ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/544156
- วันที่ 12 มี.ค. 2561 เวลา 11:31 น.

เรื่อง โยธิน อยู่จงดี ภาพ รอยเตอร์ส, นิทรา สปา แอนด์ เวลเนสส
นอนดึกตื่นเช้าจนชิน อาจไม่ใช่เรื่องผิดปกติของใครหลายคนที่มีกิจวัตรเช่นนี้เป็นประจำ แต่ในระยะยาวแล้วไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ เพราะปัญหาการทำงานหนักจนนอนไม่พออาจส่งผลต่อสุขภาพถึงขั้นเสียชีวิต และยังก่อให้เกิดปัญหาโรคร้ายได้ในอนาคต
อ.พญ.มณฑิดา วีรวิกรม กรรมการดำเนินงานศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านความผิดปกติจากการนอนหลับ ศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึงปัญหาการนอนหลับ เนื่องในวันนอนหลับโลกเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า “วันนอนหลับโลกนั้นเริ่มมีตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค. 2551 เพราะพบว่าผู้คนในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องการนอนและไม่ใส่ใจกับการนอนมากขึ้น และมีการจัดตั้งองค์กรและสมาคมรวบรวมองค์ความรู้ด้านการนอนขึ้นมาในระดับโลก
จนปัจจุบันมีศูนย์เกี่ยวกับการนอนหลับเพิ่มมากขึ้น ที่รักษาปัญหาเกี่ยวกับการนอน และโรคจากการนอนหลับทุกอย่าง ตั้งแต่จิตเวช ระบบประสาท หู คอ จมูก รวมองค์ความรู้ในหลายๆ สาขาที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับขึ้นมาเป็นเวชศาสตร์การนอนหลับขึ้นมาโดยเฉพาะ อย่างเช่น ศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และยังมีศูนย์รักษาโรคเกี่ยวกับการนอนตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่อีกหลายแห่งทั่วประเทศ ที่ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้
ปัญหาการนอนมีมานานแล้ว แต่ไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก เพราะเป็นผลกระทบที่ไม่เห็นผลในทันที ปัญหาแรกที่พบได้บ่อยสุดแต่ไม่รุนแรงมากนัก ก็คงเป็นเรื่องของการนอนที่ไม่พอ ทำให้เกิดปัญหาการง่วงนอนในช่วงเวลากลางวัน อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ทำงานอย่างต่อเนื่อง หรือมีกิจกรรมในช่วงเวลากลางคืน ที่ทำให้ร่างกายตื่นตัวจนนอนไม่หลับ ทำให้เบียดบังช่วงเวลาที่ควรจะนอนไป
อีกอาการหนึ่งก็คือนอนหลับง่าย แต่ตื่นบ่อยกลางดึกก็ต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง ส่วนมากมักเกิดจากโรคประจำตัวบางอย่างที่รบกวนการนอน เช่น อาการนอนกรน หรือโรคบางโรคที่แสดงอาการระหว่างนอนหลับด้วยเช่นกัน” พญ.มณฑิดา กล่าว
สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการนอน นอกจากการพบแพทย์แล้ว ยังมีสปาบำบัดด้านการนอนขึ้นมาโดยเฉพาะ อย่างเช่นที่ นิทรา สปา แอนด์ เวลเนสส์ (Nitra Spa & Wellness) ของ 137 พิลลาร์ส โฮเต็ลส แอนด์ รีสอร์ทส ก็เป็นหนึ่งในการนำศาสตร์ด้านการบำบัดมาใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีบำบัดอาการนอนหลับยาก ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรครบกวนการนอนอื่นๆ
