ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/542112
- วันที่ 27 ก.พ. 2561 เวลา 10:33 น.

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ในวันพรุ่งนี้ (28 ก.พ.) เป็นวันโรคหายาก 2018 (Rare Disease Day 2018) ซึ่งหมายถึงโรคแปลก พบเจอน้อย การวินิจฉัยและตรวจรักษามีความซับซ้อน ที่พลอยทำให้ “โอกาส” ของผู้ป่วยโรคแปลกหรือโรคหายากเหล่านี้ มีความ “ซับซ้อน” ไปด้วย มาทำความรู้จักกับโรคหายาก เพื่อที่จะรู้ว่าไม่ใช่ทุกโรคที่หายยาก ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ภายใต้กลไกอันซับซ้อนในโลกอันซับซ้อนของกลุ่มผู้ป่วยโรคแปลก “พวกเรา” จะทำอะไรเพื่อพวกเขาได้บ้าง
ศ.พญ.ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล หัวหน้าสาขาวิชาเวชพันธุศาสตร์ ภาควิชากุมารศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เล่าถึงสถานการณ์โรคหายากว่า โรคหายากเป็นกลุ่มอาการของโรคที่พบน้อย โดยแต่ละโรคมีความชุกของโรคต่ำกว่า 1 ใน 2,000 คนของประชากร ปัจจุบันมีโรคหายากในโลกรวมทั้งสิ้น 7,000-8,000 โรค สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 6% ของประชากรป่วยด้วยโรค
หายากโรคใดโรคหนึ่ง เฉพาะในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหายากจำนวนหลายหมื่นคนที่กระจายตัวอยู่ใน 100 กว่าโรคหายาก โดย 80% เป็นโรคหายากที่เกิดจากพันธุกรรม
“ผู้ป่วยหลักหมื่นที่กระจายตัวอยู่ใน 100 โรคหายากทั่วประเทศ ก็ไม่ถึงกับงมเข็มในมหาสมุทรเสียทีเดียวนัก” ศ.พญ.ดวงฤดีเล่า
โรคหายาก ไม่เพียงความซับซ้อนของตัวโรคเท่านั้น แต่คือความซับซ้อนที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการตรวจรักษา ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขามีน้อย ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับวินิจฉัยล่าช้าผิดพลาด รักษาไม่ตรงจุด เสียโอกาสในการรักษา หรือเมื่อวินิจฉัยได้แล้ว ก็ไม่มียาในการรักษา ยารักษาโรคในกลุ่มโรคหายากถูกเรียกว่ายากำพร้า ก็เพราะยาส่วนใหญ่เป็นยาต่างประเทศและไม่มีการนำเข้า เนื่องจากไม่มีความคุ้มค่าในแง่ของการลงทุน สังคมไทยขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหายาก ระบบสาธารณสุขไทยยังไม่มีนโยบายหรือกระบวนการจัดการดูแลรักษาโรคหายากของประเทศ นั่นทำให้สิทธิในระบบสาธารณสุขไม่ครอบคลุมการตรวจวินิจฉัยและการรักษา นี่คือเหตุผลว่าทำไมกลุ่มผู้ป่วยโรคหายากจึงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ปรียา สิงห์นฤหล้า ประธานมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรค
“มูลนิธิฯ เปรียบเสมือนร่มของผู้ป่วย ภายใต้ร่มเงานี้ เราเดินไปด้วยกัน” ปรียากล่าว
วาดเล่าว่า โรคปอมเปรักษาด้วยการฉีดเอนไซม์
เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มโรคนี้ และพบว่าทุกคนใช้ชีวิตมีความสุขดี
คุณพ่อน้องมาเวล เล่าให้ฟังถึงอาการป่วยของน้องมาเวลที่ป่วยด้วยโรคเลือดเป็นกรด น้องเกิดมาปกติ แต่เมื่อ 2 วันผ่านไปเริ่มซึม กินนมน้อย หลับเยอะ โชคดีที่ตรวจพบเร็ว แพทย์สั่งถ่ายเลือด 3 รอบด้วยกัน โรคมีสาเหตุจากพันธุกรรม ผู้ป่วยไม่มียีนที่จะขจัดของเสียจากโปรตีนบางตัว ทำให้กลายเป็นของเสียที่คั่งอยู่ในเลือด มีค่าแอมโมเนียในเลือดสูงจนพัฒนากลายเป็นกรด ซึ่งทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายรวน น้องมีอาการชัก ถ่ายเลือดแล้วแต่น้องยังไม่ดีขึ้น จึงส่งตัวมาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี พบทีมแพทย์ที่ช่วยกันดูแล น้องอยู่ในห้องไอซียูรวม 43 วัน ถือเป็น 43 วันแห่งความยากลำบาก
“น้องนิ่ง นอนโคม่า เป็นหนึ่งเดือนเต็มที่ต้องเฝ้าระวังทุกวินาที ในระหว่างนี้มีการติดเชื้อ มีการให้ยาให้อาหารทางสายยาง ไขสันหลังโดนเจาะ จะว่าไปแล้วน้องถูกเจาะพรุนทั้งตัว”
โรคเลือดเป็นกรด ใน 1 แสนคนจะมีเป็นโรคนี้ 1 คน โรคนี้ไม่มีทางหาย รักษาด้วยการถ่ายเลือดนั้นถูกแล้ว จากนั้นเฝ้าระวังอาหารจำพวกโปรตีน ต้องจำกัดโปรตีนตลอดชีวิต โดยนมที่น้องกินก็ต้องเป็นนมที่สกัดโปรตีนตัวที่บกพร่องออก ราคานมเป็นหลักแสนบาท ปัจจุบันได้รับบริจาคจากบริษัทนม
“ไปตรวจล่าสุดน้องอายุ 3 เดือนแล้วและมีพัฒนาการตามเกณฑ์เด็กทั่วไป รู้สึกดีใจเพราะคุณหมอแจ้งให้ทำใจก่อนหน้านี้ว่า น้องอาจช้ากว่าเกณฑ์ได้ ได้ทราบว่าเด็กบางคนที่เป็นโรคนี้ ทำให้ชักและมีอาการทางสมอง 6 ขวบแล้วแต่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ก็มี”
คนทุกคน อยากเกิดมาไม่มีโรค หรือเมื่อประสบเคราะห์ เป็นโรคเป็นภัยเป็นผู้ป่วย ก็ขอโอกาสในการ
เข้ารับการรักษาที่เท่าเทียม ในฐานะเพื่อนร่วมสังคม ให้พวกเขาได้มีโอกาสเหมือนๆ กับคนที่ป่วยเป็นโรคทั่วไปอื่นๆ การรณรงค์ผลักดันทั้งในแง่ของกฎหมาย หรือโดยนโยบายสาธารณะ ขอให้เป็นไปภายใต้ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ ในฐานะเพื่อนร่วมทุกข์ ที่เกิดแก่และเจ็บตาย



