ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/547201
- วันที่ 09 เม.ย. 2561 เวลา 16:50 น.

ความคืบหน้าของมักกะสันล่าสุด พื้นที่ส่วนที่ผมมองว่าเป็น “เพชรยอดมงกุฎ” 140 ไร่ ติดสถานีแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน ฝั่งถนนอโศก กำลังถูกใส่เข้าไปอยู่ใน TOR โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน
โดย อาทิตย์ โกวิทวรางกูร
รายละเอียดท่านอ่านเพิ่มได้ทั่วไปในข่าว
เรื่องราวของพื้นที่มักกะสันเป็นมหากาพย์ เข้าใจว่าบางเงื่อนไขทำให้เป็นเช่นนั้น
(1) ผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้ อาจยังไม่ได้พูดคุยและหาทางออกอย่างเหมาะสมจนถึงที่สุด กับคนรถไฟ (โดยเฉพาะคนในโรงงานมักกะสัน) ในเรื่องงานซ่อมบำรุง อนาคตของพวกเขา … รวมทั้งผลตอบแทนจากการพัฒนาพื้นที่อย่างเหมาะสม ที่การรถไฟพึงจะได้รับ (ที่คนรถไฟเชื่อว่าจะสามารถนำไปใช้ลงทุน เพื่อพัฒนาระบบรางของพวกเขาขึ้นไปอีกระดับได้)
(2) ทุนใหญ่ และรัฐ ล้วนมองมักกะสัน ในระดับของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PropertyDevelopment) เป็นหลัก ยังมองไม่เห็นศักยภาพอันมหาศาลของมักกะสัน ในฐานะจุดเปลี่ยนสำคัญ (Turning Point) ในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (Sustainable Urban Development) … เรื่องนี้ลองนึกดูเล่นๆ ว่า เมืองชั้นนำอื่นๆ ในโลก หากมีพื้นที่อย่างมักกะสัน เขาจะจัดการมันอย่างไร
(3) มักกะสันดึงดูดกลุ่มคนที่หลากหลาย ที่อยากเห็นพื้นที่แห่งนี้ ถูกพัฒนาอย่างเหมาะสม เคารพผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และตอบโจทย์ชีวิตและเมืองในวันนี้และอนาคต
(4) เริ่มมีความคิดของคนบางกลุ่มว่า ย่านโรงงานมักกะสัน มีศักยภาพในการเสนอเป็น มรดกโลกทางด้านอุตสาหกรรม (World Industrial Heritage)ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นใหม่ในสังคมไทย ฯลฯ
การจะคลี่คลายประเด็นเรื่องมักกะสัน ผมเชื่อว่าต้องอาศัยการร่วมไม้ร่วมมือกัน ของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) อย่างน้อยก็กลุ่มหลักๆ … ซึ่งวิธีปฏิบัติแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกในโลก
กลับมาที่ข้อสรุปเบื้องต้นของรัฐบาล ผมติดตามรายละเอียด หลายคำถามผุดขึ้น …
การตัดสินใจนี้ กระทบ “ภารกิจหลัก” ของโรงซ่อมมักกะสันไหม?
โรงซ่อมมักกะสันยังดำเนินการเป็นศูนย์หลักในการซ่อมและบำรุงรักษาหัวรถจักร ขบวนรถโดยสาร และชิ้นส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการเดินรถ … การดึงที่ออกมา 140 ไร่ แม้จะเลือกแปลงบริเวณที่กระทบพื้นที่โรงงานน้อยที่สุดแล้ว ยังกระทบการทำงานหรือไม่ มากน้อยขนาดไหน?
ทำไมต้อง 140 ไร่? ตัวเลขนี้มาจากไหน? ถูกกำหนดโดยอะไร?
การกำหนดให้มักกะสันเป็นสถานีหลัก “จำเป็น” ต้องใช้พื้นที่ขนาดไหน?
สถานีหลัก (ที่ทำหน้าที่แบบเดียวกับมักกะสันในอนาคต) เขาใช้พื้นที่กันประมาณเท่าไหร่? ตัวอย่างอ้างอิงเทียบเคียงที่เหมาะสม คือที่ไหน-ในประเทศอะไร?
จริงๆ สถานีหลัก คืออะไรกันแน่ และทำไมมักกะสันถึงเหมาะสมในการเป็นสถานีหลัก เป็นอีกคำถามในใจ รวมทั้งจะ “ซ้ำซ้อน” กับบางซื่อ? (ที่ตอนนี้กำลังลงมือสร้างใหญ่โตอลังการขนาดนั้น) หรือไม่ อย่างไร?
ราคาค่าเช่าควรเป็นเท่าไหร่? สัญญาการเช่าควรเป็นอย่างไร? ณ ตอนนี้ที่สรุปออกมา สูงหรือต่ำ? เทียบกับอะไร?
ท่านทราบไหม ว่าในประเทศอื่นๆ เวลาเขาต้องตัดสินใจกำหนดทิศทางความเป็นไป ของที่ดินผืนใหญ่ๆ ใจกลางเมืองแบบนี้ เขาทำกันอย่างไร?
ต้องใช้วิธีคิดแบบไหน? ระดับมุมมองไหน? มีเหลี่ยมมุมที่ต้องพิจารณาในแง่ใดบ้าง?
แล้ว การลงทุนรถไฟความเร็วสูง ขาดทุนเสมอ และต้องเอารายได้อื่นมาโปะ นี่จริงใช่ไหม? เพราะอะไร?
แล้วเราจะวัดความคุ้มค่าจากการลงทุน จากเรื่องไหนดี? และตัวชี้วัด ในการดำเนินการ ว่าดีหรือแย่ จะดูที่ตรงไหนอย่างไร? (อะไรคือ KPI ที่เหมาะสม?)
รายได้จากกิจการอื่น ที่จะนำมาโปะ หรือชดเชยให้กับผู้ลงทุนที่ยอมรับการขาดทุนตรงนี้ ควรเป็นอะไร? ควรให้มากน้อยแค่ไหน?
ประมาณไหนถึง “เหมาะสม” … แบบไหนเรียกว่าประเคน
เป็นไปได้ไหม ว่าอาจเกิดเหตุการณ์ “ซูเปอร์คอร์รัปชั่น” หากรัฐกำหนดโครงสร้างสัญญาที่ผิดพลาด? (ขอมอง เผื่อกรณี Worst-case scenario)
ถ้าเป็นไปได้ ลักษณะของโครงสร้างสัญญาที่จะนำไปสู่สิ่งนั้น หน้าตาเป็นอย่างไร? มีคุณลักษณะแบบไหน?
และตอนนี้ เท่าที่ข่าว ที่รายละเอียดเผยแพร่ออกมา “โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน” มีแนวโน้มไปในทางไหน? ดูจากตรงไหน? อย่างไร?
รัฐบาลบอกจะใช้รูปแบบที่เรียกว่า PPP : Public-Private Partnership
PPP คืออะไร? เกิดขึ้นมาเมื่อไหร่-ที่ไหน ทำไมต้อง PPP?
PPP มีกี่ประเภท แต่ละอย่างดี-เสีย ต่างกันตรงไหน? ทำไมเราถึงเลือกแบบ net cost?
แล้วพอทำไปจริง ผลออกมาสวยงามดังคาดหวังไหม? มีกรณีศึกษาอะไรของ PPP ที่โดดเด่น น่าสนใจบ้าง?
อะไรคือ PPP failure? ทำไมถึงล้มเหลว?
แล้ว PPP ที่สำเร็จล่ะ หน้าตาเป็นอย่างไร? เงื่อนไขเป็นแบบไหน?