จักรชัย เล่าลือเกียรติ์ ผู้จัดการ นิทรา สปา แอนด์ เวลเนสส์ อธิบายว่า ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีปัญหาเรื่องของการนอนอย่างมีคุณภาพ อาจจะด้วยเพราะความเครียดส่วนตัวหรือมีอาการเจ็ตแล็ก ทำให้มีปัญหาเรื่องการนอนจึงทำให้มีบริการ สลีป เทอราพี ซิกเนเจอร์ ทรีตเมนต์ (Sleep Therapy Signature Treatment) เป็นการนำเอาน้ำมันหอมระเหยใช้ร่วมคู่กับชุดหูฟังเสมือนจริง (Glyph) ในการบำบัดด้วยภาพและเสียงในเวลาเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนคลื่นสมองเบต้า ซึ่งเป็นคลื่นสมองในขณะที่คนเรามีอาการเครียด เปลี่ยนให้เป็นคลื่นอัลฟา ซึ่งเป็นคลื่นสมองในช่วงเวลาที่เราได้รับการบำบัดและรู้สึกผ่อนคลาย
อย่างไรก็ดี บางคนที่มีปัญหานอนหลับยาก ไม่ชอบใส่เครื่องมือรบกวนการนอน จะไม่ใส่ก็ได้แต่ก็จะยังได้ยินเสียงเพื่อการบำบัดอยู่ โดยทำร่วมกับการนวด โดยเน้นจุดสำคัญที่สามารถส่งผลให้ร่างกายผ่อนคลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่เท้าซึ่งเป็นศูนย์รวมระบบประสาทที่สำคัญ แต่หลายคนมักจะละเลยการดูแลสุขภาพเท้าตรงนี้ไป ควบคู่กับการนวดที่ไม่เหมือนกับการนวดกดจุดหรือนวดทั่วไปที่ทำให้รู้สึกเจ็บ แต่เป็นการนวดที่เบาและทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลายทั้งตัวเท่านั้น โดยนวดตั้งแต่เท้า ขา มือ ท้อง คอ และศีรษะ เพื่อกระตุ้นการนอนหลับ และการผ่อนคลายไปถึงระดับหลับไปในที่สุด ในผู้ที่มีปัญหาการนอนแนะนำว่าควรรับการบำบัดประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งทั้งหมดจะใช้เวลาเพียง 90 นาทีเท่านั้น
ท้ายสุด พญ.มณฑิดา ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนว่า ปัญหาการนอนไม่ได้มีแค่นอนไม่พอ และนอนกรนเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องง่วงแล้วขับ ซึ่งทำให้มีอัตราเสียชีวิตที่สูงกว่าปัญหาการนอนกรนหลายเท่า และยังสร้างผลกระทบให้กับผู้อื่นอีกด้วย
“ที่สำคัญคือ การนอนที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นจะต้องถึงระดับหลับลึกนานกี่ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องดูจากเครื่องวัดในสมาร์ทโฟน แต่ขอให้ไม่มีโรคที่เกี่ยวข้องหรือส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ และนอนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่นไม่อ่อนเพลียและอยากจะทำกิจกรรมชีวิตประจำวันอย่างมีความสุขก็ถือว่าเป็นการนอนที่ดีแล้ว”
สุขนิสัยการนอน 10 ประการ
1.เข้านอนและหลับเป็นเวลาในทุกวันอย่างเป็นลักษณะนิสัย
2.นอนกลางวันไม่เกิน 45 นาที (นานกว่านั้นจะทำให้เกิดปัญหาไม่ง่วงนอนตอนกลางคืน)
3.ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
4.ไม่สูบบุหรี่ หรือดื่มกาแฟก่อนนอน (หากเป็นเครื่องดื่มกาเฟอีนก็ไม่ควรดื่มก่อนนอน 6 ชั่วโมง โดยเฉพาะคนที่มีอาการนอนหลับยาก)
5.หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก เผ็ด และหวานในมื้อเย็น (เพราะอาหารมื้อหนักจะทำให้กระเพาะทำงานหนักแม้ถึงช่วงเวลานอนที่ร่างกายต้องพักผ่อนอย่างต่อเนื่อง อาหารเผ็ดจะทำให้รู้สึกไม่สบายท้อง และอาหารหวานจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงส่งผลถึงปัญหาการนอนหลับยากด้วยเช่นกัน)
6.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (การออกกำลังกายจะทำให้นอนหลับง่ายขึ้น แต่ควรเว้นการออกกำลังกายก่อนเวลานอนประมาณ 2-4 ชั่วโมง หากออกกำลังกายใกล้เวลานอนจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นจนยากแก่การนอน)
7.ใช้เครื่องนอนที่หลับสบาย
8.อุณหภูมิห้องควรปรับอย่างเหมาะสม
9.หลีกเลี่ยงแสง เสียงรบกวนการนอน
10.ใช้ห้องนอนเพื่อการนอนหลับและกิจกรรมทางเพศเท่านั้น


