ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/553312
- วันที่ 04 มิ.ย. 2561 เวลา 11:44 น.

เรื่อง ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
สองคำนี้ “Art and Craft” เป็นคำจำกัดความสำหรับเทรนด์ 2018 เน้นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เกิดการเชื่อมโยงถึงบริบทของพื้นที่ เรื่องราวในอดีต ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมได้ชัดเจน นอกจากสร้างเทรนด์แต่งไทยไปไหนมาไหนในชีวิตประจำวัน กลับมาเป็นกระแสนิยมสุดขีดได้อีกครั้งแล้ว ยังเป็นการต่อยอดผลงานทรงคุณค่าระดับ “ครูศิลป์ของแผ่นดิน” ไว้ได้อย่างดีที่สุด
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT คือองค์กรให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน และรวบรวมงานทรงคุณค่าจากฝีมือครูช่างหัตถศิลป์ไทย รวมทั้งต่อยอดงานฝีมือ ระดับศิลป์ของแผ่นดินให้คงอยู่ในวิถีชีวิตปัจจุบัน เมื่อเร็วๆ นี้ จัดทริปนำคณะสื่อมวลชนเดินทางตามรอยงานศิลปหัตถกรรมไทยถิ่นอีสานใต้ ที่ จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ รวบรวมสุดยอดงานหัตถศิลป์ไทย ฝีมือครูช่างศิลปหัตถกรรม ไปจนรุ่นทายาทช่างศิลปหัตถกรรม เน้นต่อยอดความรู้ความชำนาญจากรุ่นสู่รุ่นในหลากหลายสาขา
“หัตถศิลป์เมืองสุรินทร์” ล้ำค่าน่าชม น่าช็อป
แม่ทัพหญิงนำขบวนทริปนี้ อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า งานศิลปหัตถกรรมเป็นมรดกวัฒนธรรมทรงคุณค่า หากความรู้เหล่านี้ไม่ได้มีการบันทึก หรือเก็บรวบรวมไว้ให้เป็นรูปธรรม ก็จะลบเลือนและสูญหายไปได้ตามกาลเวลา SACICT ได้รวบรวมงานหัตถศิลป์ไทยคงอยู่ในวิถีชีวิตปัจจุบัน จึงดำเนินการสืบค้น และให้ความสำคัญกับบุคคล ที่เป็น “ครู” ผู้มีความรู้ความสามารถรักษา และถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ โดยมีการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลผู้ที่ทรงคุณค่าเหล่านี้เป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน
บ้านครูท่านแรก ครูป่วน เจียวทอง อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ครูศิลป์ของแผ่นดินท่านแรก SACICT ริเริ่มรางวัลนี้ ในปี 2552 ฝีมือครูวิจิตรทั้งเครื่องประดับเงินสายสร้อยคอ กำไล สร้อยข้อมือที่เรียกว่า “ประเกือม” ตามแบบอิทธิพลศิลปะเขมร ไทยเราก็เรียกลูกประคำ ต่างหู เรียกว่า “ตะเกา งานหัตถศิลป์เอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่มีการสร้างลายนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ เช่น ลายรังผึ้ง รังแตน รังหอกโปร่ง รังหอกปิด ดอกปลึด
วันนี้ครูมีลูกสาว พชรรัตน์ เจียวทอง สืบสานงานช่างเครื่องประดับเงินโบราณ งานที่ต้องใช้ความอดทนสูง
“ความยากของการตีเม็ดเงินบริสุทธิ์ ต้องใช้ความร้อนลนไฟตีให้ได้แผ่นบางที่สุด เปิดพัดลมคลายร้อนก็ไม่ได้เพราะจะทำให้เปลวไฟไม่นิ่งไม่ร้อนพอที่จะได้แผ่นเงินบางสวย เด็กๆ รุ่นใหม่ที่มีงานอื่นทำสบายกว่า ก็ไม่อยากทำ คนทำต้องใจรักจริงๆ ค่ะ ต้องมีสมาธิ
ขั้นตอนการใส่ดอก เช่น การทำดอกพริกใช้เส้นลวดขนาดเล็กที่สุด นำมาพันกับลวดทองเหลืองที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ขนาดของทองเหลืองขึ้นอยู่กับขนาดของดอก แล้วตัดเป็นวงๆ บีบให้รอยตัดชิดกัน ถ้ามือไม่นิ่ง ไม่มีสมาธิ ก็ไม่สวยค่ะ”
