ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/548713
- วันที่ 22 เม.ย. 2561 เวลา 09:35 น.

โดย ภาดนุ
ผู้บริหารหนุ่มวัย 44 ปี วีระชัย นิชาภัทร รั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งบริษัท Musketeers Event ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับให้บริการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ มากว่า 15 ปี นอกจากนี้ยังเป็นหุ้นส่วนในบริษัท Promotions and Coupon โดยรั้งตำแหน่ง Business Development ซึ่งบริษัทนี้ทําธุรกิจเกี่ยวกับ E-commerce/Affiliate Marketing ภายใต้เว็บไซต์ที่ชื่อว่าwww.promotions.co.th โดยขายสินค้าให้กับเว็บไซต์ลาซาด้า (Lazada) และอีกมากมายซึ่งเปิดมาได้ 5 ปีแล้ว
“นอกจากบริหารงานในบริษัททั้งสองแห่งที่เกริ่นไปแล้ว ปัจจุบันผมยังเป็นหุ้นส่วนของร้านอาหารญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Shintaro ร้านอาหารแนวปิ้งย่างที่ชื่อ Smoke รวมทั้งร้านกาแฟที่ชื่อ Dolce’ Socialize Cafe ด้วย ซึ่งทั้ง 3 ร้านนี้อยู่ในซอยพระรามเก้า 49 ล่าสุดผมยังเป็นหุ้นส่วนในการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางจากเกาหลีที่ชื่อแบรนด์ Yadah ด้วย โดยจะเริ่มขายบนออนไลน์ในเดือน พ.ค.นี้
ปกติใน 1 สัปดาห์ ผมจะทำงานเกือบ 7 วัน ทั้งประชุม ทั้งคุยธุรกิจกับลูกค้า และอื่นๆ แค่นี้ชีวิตก็แทบไม่มีเวลาว่างแล้วครับ (หัวเราะ) ดังนั้นวิธีการที่จะทำให้ตัวเองเข้าไปสัมผัสกับวิถีสโลว์ไลฟ์ได้ก็คือ ต้องเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ถ้ามีเวลาว่างปั๊บผมจะไปออกกำลังกาย เช่น เตะฟุตบอล วิ่ง และขี่จักรยาน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เวลาตรงนั้นทำอะไร ถ้าเตะฟุตบอลก็จะเป็นวันอังคารกับวันอาทิตย์ ส่วนขี่จักรยานถ้ามีเพื่อนๆ ชวนไปขี่เป็นแก๊งที่เขาใหญ่ ถ้าว่างผมก็จะไปด้วย ที่ผ่านมาก็เคยไปปั่นจักรยานกับกลุ่ม Bike Finder มาด้วย แต่ถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ผมก็จะขี่จักรยานรอบหมู่บ้านที่ตัวเองอยู่ เพราะมีถนนที่สามารถขี่จักรยานได้”
วีระชัย ทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้ที่ออฟฟิศของเขาซึ่งอยู่ย่านทาวน์อินทาวน์ ก็เป็นออฟฟิศสีเขียวที่มีต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียวเยอะพอสมควร เพราะอยากให้พนักงานทุกคนทำงานท่ามกลางความร่มรื่นและไม่เครียด ทุกคนจะได้มีไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ต่อไป
“ถ้าใครอยากใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ก่อนอื่นผมแนะนำให้มองหาสิ่งที่ตัวเองชอบให้ได้เสียก่อน อย่างผมชอบการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานและรักการถ่ายรูป ผมก็จะนำทั้งสองอย่างนี้มาปรับเข้าด้วยกัน มันก็จะนำเราไปหาธรรมชาติได้ในที่สุด จากนั้นเราก็มองหากลุ่มเพื่อนๆ ที่ชอบทำกิจกรรมคล้ายๆ กับเรา แล้วไปเข้ากลุ่มกับพวกเขา เราก็จะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ตามมาแน่นอน ทำให้เห็นโลกได้กว้างขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นสิ่งดีๆ ที่เราสามารถนำเข้ามาใส่ตัวได้ และทำให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิตด้วย
วันหนึ่งหากผมไม่ได้ทำงานแล้ว ผมคิดไว้ว่าอาจจะไปหาซื้อที่ดินที่ต่างจังหวัดซึ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติทิ้งไว้สักผืน และอาจจะไปอาศัยหรือพักผ่อนเป็นครั้งคราว แต่ยังไงเราก็อาจจะยังใช้ชีวิตอยู่ในเมือง เนื่องจากคุณแม่ของผมก็เป็นคนเมือง เราสองคนจึงอาจจะเคยชินกับการใช้วิถีชีวิตแบบคนเมืองอยู่บ้าง แต่ยังไงซะจิตใจของเราก็ยังคงใฝ่หาความร่มรื่นจากธรรมชาติอยู่เสมอครับ” ติดตามที่ FB : musketeersevent/ และ IG : veenie



