ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/547825
- วันที่ 14 เม.ย. 2561 เวลา 09:56 น.

โดย ชายโย ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
โลกนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วเกินกว่าจะยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ไม่เว้นแม้แต่สกุลเงินที่เคยมีมานับพันปี ก็ต้องถูกตีด้วยเงินสกุลดิจิทัล
นั่นทำให้ “หาญ” พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว และ “เอิธ” ณัฐชนน โพธิ์เงิน พี่น้องร่วมสถาบันศิษย์เก่าคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มหาวิทยาลัยมหิดล กระโดดเข้ามาศึกษาจนช่ำชอง และกลายมาเป็นคู่หูผู้เชี่ยวชาญการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล แห่งสยามบล็อกเชน อะคาเดมี (Siam Blockchain Academy)
“ผมเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล คณะไอซีที เอิธเป็นรุ่นน้องผม 1 ปี รู้จักกันตอนที่เราทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเอิธก็เข้ามาช่วยงานกิจกรรมแล้วก็ได้มาอยู่กลุ่มเดียวกับผม เป็นกลุ่มรับน้อง เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้รู้จักกัน แล้วก็ทำงานมาด้วยกันทุกครั้งที่มีโอกาสในกิจกรรมของมหาวิทยาลัย” หาญ เล่าย้อนความหลังถึงวันที่รู้จักกัน
“เวลาที่มีงานของคณะ งานของมหาวิทยาลัย เราก็จะมาเจอกันตลอด”
“แม้ว่าเราจะไม่ได้มีตำแหน่งในการทำงานใหญ่โต แต่เอิธก็ให้เกียรติรุ่นพี่ในการทำงานเสมอ”
“เรารู้จักกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัยทำให้รู้จักนิสัยกันดี มีอะไรก็พูดกันตรงๆ ก็มีการแบ่งงานทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดและพร้อมที่จะทำ ซึ่งพี่เขาก็โอเคทำให้เรามีทีมเวิร์กที่ดี พี่หาญจะเป็นคนตรงไปตรงมา ถ้ามีอะไรติดขัดติดใจไม่พอใจก็จะพูดออกมาเลย ทำให้งานของเราไม่มีปัญหา ก้าวหน้าไปได้เรื่อยๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือพี่เขาจะทุ่มเทกับงานเต็มที่ ทำให้ผมรู้สึกว่าเราเข้าขาทำงานด้วยกันได้ดี”
หาญพูดถึงรุ่นน้องคู่หูของเขาอีกว่า
“ส่วนตัวลักษณะนิสัยการทำงานของผม ยังขาดความรอบคอบในบางจุดบางเรื่องอยู่บ้าง ซึ่งเอิธจะเข้ามาช่วยผมในเรื่องนี้ แต่เอิธจะทำงานประจำ จะทำให้มีเวลาน้อยกว่าผม ผมเลยคิดว่างานอะไรที่ต้องใช้แรงและเวลาในการทำงานเยอะ ผมจะเป็นคนทำเอง แต่งานที่พวกเป็นการวางแผนที่ต้องใช้ความรอบคอบความละเอียดในการไตร่ตรอง ผมจะให้เอิธเป็นคนช่วยดู
อย่างเวลาเราทำเนื้อหามีความละเอียดมากๆ ผมก็ให้เอิธช่วยดูช่วยรั้งไว้ เพราะบางทีเราก็เขียนเนื้อหาที่ดูยากเกินไป จนคนอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังต้องการสื่อออกไป เอิธก็จะช่วยปรับแก้เนื้อหาให้ ผมคิดว่าเอิธเก่งในการตัดสินใจแก้ปัญหา และรู้ว่าเมื่อแก้แล้วจะต้องทำอะไรต่อไป ผมจึงรู้สึกว่าถ้าเป็นเรื่องการตัดสินใจ เอิธจะตัดสินใจได้ดีกว่าผมแน่นอน และมีอะไรเราก็คุยกันตลอดในทุกเรื่อง
แม้แต่เรื่องรายได้ ตั้งแต่แรกผมกับเอิธจะแบ่งกันคนละครึ่งแม้ว่าผมออกมาทำเต็มตัวมากกว่าก็ตาม แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ เพราะเอิธเป็นเหมือนน้องผมคนหนึ่ง แล้วเอิธก็เข้ามาช่วยในสิ่งที่ผมขาดหายไป ถ้าไม่มีเขาเราอาจจะทำงานได้ไม่ดีเหมือนที่เป็นอยู่ก็ได้”