เครื่องประดับเงินดอกไม้เล็กๆ ในถิ่นอีสานใต้ ที่เรียกว่า ตะเกาลายโบราณ เช่น ลายรังหอก ลายรังหอกปิด ดอกตั้งโอ๋ ดอกตั้งโอ๋ 3 ชั้น ดอกปลึด ดอกปลึด 3 ชั้น ไข่แมงดา ดอกระเวียง ครูป่วนต่อยอด มีลายเพิ่มขึ้นอีก เช่น ลายดอกพริก ลายรัง ซึ่งได้อิทธิพลจากกัมพูชา แต่เมื่อได้ไปดูงานถึงถิ่นต้นกำเนิดที่ประเทศกัมพูชา ก็ไม่เห็นวิธีการทำแบบนี้แล้ว คนกัมพูชามาดูงานที่นี่ก็บอกว่าบ้านเขาก็เริ่มสูญหายไป หาคนรุ่นใหม่ทำไม่ได้แล้ว
“ใครต้องการเรียนเพิ่มเติม ก็มาเรียนที่บ้านของครูต่อได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อยากสอนให้ลูกหลานสุรินทร์ได้รู้วิชานี้ค่ะ”
ไหมมัดหมี่ “ฝีมือครู” ได้สืบสานงานวิจิตร
“ผ้าโฮลโบราณย้อมสีธรรมชาติ” บ้านนาตัง หมู่ 8 อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ อีกหนึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ไหมมัดหมี่ “ฝีมือครู” สุรโชติ ตามเจริญ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2559 ครูมีความชำนาญในการมัดลายและการย้อมสีจากธรรมชาติ ผสานกับภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ช่วยให้สีติดสวย
ครูเป็นชาวปทุมธานี มาเป็น “เขยสุรินทร์” ใช้ชีวิตในอีสานใต้ได้เห็นคุณยายของภรรยาทอผ้า และมัดหมี่ลายผ้าโฮลโบราณ จึงเกิดความสนใจเรียนรู้ และเริ่มฝึกฝนการมัดหมี่ จนชำนาญ
“ผ้าโฮลสุรินทร์ใช้ ที่เรียกว่า ‘ไหมน้อย’ หรือไหมเส้นในสุด เป็นไหมชั้นดีที่มีความมันวาว เส้นเล็กสม่ำเสมอกันตลอดเส้น ลวดลายที่นิยม ได้แก่ ลายเรขาคณิต ลายนาคเกี้ยว ลายปีดาน ลายเชิงเทียน
มีการทอแปลงลายเป็นลายริ้ว ใช้วิธีการดึงลายให้เกิดลวดลายอีกแบบหนึ่ง และเพิ่มองค์ประกอบของลวดลาย คือ ลายสายฝน หางกระรอก และคั่นด้วยเส้นพื้นสีแดงจากครั่ง สีเขียวจากเขทับครั่ง และน้ำเงินจากคราม
เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผ้าโฮล คือ ริมผ้ามีเส้นสันนูนขนานไปกับทั้งสองด้านในทิศของแนวเส้นพุ่ง”
บ้านครูท่านต่อไป ครูรุจาภา เนียนไธสง ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2557 คอรักผ้าไหมมัดหมี่ ทั้งชม ทั้งช็อปกันกระหน่ำ ผ้าทอโบราณอันวิจิตรงดงามของกลุ่มคนถิ่นฐานแถบ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เรียกว่า ผ้าซิ่นตีนแดง
ทอด้วยไหมไทยพื้นบ้าน ครูเลี้ยงเอง สาวไหมเอง ลายโดดเด่นคือ ลายนกยูงทอง ใช้เทคนิคใหม่การทอผสมผสานกับการเขียนทองสร้างมิติของลวดลายได้งามที่สุด มัดย้อมเส้นด้ายพุ่งเป็นลวดลายก่อนนำไปทอเป็นผืนผ้า มีความโดดเด่นอยู่ที่หัวซิ่น และตีนซิ่นสีแดงสด
“ผ้าผืนหนึ่ง มี 3 ส่วน ได้แก่ หัวซิ่น ตัวซิ่น ตีนซิ่น ส่วนหัวซิ่นและตีนซิ่นสีแดงสด ส่วนตัวซิ่นในสมัยโบราณจะใช้โครงสีเข้ม เช่น สีดำ หรือสีเม็ดมะขาม มีการพัฒนาเพิ่มเติมสีสัน และลวดลายในส่วนของตัวซิ่น เช่น สีฟ้า สีน้ำเงิน สีแดง หรือสีอื่นๆ ผืนที่ราคาแพงที่สุดมีสองเชิงราคา 1 แสนกว่าบาทค่ะ ทอยากมากค่ะ ผ้าผืนนี้ศูนย์ SACICT ส่งครูไปเรียนการทอที่อินเดีย ก็ได้วิชามาต่อยอดงานทอผาไหมได้ค่ะ” ครูรุจาภา กล่าว



