ประวีร์ สิริเธียรทรรศน์ เป็นเลิศด้วยเวชศาสตร์การกีฬา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/544258

  • วันที่ 13 มี.ค. 2561 เวลา 11:19 น.

ประวีร์ สิริเธียรทรรศน์ เป็นเลิศด้วยเวชศาสตร์การกีฬา

เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ไม่ได้มีนัดตรวจสุขภาพกับคุณหมอ แต่วันนี้มีนัดสัมภาษณ์คุณหมอว่าด้วยเวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ชะลอวัย ผศ.ดร.ประวีร์ สิริเธียรทรรศน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ชะลอวัย รองผู้อำนวยการศูนย์รอยัลไลฟ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ และแพทย์ประจำทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เรื่องราวของคุณหมอและสิ่งที่คุณหมอทำ ให้แรงบันดาลใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับผู้ที่เห็นประโยชน์ในความสุข ความมุ่งมั่น และสุขภาพที่แข็งแรง

เรื่องนี้เริ่มต้นจากความกลัวของตัวดอกเตอร์หนุ่มเอง เขามีความสนใจด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์การกีฬา ก็เนื่องจากโดยส่วนตัวเป็นผู้กลัวความชรา มองเห็นว่าความแก่คือความเสื่อมที่มาพร้อมกับโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และกลัวที่สุดคือมะเร็ง ซึ่งก็คือความเสื่อมของร่างกายชนิดหนึ่ง

“โรคทุกอย่างที่เรากลัวมาจากความเสื่อม โรคทุกโรคที่เรากลัวมาเมื่อเราสูงอายุ”

ผู้คนโดยมากเมื่ออายุเข้าวัย 40-50 ปีก็เริ่มเป็นโรคกันแล้ว ถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไรเพื่อให้ร่างกายเสื่อมช้า ดร.ประวีร์เมื่อแรกพุ่งเป้าไปที่ศาสตร์เรื่องผิวหนัง แต่ท้ายที่สุดก็พบว่าการชะลอความเสื่อมของผิวหนัง เป็นเพียงการชะลอความเสื่อมแต่เพียงภายนอก และค้นพบในเวลาต่อมาว่า การออกกำลังกายคืออายุวัฒนะที่ดีที่สุด จากการศึกษาเป็นแพทย์ผิวหนัง ดร.ประวีร์เลือกเปลี่ยนไปเรียนด้านเวชศาสตร์การกีฬาแทน

“ผมเป็นเด็กเนิร์ด ทำอะไรเพราะรักและชอบเท่านั้น ในวัยรุ่นผมไม่ทำอะไรเลยนอกจากเรียนหนังสือ ไม่เล่นกีฬา ไม่ทำกิจกรรม มารู้ทีหลังว่า มันไม่ใช่ ยังเสียดายชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้” ดร.ประวีร์เล่าต่อว่า สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่ปี 4 นั่นแหละจึงเริ่มเล่นกีฬา เริ่มออกกำลังกาย และนับจากวันนั้นถึงวันนี้ เพิ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เท่านั้น ที่ไม่ได้ออกกำลังกายติดต่อกัน 2 วันต่อเนื่องในรอบ 20 ปี จากคนไม่ออกกำลัง กลายเป็นผู้เสพติดการออกกำลังกายไปแล้วอย่างเต็มภาคภูมิ

เมื่อเรียนจบแพทย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ประวีร์ทำงานที่กองแพทย์ กระทรวงมหาดไทย ประมาณ 6-7 ปี จากนั้นได้รับทุนไปเรียนต่อเนื่องจนจบปริญญาเอกในปี 2549 ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา Ph.D.Sport Medicine (Exercise Physiology) ที่มหาวิทยาลัยฟลอริดา (Florida State University)

“ผมจบมาใหม่มาเริ่มต้นเป็นแพทย์ศัลยกรรม ต้องก้มตัวเพื่อทำการผ่าตัดคนไข้ จนมีอาการบาดเจ็บที่หลัง อายุ 20 ปีแต่เจ็บหลังเหมือนคนอายุ 40 ปี ฉุกใจคิดเรื่องความเจ็บป่วยของตัวเองที่เหมือนคนสูงวัย นั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นว่าอยากชะลอวัย”

เมื่อศึกษาจบกลับเมืองไทยปี 2550 หรือเมื่อ 10 ปีก่อน เทรนด์ออกกำลังกายยังไม่ฮิต แพทย์ที่เรียนจบด้านเวชศาสตร์การกีฬาในเมืองไทยมีน้อยมาก นับจำนวนคนได้ หรือนับจริงๆ มีแค่ 3 คนทั้งประเทศ โชคดีที่เนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองที่ผันตัวมาสร้างทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเห็นความสำคัญของเวชศาสตร์การกีฬากับการทำทีมฟุตบอลระดับมาตรฐาน

“นำความรู้มาประยุกต์ใช้กับทีมฟุตบอลไทย เพื่อให้นักกีฬาของเรามีความแข็งแรง มีความสมบูรณ์ของร่างกาย มาช่วยกันสิ นี่คือคำที่พี่เนวินพูด ผมรับโอกาสนั้นอย่างเต็มตื้น และมารู้เมื่อภายหลังว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดคือทีมฟุตบอลทีมแรกของไทยลีก ที่มีการนำเวชศาสตร์การกีฬาเข้ามาใช้พัฒนาทีมอย่างจริงจัง”

