั่น แล้วรู้สึกเครียดก็อย่าทำ
“เอาแบบที่สบายใจ เอาความสุขเป็นหลัก ฟังเสียงร่างกายตัวเอง แต่อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยมาสนใจสุขภาพ เพราะบางทีอาจจะสายไปแล้ว”


