ของขวัญแห่งมิตรภาพ สะท้อนความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/543107

  • วันที่ 05 มี.ค. 2561 เวลา 11:18 น.

ของขวัญแห่งมิตรภาพ สะท้อนความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา

เพื่อฉลองวาระครบรอบ 200 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและไทย สถานทูตสหรัฐได้ผนึกกำลังกับสถาบันด้านวัฒนธรรมชั้นนำของไทยและสหรัฐ จัดงาน “Great and Good Friends” นิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพสุดยิ่งใหญ่ที่รวบรวมของขวัญสุดเลอค่าที่สองมิตรประเทศได้แลกเปลี่ยนกันในช่วงเวลาสำคัญตลอด 200 ปีที่ผ่านมา จำนวน 79 ชิ้น จากทั้งสองประเทศ มาจัดแสดงให้ได้ยลโฉมแบบใกล้ชิด โดยของขวัญส่วนใหญ่ที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ไม่เคยจัดแสดงต่อสาธารณชนมาก่อน และมีหลายชิ้นที่จะนำมาจัดแสดงให้ได้ชมในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐ กล่าวถึงความพิเศษของนิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ว่า เกิดจากความร่วมมือร่วมใจจากพันธมิตร โดยเฉพาะสถาบันด้านวัฒนธรรมชั้นนำของทั้งสองประเทศ รวมถึงสถาบันสมิธโซเนียน องค์การบริหารจดหมายเหตุและบันทึกจดหมายเหตุสหรัฐ หอสมุดประธานาธิบดีภายใต้การกำกับของหอสมุดรัฐสภาสหรัฐ สถาบันพระปกเกล้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร และหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

“ของขวัญแต่ละชิ้นที่นำมาจัดแสดงในงาน ล้วนเป็นตัวแทนแห่งกาลเวลาช่วยบอกเล่าเรื่องราวของสองมิตรประเทศที่แม้อยู่กันคนละซีกโลก แต่เพราะอาศัยความหวังดี และความเข้าใจที่มีให้แก่กันตลอดมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวมิตรภาพให้ยืนยาว เราหวังให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้สัมผัสด้วยตัวเองถึงความเลอค่าของของขวัญแต่ละชิ้น ที่ช่วยยึดเหนี่ยวมิตรภาพตลอดสิบชั่วอายุคนได้อย่างไร”

เอกอัครราชทูตฯ เดวีส์ ยังเผยถึงเหตุผลที่หยิบยกเอาคำว่า “Great and Good Friends” มาเป็นชื่องานว่า เป็นเพราะนับตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของความสัมพันธ์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้ใช้คำว่า “Great and Good Friend” ขึ้นต้นจดหมายที่เขียนกราบบังคมทูลพระกรุณาพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสยาม คำขึ้นต้นอย่างเป็นทางการนี้ไม่เพียงชวนให้หวนนึกถึงสมัยที่การติดต่อกันระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐ ยังจำกัดอยู่เพียงการส่งราชทูตและหนังสือเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องย้ำเตือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศเจริญงอกงามไปมากเพียงใดตลอดระยะเวลา 200 ปีที่ผ่านมา

จุดเริ่มต้นแห่งมิตรภาพ

จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ระบุถึงปฐมบทแห่งความสัมพันธ์ของไทย-สหรัฐ ไว้อย่างน่าสนใจว่า 40 ปีหลังจากที่อาณานิคมในทวีปอเมริกาประกาศเอกราชจากจักรวรรดิอังกฤษ เมื่อปี 2319 ในขณะที่พ่อค้าวาณิชอเมริกันต่างกำลังหาหนทางค้าขายกับประเทศนอกมหาสมุทรแอตแลนติกให้มากขึ้นกว่าเดิม สยามก็กำลังวางแผนรับมือกับการล่าอาณานิคมของประเทศยุโรปที่รุกล้ำเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรมและระยะทางที่ห่างไกลจะแบ่งแยกทั้งสองประเทศ แต่สยามและสหรัฐต่างก็หมายที่จะผูกมิตรไมตรีอันดีต่อกัน

ทั้งสองประเทศติดต่อกันเป็นครั้งแรกในปี 2361 เมื่อกัปตันชาวอเมริกันนำเรือเข้าเทียบท่า ณ สยามประเทศ ครั้นเมื่อกัปตันเรือผู้นั้นจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด เขาไม่ได้กลับไปตัวเปล่า แต่ได้ถือจดหมายที่ลงนามโดยเจ้าพระยาสุริยวงศ์มนตรี (ดิศ บุนนาค) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าพระยาพระคลังในเวลานั้น ส่งถึงประธานาธิบดี เจมส์ มอนโร ไปด้วย โดยเนื้อหาในจดหมายกล่าวถึงพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่มีพระราชดำริจะสร้างสัมพันธ์ทางการค้าและพาณิชย์กับสหรัฐ จดหมายฉบับนี้ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญ เพราะถือเป็นการติดต่อกันทางจดหมายเป็นครั้งแรกระหว่างสองประเทศ และนับเป็นปฐมบทของมิตรภาพไทย-สหรัฐ ตั้งแต่บัดนั้น

ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชสาส์นไปยังประธานาธิบดี เจมส์ บูแคนัน โดยมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานงาช้าง 1 คู่ และช้าง 1 คู่ เพื่อไว้ให้สืบพันธุ์ในทวีปอเมริกาหลังจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชปฏิสันถารกับกัปตันชาวอเมริกันคนหนึ่ง และทรงทราบว่าไม่มีช้างอาศัยอยู่ในสหรัฐ”

ทว่า เมื่อพระราชสาส์นของพระองค์ไปถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้น กลับปฏิเสธพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างสุภาพ โดยชี้แจงว่าภูมิอากาศของสหรัฐนั้นไม่เหมาะแก่การขยายพันธุ์ช้าง ประกอบกับช่วงนั้นสหรัฐเข้าสู่สงครามกลางเมืองพอดี จึงอาจเป็นไปได้ว่าทำให้ประธานาธิบดีลินคอล์นตัดสินใจเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้สยามจะไม่ได้ส่งช้างคู่นั้นเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังสหรัฐ แต่น้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสาสน์ตอบกลับอันสุภาพจากประธานาธิบดีลินคอล์น ก็ได้แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่ทั้งสองประเทศมีต่อกัน

จวบจนรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงเป็นพระมหากษัตริย์และพระราชินีจากสยามพระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐ หนังสือพิมพ์หลายฉบับ รวมทั้งนิตยสารไทม์ซึ่งตีพิมพ์ทั่วประเทศลงข่าวการเสด็จพระราชดำเนินเยือนของพระองค์ ซึ่งทำให้ประเทศสยามกลายเป็นที่รู้จักไปทุกหนแห่งในสหรัฐ หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป กระทั่งในปี 2509 ลินดอน บี. จอห์นสัน ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่เดินทางเยือนประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ พระบรมมหาราชวัง  

ของขวัญคือกระจกแห่งกาลเวลา

ตลอด 200 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทยและสหรัฐ ได้มีการแลกเปลี่ยนของขวัญกันนับไม่ถ้วน ในเวลานั้นการมอบของขวัญเสมือนการแบ่งปันความรู้และวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปของขวัญแต่ละชิ้นกลับไม่ต่างจากกระจกแห่งกาลเวลาที่สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวในอดีตมากมาย โดยนิทรรศการในครั้งนี้ได้คัดสรรมาจัดแสดงทั้งหมด 79 ชิ้น ในจำนวนนี้นำมาจากสถาบันสมิธโซเนียนถึง 49 ชิ้น     

ของขวัญสุดล้ำค่าที่นำมาจัดแสดงนี้เป็นของขวัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานแก่ประธานาธิบดีสหรัฐ ครอบคลุมตั้งแต่พระราชสาสน์จากราชอาณาจักรสยาม พระบรมฉายาลักษณ์และภาพเหมือนประธานาธิบดี เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เครื่องถมทอง ฉลองพระองค์และสิ่งทอ ศาสนวัตถุ เครื่องมือและเครื่องดนตรี ศัสตราวุธ

สำหรับชิ้นไฮไลต์ที่ต้องไปชมมีมากมาย อาทิ ชุดกาน้ำถมทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่ประธานาธิบดี แฟรงกลิน เพียร์ซ ในปี 2399 ภาพเหมือนประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน วาดตามแบบฉบับของ เรมบรันต์ พีล ของขวัญจากประธานาธิบดี แฟรงกลิน เพียร์ซ ประธานาธิบดีคนที่ 14 ของสหรัฐ ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี 2399 ชุดเครื่องประดับโต๊ะทำงาน ตะกร้าของขวัญจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ปี 2524 กล่องบุหรี่ประดับอักษรพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ของขวัญจากหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล มอบแก่ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เดลาโน รูสเวลต์ ปี 2488 เครื่องเขียนถมทอง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่ประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ เมื่อปี 2503 ตลอดจนจดหมายโต้ตอบทางการทูตตลอดทุกรัชสมัย เป็นต้น

นิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพนี้ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21 มี.ค.-30 มิ.ย.นี้ ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. โดยจะเปิดจำหน่ายบัตรถึงเวลา 15.30 น. อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 150 บาท นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่แสดงบัตร 50 บาท ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าชมฟรี

Leave a comment