ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/549360
- วันที่ 28 เม.ย. 2561 เวลา 11:45 น.

โดย บงกชรัตน์ สร้อยทอง ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข
อธิป ตันติวรวงศ์ หรือ “ที” อายุ 32 ปี ผู้จัดการส่วนการขายและการตลาด ฝ่ายนวัตกรรมพลังงาน บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เป็นบริษัทที่ถือหุ้นธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากบริษัทภายในกลุ่ม ปตท. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ โดยเขาจะได้รับมอบหมายให้มาดูแลเรื่องการพัฒนาธุรกิจกับการขยายตลาดเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ในไทย ของ GPSC ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศและเป็นงานที่ไม่ง่ายเลย

อธิป ขยายภาพกว้างให้เห็นว่า ปัจจุบันตลาด Energy Storage แบ่งเป็น คือ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ และซับสเตชั่นองโรงจ่ายไฟฟ้า ซึ่งอย่างที่สามเป็นสิ่งที่ GPSC กำลังโฟกัส
“เพราะเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิมคือไฟฟ้าที่บริษัทมีอยู่แล้ว อีกทั้งเร็วๆ นี้จะเกิดการร่วมมือกันกับมหาวิทยาลัยไทยแห่งหนึ่ง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำเป็นสมาร์ทซิตี้ เข้าไปช่วยดูแลเรื่องเทคโนโลยี Energy Storage ใช้ซอฟต์แวร์ในการควบคุม เนื่องจากมหาวิทยาลัยนี้มีหน่วยงานวิจัยเรื่องนี้อยู่แล้วระดับหนึ่ง พอเกิดการทำงานร่วมกันมากขึ้น ก็จะเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเป็นรูปธรรมที่สามารถจับต้องได้ อีกทั้งในอนาคตน่าจะเกิดความร่วมมือกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ในประเทศช่วยกันในการพัฒนาความร่วมมือการทำตลาดในอนาคต โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเกิดการใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในไทย
นอกจากนั้น หากจะให้เกิดมุมมองให้คนทั่วไปเห็นความสำคัญกับ Energy Storage แบบใกล้ตัว คือ อย่างที่เกิดกรณีไฟดับ 14 จังหวัดภาตใต้ หรือแม่ฮ่องสอนไม่มีไฟฟ้าใช้หลายสิบชั่วโมงอย่างปีที่แล้ว ก็อาจมีผลกระทบต้องโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ถ้าไม่มีการกันสำรองไฟฟ้าที่เพียงพอ แต่ถ้ามี Energy Storage ก็จะทำให้มีการเก็บกักใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยังหมายรวมไปถึงการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและมีการแกว่งค่าไฟฟ้าที่เสถียรมากขึ้น และยังส่งผลในการยืดอายุการใช้งานของสายส่งไฟฟ้าได้มากขึ้นด้วย
เบื้องต้นทาง GPSC จะเริ่มใช้ไปกับภายในกลุ่มของ ปตท.ก่อน เพราะปัจจุบันต้นทุนหลักในการผลิตของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีก็เป็นเรื่องค่าไฟฟ้าเป็นหลัก จากนั้นถึงจะขยายไปยังลูกค้าที่เป็นอุตสาหกรรมเป็นหลัก เพราะจะทำให้เกิดการใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากไฟตกก็จะไม่กระทบต่อกระบวนการผลิต”
อธิปชี้ว่า แม้วันนี้ Energy Storage ถือว่ายังเป็นเรื่องใหม่ของประเทศ และยังไม่สามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับ GPSC ได้ในระยะสั้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องเริ่มกระบวนการสร้างความเข้าใจ เพราะสิ่งสำคัญไปกว่านั้นคือ เป้าหมายระยะยาวที่จะส่งผลสเกลใหญ่ไปสู่ระดับประเทศ
“หนึ่ง คือทำให้ประเทศมีต้นทุนการใช้ไฟที่ถูกลงได้ เหมือนปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ก็สามารถสร้างประสิทธิภาพให้ถูกกว่าพลังงานประเภทอื่น สอง ทำให้ประเทศลดต้นทุนในการที่จะไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และสาม หากประเทศมีการซื้อขายไฟหรือมีการเทรดขึ้นได้ จะทำให้การใช้ไฟของประเทศมีความเสถียรมากขึ้น เหมือนที่ประเทศอื่น เช่น สหรัฐ เกาหลี ญี่ปุ่น ที่เมื่อมีการผลิตส่วนเกินก็สามารถขายไฟไปในระบบได้ หรือได้รับส่วนลดในการชำระค่าไฟหากสามารถกักเก็บไฟในช่วงที่ผู้ใช้น้อยแล้วปล่อยไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้สูงสุดได้”
ทั้งนี้ อธิป บอกว่าเมืองไทยจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัย 3 ส่วนประกอบกัน คือ เอกชนต้องมีเทคโนโลยีในการผลิต รัฐบาลต้องสนับสนุน และผู้ใช้ไฟต้องมีความเข้าใจ
สิ่งที่หนุ่มวัย 32 กำลังทำอยู่เป็นเรื่องที่ใช้ความท้าทายไม่น้อยในการขับเคลื่อนให้คนไทยได้รู้จัก Energy Storage เขายอมรับว่าหลักการทำงานส่วนหนึ่งมีแรงผลักดันจากต้นแบบของคุณพ่อ ที่เขาเห็นหอบงานกลับมาทำที่บ้านและมีโอกาสช่วยประเทศมาตั้งแต่เด็กๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากจะทำสิ่งที่จะช่วยพัฒนา และทำสิ่งที่มีผลกระทบต่อประเทศโดยตรง ซึ่งมีความเชื่อว่าหากมีการวางโครงสร้างพื้นฐานที่ดีแล้วจะทำให้เกิดการผลิตที่ดีขึ้นกับประเทศได้
เพราะด้วยงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา หากเขาไปทำบริษัทต่างประเทศหรือทำงานที่ต่างประเทศ อาจจะมีความก้าวหน้าและรายได้ที่มากกว่า แต่เพราะมีสิ่งที่ผลักดันในใจ เขาจึงมุ่งมั่นที่จะพยายามผลักดันให้คนไทยได้รู้จักสิ่งที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของโลกพลังงานในวันนี้


