จ่ายเป็นระบบ ชีวิต(ก็)เป็นระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/552952

  • วันที่ 31 พ.ค. 2561 เวลา 13:17 น.

จ่ายเป็นระบบ ชีวิต(ก็)เป็นระบบ

เรื่อง บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ชีวิตเดินหน้าด้วยรายจ่าย…ไม่ใช่รายได้ คิดดูให้ดี ก็จะถ่องแท้ว่า แท้ที่จริงคือรายจ่ายที่ทำให้ชีวิตเดินหน้า เพราะทุกรายจ่ายที่จ่ายออกไป เป็นการจ่ายเพื่อปัจจุบันและอนาคต ลองคิดดูซิว่าถ้าคุณจ่ายเพื่ออนาคตที่ดี ถ้าคุณลงทุนเพื่ออนาคตที่ใช่แน่นอนที่(สักวันหนึ่ง)คุณก็จะมีอนาคตที่ดีและที่ใช่ ถามไปถามมาเหมือนคำถามว่าไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกันก็ถ้าไม่มีรายได้ จะมีอะไรมาให้จ่ายเป็นรายจ่าย จะมีอะไรมาลงทุนเพื่ออนาคตที่มันจะใช่

รายได้นั้นสำคัญก็จริง แต่ถ้ารายได้ได้มาแล้วจ่ายไม่เป็น ไม่รู้จักจ่าย ไม่รู้จักลงทุนในสิ่งที่พึงควร รายได้ก็จะกลายเป็นรายจ่ายเปล่าประโยชน์ เปล่าดายผ่านกระเป๋าเดือนแล้วเดือนเล่าก็เท่านั้น อย่ากระนั้นเลยมาจัดระเบียบรายจ่ายให้เป็นระบบ เพื่อชีวิตที่เป็นระบบ รับมือได้และวางแผนได้ เพื่ออนาคตที่ต้องการกันดีกว่า

ศิลปะของคนที่ใช้เงินเป็น หรือเรียกให้ถูกว่าศิลปะของการจ่ายเงินให้เป็น คือ การรู้ว่าจะใช้เงินซื้ออะไรจ่ายเพื่อวัตถุประสงค์อะไร จุดมุ่งหมายของการจ่าย คือจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของคนจน ซึ่งใช้จ่ายเงินเหมือนกระเชอก้นรั่ว ผู้ที่ชอบบ่นว่าสิ้นเดือนไม่มีเงินเหลือ ชอบบ่นว่าค่าใช้จ่าย ค่าบัตรเครดิตทำไมถึงได้สูงปรี๊ดๆ พวกนี้คือพวกไม่รู้จักนิสัยการใช้จ่ายของตัวเอง ไม่รู้จักตัวเองและไม่มีเป้าหมายการออม ถ้าไม่อยากเป็นแบบนี้ ก็ต้องทำในสิ่งตรงกันข้าม

ก่อนอื่นให้ทำความเข้าใจกับตัวเองผ่านรายจ่าย ลองสำรวจตัวเองว่า มีการใช้จ่ายทำนองนี้บ้างหรือไม่

1.กินข้าวที่ใต้ถุนตึกออฟฟิศ เดี๋ยวนี้ข้าวแกงจานละ55 บาทแล้ว อู้ย…ต้องประหยัดๆ เพราะเงินหายาก แต่พอกินข้าวอิ่มแล้ว ก่อนขึ้นตึกขอควงกาแฟแบรนด์นอกสักถ้วย แค่ถ้วยละ 140 บาท…เอิ่ม

2.ไม่เสียดายเงิน ถือว่าเศษเงิน เศษสตางค์ขำๆ ทุกวันต้องเดินช็อปที่ตลาดนัดข้างตึกออฟฟิศ แต่มีที่ใช้จริงๆ น้อยชิ้นและน้อยครั้ง มองแต่ในมิติว่าเป็นของราคาถูก (แต่ไม่เคยมองว่าซื้อมาทิ้ง)

3.ไม่เคยวางแผนการคมนาคม จึงเสียค่าขนส่งสูง จากบ้านนั่งมอเตอร์ไซค์ นั่งเรือ ต่อแท็กซี่ ขึ้นแท็กซี่ไปต่อแอร์พอร์ตลิงค์ เป็นแบบนี้ทุกวัน ค่าเดินทางต่อวันไปกลับ 400-500 บาท สัปดาห์หนึ่ง 2,500 บาท เดือนหนึ่งก็เหยียบหมื่น เคยคิดจะโดยสารกับเพื่อนร่วมออฟฟิศที่อยู่ทางเดียวกัน หรือบริหารเวลาหรือเส้นทางใหม่บ้างหรือไม่ คำตอบคือ-ไม่

4.เงินเดือนชนเดือน แต่กันเงินส่วนใหญ่สำหรับการเที่ยวการกินดื่ม ไม่เคยคิดลงทุนเรื่องความรู้ หรือพัฒนาทักษะการทำงาน

5.ติดสังคมนิยม ไม่ใช่สังคมนิยมแบบไหน แต่เป็นพวกชอบสังคม ชอบจ้อ ชอบสังสรรค์ ทุกเย็นมีนัดเพื่อนฝูง อย่างนี้รายจ่ายค่าสังคมพุ่งสูงแน่

6.นิยมในเทคโนโลยีและตามติดเครื่องมือสื่อสารรุ่นใหม่ กลัวเอาต์ เปลี่ยนมือถือทุก 3 เดือน ไม่มีเงินก็กดบัตร

7.กินตามใจ(ปาก) เดี๋ยวนี้มีไลน์แมน ก็ถนัดทั้งไลน์แมนและไปรีวิวร้านด้วยตัวเอง ทุกอย่างต้องหรูต้องเริ่ด และต้องอร่อย(หรือเปล่า)

8.สมัครบัตรเครดิต เงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่นบาท แต่วงเงินบัตรรวมกันทุกใบมากกว่ารายได้ 3 ปีรวมกัน อย่างนี้แล้วมีบัตร(เยอะ)ไปทำไมไม่ทราบ

ทั้ง 8 ข้อ คือตัวอย่างของการไม่ประมาณตน ถ้า(เพิ่ง)รู้ตัวว่าไม่มีศิลปะการจ่ายแบบเป็นๆ ก็ขอให้เริ่มต้นใหม่ เริ่มจากการทำบัญชีค่าใช้จ่าย แนะนำการบันทึกรายจ่ายแบบ Spread Sheet ขอให้ทำทุกวันโดยแบ่งเป็นหมวดๆ เช่น หมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดค่าขนส่ง หมวดการพัฒนาตนเอง หมวดลงทุน หมวดท่องเที่ยวสันทนาการ เป็นต้น

ที่สำคัญคือ ต้องลงบันทึกทุกวัน หลักการคือจดตามจริงขอให้จดต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน แล้วใช้ Spread Sheet เพื่อดูแบบแผนการใช้จ่าย ด้วยวิธีนี้คุณจะรู้จักตัวเองผ่านรายจ่ายของตัวเองว่า จริงๆ แล้วคุณคือใคร ใช้จ่ายในเรื่องใดสูงสุด หมวดไหนที่เป็นปัญหา หมวดไหนต้องเข้าไปแก้ไขเร่งด่วน เช็กตัวเองจากรายจ่ายแบบนี้ รู้มั้ย…รวยมาหลายคนแล้ว

Leave a comment