ถ้าจะทำทีมฟุตบอลไทยให้พัฒนาและต่อยอดไปได้ ก็เวชศาสตร์การกีฬานี่แหละที่คือคำตอบ ดร.ประวีร์เล่าว่า ส่วนช่วยและส่วนผลักดันที่จะทำให้นักกีฬาแข็งแรงขึ้น สมบูรณ์ขึ้น สามารถพัฒนาศักยภาพการเตะได้เป็นเลิศ เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากอเมริกาและยุโรป ที่ทีมนักเตะพัฒนาฝีเท้าได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังการใช้เวชศาสตร์การกีฬา

อันดับแรกเริ่มจากการวางพื้นฐาน ภาวะโภชนาการสำหรับนักกีฬา เช่น การหลีกเลี่ยงไขมัน การกินแป้งให้เยอะ ส่วนโปรตีนและวิตามิน กินให้เพียงพอเพื่อซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ ต่อมาคือการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อตัวนักกีฬาเองและทีมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เรื่องหน้าที่ของแพทย์ประจำทีมนี้ ยังขยายไปถึงเรื่องการคิดเมนูอาหารของนักเตะ

“ให้ความรู้อย่างเดียวอาจจะไม่พอ ผมคิดเมนูให้เลย การันตีความอร่อยของอาหารนั่นหมายความว่า อาหารที่กินต้องถูกหลักและอร่อยด้วย เพื่อให้ตัวนักกีฬากินอย่างไม่ต้องตั้งคำถาม กินเพราะอยากกิน ไม่ใช่กินเพราะต้องกิน คงเคยรู้ว่านักกีฬาบ้านเราในสมัยก่อน กินบะหมี่สำเร็จรูปเป็นอาหารหลัก เรื่องนี้ต้องจบ”

นอกจากนี้คือการเดินทางไปเยี่ยมแคมป์นักเตะ ในเกือบทุกนัดที่มีการแข่งขัน ในฐานะแพทย์ประจำทีม ทำหน้าที่กำกับตามหลักวิชาการโดยรวม ดูแลนักเตะในทีมว่าได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะวิตามิน ที่ต้องเสริมให้ครบถ้วน โดยร่างกายนักเตะก็เหมือนรถแข่งที่วิ่ง 24 ชั่วโมง ร่างกายของพวกเขา ย่อมต้องการวิตามินในปริมาณที่สูงกว่าคนทั่วไป

สำหรับเทรนด์การออกกำลังกายในปัจจุบัน ดร.ประวีร์เล่าว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะคนหันมาออกกำลังกายและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายมากขึ้น กีฬากลายเป็นอาชีพทำเงิน ผู้ปกครองที่ต้องการพัฒนาบุตรหลานให้มีความสามารถทางกีฬา อยากฝากไว้ถึงการไม่โอเวอร์เทรนด์เด็ก หรือการต้องไม่ปล่อยให้เด็กฝึกซ้อมมากจนเกินไป

“การโอเวอร์เทรนด์ไม่ช่วยอะไร เด็กต้องเล่นกีฬาแบบเด็ก คอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ เพื่อให้เขาพัฒนาศักยภาพตามวัย ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าไปเร่งเด็ก กระดูกจะปิดเร็ว จะเตี้ยตัน กลายเป็นลดโพเทนเชียลของเด็ก”

ทุกวันนี้สนุกกับการเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ สนุกกับการเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์รอยัลไลฟ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ และแพทย์ประจำทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ความฝันของดอกเตอร์หนุ่มก็คือ การได้เห็นเวชศาสตร์การกีฬาของไทยมีความแพร่หลาย มีส่วนในการพัฒนาการกีฬาระดับชาติ รวมทั้งพลเมืองไทยมีความแข็งแรง เมื่อประชาชนแข็งแรง ประเทศชาติก็แข็งแกร่ง

ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ดร.ประวีร์ปลีกเวลาจากงานหลักเพื่อออกกำลังกายทุกวัน ว่ายน้ำ ตีเทนนิส และคาราเต้(สายดำ) เขายังชอบเล่นกีฬาท้าทายเกือบทุกชนิดด้วย  ล่าสุดคือสโนว์บอร์ด ที่ทุกปีต้องหาเวลาบินไปไถกระดานหิมะกับเพื่อนรู้ใจที่เกาะญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังชอบดำน้ำ ชอบท่องเที่ยวต่างประเทศ ดูผู้คนและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ทำความเข้าใจโลก ทำความเข้าใจเพื่อนร่วมโลก

ย้อนกลับมาที่คำถามว่า ทำไมการออกกำลังกายถึงกลายเป็นยาอายุวัฒนะได้ เรื่องนี้อธิบายว่า การออกกำลังกายจะทำให้การลดลงของระดับฮอร์โมนที่มีชื่อว่า อันนาบอลิค ฮอร์โมน (Anabolic hormone) ลดลงในระดับที่ช้า นั่นหมายความว่า เมื่อร่างกายสูงวัยขึ้น ฮอร์โมนลดการทำงานลงตามธรรมชาติ แต่การออกกำลังกายจะทำให้อันนาบอลิค ฮอร์โมน ลดลงช้ากว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายนั่นเอง

“ช่วยมาก ช่วยน้อย แต่การออกกำลัง ช่วยได้แน่นอน ถ้าคุณไม่อยากแก่ ถ้าคุณอยากต้านวัยต้านความชราให้ได้ผล แข็งแรง ไร้โรค”

นั่นเป็นเหตุผลสำหรับผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าท่านจะเป็นนักกีฬาหรือไม่ การออกกำลังกายดีสำหรับทุกคน ดีที่สุดถ้าคิดจะต้านวัยชะลอโรค เป็นหนุ่มเป็นสาวยืนยาว

Leave a comment