‘Caravaggio OPERA OMNIA’ ว่าด้วยค่าความต่างของแสง ของ คาราวัจโจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/552495

  • วันที่ 27 พ.ค. 2561 เวลา 11:19 น.

‘Caravaggio OPERA OMNIA’ ว่าด้วยค่าความต่างของแสง ของ คาราวัจโจ

เนืองแน่นจริงๆ สำหรับผู้คนที่เข้าชมนิทรรศการ Caravaggio OPERA OMNIA ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และ Rai Com จัดขึ้น ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานของศิลปินอิตาเลียนชื่อดังมิเกลันเจโล เมรีซี ดา คาราวัจโจ (MichelangeloMerisi da Caravaggio) มาจัดแสดง

โดย พริบพันดาว ภาพ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
นิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งของอิตาเลียนเฟสติวัลประเทศไทย ประจำปี 2561 เพื่อฉลองวาระครบรอบ 150 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศอิตาลีและประเทศไทย 

 

ว่าไปแล้ว แม้จะเป็นการรวบรวมผลงานจากการบันทึกผลงานและผลิตสำเนาจากจิตรกรรมต้นฉบับด้วยเทคโนโลยี HD Digital Reproduction โดยมีภัณฑารักษ์รับเชิญคือ อันโตนิโอ เปาลุชชี คัดสรรผลงานกว่า 40 ชิ้น ซึ่งถูกรวบรวมจากการสะสมของพิพิธภัณฑ์สำคัญทั่วโลก เช่น จาก หอศิลป์อุฟฟิซี เมืองฟลอเรนซ์ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส  พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ในกรุงลอนดอน หอศิลป์บอร์เกเซ กรุงโรม หรือกระทั่งพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทัน เมืองนิวยอร์ก เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมผลงาน จากที่ต่างๆ เข้ามาไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นความต่อเนื่องของผลงานและการทำงานของศิลปิน ซึ่งก็เห็นพลังในตัวภาพที่ศิลปินสร้างสรรค์ออกมาในแง่มุมสุนทรียภาพเพื่อการศึกษาในขั้นแนะนำงานศิลปะของศิลปินคนนี้ได้ดีทีเดียว

 

สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ นักเขียน-นักมานุษยวิทยา อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เขียนความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Suddan Wisudthiluck ของเขาเอง ในหัวข้อ “Invisible Caravaggio?!” สามารถโน้มนำและตั้งข้อสังเกตถึงนิทรรศการศิลปะครั้งนี้ไว้น่าสนใจมาก

“…ฉะนั้นอธิบายกันต่อมาว่า งานศิลปะที่ผ่านเทคโนโลยีการผลิตซ้ำ (จากการพิมพ์ เช่นภาพโปสเตอร์โมนาลิซ่า ภาพถ่าย ภาพยนตร์ หรือเช่นในกรณีของ HD Digital Printing งานของคาราวัจโจที่จัดแสดงในหอศิลป์กรุงเทพฯ อยู่ตอนนี้) จึงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับงานต้นฉบับซึ่งเป็นสิ่งมีหนึ่งเดียว เป็นวัตถุซึ่งมีมูลค่าความขลัง (Ritual Value) เพราะงานผลิตซ้ำย่อมขาดสูญซึ่งประกายเรืองรอง/กลิ่นอาย (Aura) ที่มีอยู่แต่ในวัตถุต้นฉบับ (ดังที่เรามักจะได้ยินคนที่พูดถึงประสบการณ์เผชิญหน้ากับรอยยิ้มลึกลับของโมนาลิซ่าในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ และฝีแปรงของแวนโก๊ะห์อันรุนแรงทรงพลังที่ถาโถมมายังดวงใจของผู้ชม)

 

ขอกลับมาที่งานนิทรรศการ Caravaggio OPERA OMNIA : The HD Digital Printing by the work of Caravaggio นี่อาจเป็นเวทีที่ทำให้ผู้ชมชาวไทยได้ใคร่ครวญเกี่ยวกับ ‘งานศิลปะในยุคของการผลิตซ้ำแบบจักรกล’ และครุ่นคิดเกี่ยวกับพลังหรือข้อจำกัดของภาษาไทยในการถอดมโนทัศน์ที่ซับซ้อนจากภาษาอื่นสู่ ‘ภาษาแม่’ ของเรา

ถ้าถามผมเองว่าคิดกับงานนิทรรศการคาราวัจโจอย่างไร ก็ขอตอบว่า งานนี้ยังคงมีคุณสมบัติที่ให้ความประทับใจ เร้าผัสสะและอารมณ์และมีส่วนเพิ่มประกายเรืองรองและกระตุ้นให้ปรารถนาในกลิ่นอายของงานต้นฉบับที่จะพยายามอย่างถึงที่สุดหากจะเป็นไปได้ เพื่อได้ยืนอยู่เบื้องหน้า ‘งานต้นฉบับ’ ของคาราวัจโจ รับแสงแห่งประกายเรืองรองและซึมซ่านเอากลิ่นอายของอัจฉริยภาพแห่งศิลปินให้ได้สักครั้งหนึ่ง…”

 

อย่างที่ว่า นิทรรศการยังได้รวบรวมผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของศิลปิน เช่น “Bacchus” และ “Medusa” รวมถึงผลงานที่หาชมได้ยาก เช่น “Boy Bitten by a Lizard” หรือผลงาน “Saint Matthew and the Angel” ซึ่งปกติติดตั้งอยู่ในโบสถ์ซานลุยจิ เด ฟรานเชสิ กรุงโรม ที่สามารถชมได้จากระยะไกลและด้วยแสงสว่างที่เพียงพอเท่านั้น

ภาพทุกภาพของ คาราวัจโจ แสดงให้เห็นความสามารถในการเขียนภาพที่เหมือนจริง จนสามารถบอกได้ว่าอะไรเป็นอะไร คาราวัจโจใช้ลักษณะการเขียนที่เรียกว่าภาพสว่างในความมืด ลักษณะที่หนักกว่าการใช้ ค่าต่างแสง (Chiaroscuro) ช่วยเพิ่มความชัดเจนของภาพยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังรักษารายละเอียดของความเป็นจริง ที่ทำให้การสื่อความหมายทางความรู้สึกรุนแรงหนักขึ้น

ไปสัมผัสและเสพงานจำลองศิลปะระดับโลกในความละเอียดสูงของนิทรรศการ Caravaggio OPERA OMNIA จะจัดแสดงไปถึงวันที่ 10 มิ.ย. 2561 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7 เวลา 10.00-21.00 น. สอบถามโทร. 02-214-6630

Leave a comment