ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/545666
- วันที่ 26 มี.ค. 2561 เวลา 17:02 น.

เรื่อง บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
คงเป็นอะไรที่ไม่อาจจินตนาการได้เลยนะ สำหรับความสำเร็จของคนที่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ “คิดแบบไหนไม่ให้กลายเป็นคนขี้แพ้” ผู้เขียนคืออุระ โทะคิ เทรนเนอร์คนดังชาวญี่ปุ่น เล่าให้ฟังในหนังสือของเขาว่า คนที่ทำอะไรไม่เคยสำเร็จนั้น มีรูปแบบของการเดินทางไปสู่ความล้มเหลว ถ้าคุณไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้น คุณอาจสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับความผิดพลาดของพวกเขา
รูปแบบของความผิดพลาด
1.ไม่ว่าจะลงมือทำอะไร ก็ทำได้ไม่เกิน 3 วัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับไม่เคยมีผลงานปรากฏด้วย ทำอะไรไม่ถึง 3 วันก็เบื่อ เป็นคำสุภาษิตของญี่ปุ่น ที่มีความหมายถึง ขี้เบื่อ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำได้ไม่ต่อเนื่อง อุระแนะนำว่า หากมัวแต่ใช้ไม้บรรทัดวัดหรือยึดติดกับการตีความว่า “ฉันทำไม่ได้หรอก” หรือ “เหตุผลมันก็เป็นอย่างนี้ไง” ก็ไม่ต่างกับเรายัดตัวเองลงไปในกล่องที่แสนน่าอึดอัด แถมยังวางก้อนหินหนักๆ ทับไว้ด้านบนอีก
ที่จริงเราควรคิดแบบยืดหยุ่นว่า ไม่ได้มีแค่ “ตัวเราที่ไม่ได้เรื่อง” หรือ “ตัวเราที่ทำไม่ได้” แต่ยังมี “ตัวเราที่ทำได้ดีอีกด้วย” วิธีคิดนี้จะปลดปล่อยคุณให้เป็นอิสระ
2.หากเริ่มต้นได้ไม่ดี ก็หนีไม่พ้นความล้มเหลว
“หากเริ่มต้นไม่ดี ก็หนีไม่พ้นความล้มเหลว” ต้องเลิกคิดแบบนี้ได้แล้ว ในวันหนึ่งๆ เราใช้ความคิดถึงวันละประมาณ 5-6 หมื่นครั้ง กว่า 90% เป็นเรื่องเดียวกับที่เราคิดเมื่อวานนี้ ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องในแง่ลบ นั่นหมายความคนส่วนใหญ่ถูกผูกมัดไว้กับความคิดลบๆ
ต่อไปนี้ขอให้ลองคิดและจินตนาการในแง่บวก สร้างความรู้สึกดีๆ ให้เกิดขึ้น เพราะในทันทีนั้นการตอบสนองทางร่างกาย เช่น น้ำลายไหล หรือหัวใจเต้นรัวก็จะปรากฏ ไม่ต้องสงสัยว่า สมองของเรามีพลังที่จะช่วยให้สิ่งที่เราคิดปรากฏขึ้นจริง
ถึงแม้บางครั้งจะสะดุดในจุดเริ่มต้นบ้าง ก็ให้คิดว่าไม่จำเป็นว่าต่อไปจะมีเรื่องแย่ๆ ตามมา หรือสมมติว่าคุณเคยมีประสบการณ์แบบนั้น ก็เป็นข้อพิสูจน์เรื่องแรงดึงดูดจากการจินตนาการของคุณเอง
3.แพ้เสียงในใจที่ว่า “เธอมันไม่ได้เรื่อง” อย่างราบคาบ
เสียงในหัวของคุณที่คอยตอกย้ำคุณ ลองจับสังเกตดูให้ได้ว่า คุณได้ยินมันบ่อยแค่ไหนและคุณเชื่อเสียงนั้นหรือไม่ ถ้าเชื่อก็ต้องเลิกเชื่อได้แล้ว มีคำเรียกคำพูดที่ค่อนไปในทางลบที่โผล่เข้ามาในหัวเวลาเราสับสนหรือครุ่นคิดนี้ว่า “Critical Voice” หมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์ พูดถึงจุดเสีย ตัดสิน อันตราย เรื่องร้าย
เสียงในหัวนี้ทำให้คุณเป็นทุกข์ ทำให้เราเมื่อได้ยินก็ไม่สามารถลบความกังวลออกไปได้ อยู่ในสภาพที่อาจจะต้องทำสิ่งที่ผิดพลาด พร้อมที่จะเดินตามหรือทำตามเสียงที่บอกหรือบ่งชี้ (ไปในทางร้าย) นั้น
เอาเป็นว่าเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ได้ยินเสียงเรียกนั้นอีกเมื่อไหร่ ขอให้คุณเปลี่ยนเสียงนั้น เป็นเสียงของคนที่คุณชอบ (ใครก็ได้) อาจเป็นเสียงของโดราเอมอน ที่ทำให้โลกนี้มีเสียงหัวเราะและสงบสุข หรือจะเป็นเสียงของลูฟี่ พระเอกการ์ตูน One Piece หรือเปลี่ยนเป็นเสียงของใครก็ตามที่สร้างกำลังใจให้คุณได้
4.ไม่กล้าท้าทายสิ่งใหม่
คนเราเกิดมา ไม่ว่าใครก็ตาม ย่อมต้องลองทำในเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อนมากมายไม่รู้กี่ครั้ง หากไปได้ไม่ดีก็ต้องเปลี่ยนวิธี หากเป็นไปได้ดี ก็ต้องพยายามต่อไป เพื่อให้ครั้งหน้าทำได้ดี คนทุกคนพัฒนาตนเองได้ด้วยการพยายามแล้วพยายามอีก ถ้าคุณตระหนักในความไม่กล้าท้าทายสิ่งใหม่ คุณต้องเปลี่ยน
ขอให้คิดว่า ในชีวิตคนเรามีโอกาสจดจำสิ่งต่างๆ มากมาย เมื่อได้ลองเรียนรู้อาจจะทีละเล็กทีละน้อย แต่เราจะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนี้เป็นกระบวนการที่ทุกคนเท่าเทียมกัน เมื่อเราไม่คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพื่อให้ได้มา เราทุกคนก็จะลองท้าทายทำสิ่งใหม่ๆ ได้เสมอ