‘นิราศ’ เชื่อมอดีตไว้กับปัจจุบัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/558488

  • วันที่ 23 ก.ค. 2561 เวลา 10:26 น.

‘นิราศ’ เชื่อมอดีตไว้กับปัจจุบัน

เรื่อง ชุติมา สุวรรณเพิ่ม ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

“เด็กอักษร” เขาว่ามีของเยอะ พร้อมปล่อยให้โลกรับรู้ได้อย่างไม่มีบันยะบันยัง คำกล่าวนี้ก็ไม่ได้เกินจริง กับผลงานที่โชว์ออกมาได้แบบมีไอเดีย สไตล์เด็กยุค 4.0 ผลงานของนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งกลุ่มทำงานที่ชื่อ “กาลอัคคี” มีสมาชิก 5 คน ครีเอตงานกลุ่มปิดท้ายการเป็นนิสิตปี 1 ประจำรายวิชาวรรณคดีไทย ทำหนังสือแต่งเป็นกลอนนิราศฉบับล่าสุด ใช้ชื่อเรื่องว่า “นิราศนิรันดร์” สร้างเรื่องราวย้อนกาลเวลาจากอดีต ผ่านตัวละครย้อนยุค “เทียดหนู” ให้เชื่อมโยงกับปัจจุบัน “นิด” สาวน้อยเจนวายที่จะพานักอ่านออกไปท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟฟ้า

“นิราศนิรันดร์” เผยแพร่สู่สายตานักอ่านผ่านคอลัมน์ “Thaiฤทธิ์” เผยแพร่ทาง minimore.com ในนาม “READTHINKWRITE” และทางเพจเฟซบุ๊ก“อ่าน-คิด-เขียน” และ “เอกภาษาไทย อักษรฯ จุฬาฯ” ได้ตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ ที่มีคอนเทนต์รวบรวมผลงานเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับวรรณคดีไทย ผลงานของคนอักษรฯ เลือดใหม่เหล่านี้ หลายๆ เรื่องลืมกันไปได้เลยว่าวรรณคดีไทย หรือ Thai Literature เป็นเรื่องพ้นยุคสมัย ยิ่งคนหลงใหลวรรณคดีไทยที่เข้ามาอ่าน ก็รับรู้ได้ว่าโคลงกลอนเหล่านี้ “มีอิทธิฤทธิ์” ปานใดในโลกยุคดิจิทัล

นิราศพาออกเดินทางไปกับรถไฟฟ้า

สมาชิกกลุ่มกาลอัคคีทั้ง 5 คน “เอิร์น” ปสุตา นุชนิตย์ “เก้า” บินยา กนิษฐ์โรจน์ “พิม” ปุณยาพรสุข ศาลาสุข “ทูเทิล” สิริโชค โกศัลวิตร “นิดหน่อย” สุพิชญา วรธำรง และหนุ่มหนึ่งเดียว “ภู” ภูริทัต หงษ์วิวัฒน์ เล่าที่มาที่ไปผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้ มาจากคลาสเรียนวิชา “วรรณคดีไทยในสื่อและสังคมร่วมสมัย” ซึ่งอาจารย์ประจำรายวิชาวรรณคดีไทย มอบหมายให้นิสิตไปค้นคว้าข้อมูลตามความถนัด นำเสนอผลงานที่ขึ้นอยู่กับความสนใจ ภูมิหลัง โดยหาแนวทางในแบบฉบับของทีม เพื่อสร้างสรรค์ผลงานตอบโจทย์คำว่าร่วมสมัยให้ได้มากที่สุด

สองตัวละครอยู่ในร่างเดียวกัน เทียดหนู-นิด พาคนอ่านออกเดินทางออกไปเที่ยวกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟฟ้า สาวแว่นหน้าใสลุคเด็กเรียน “นิดหน่อย” สุพิชญา สวมบทบาทนี้ เริ่มต้นเล่าถึงการครีเอทตัวละครสนุกๆ บทนี้ขึ้นมา

“โจทย์คือการสร้างงานวรรณคดีกับสื่อร่วมสมัย กลุ่มเราก็มาหาข้อสรุปร่วมกันค่ะ ว่าจะแต่งเรื่องราวออกมาในรูปแบบไหน แล้วก็ได้คำตอบบนรถไฟฟ้าตอนเดินทางกลับบ้าน ภู รับหน้าที่แต่งนิราศเรื่องนี้ก็หันมาถามค่ะว่า เธอจะลงสถานีไหน? นิดหน่อยก็บอกลงบางหว้า เขาก็แต่งกลอนสดๆ ให้เราฟังตรงนั้นเลย (หัวเราะ) ก็รู้สึกทึ่งว่า ..สนุกดีนะ

โครงเรื่องวางพล็อตก็คิดได้ทันทีตอนนั้นเลยค่ะ ว่าเราเล่นเรื่องการย้อนเวลาอดีตสู่ปัจจุบัน โดยใช้นิราศบนรถไฟฟ้า กิมมิกนี้ทุกๆ คนก็ขานรับทันทีค่ะ”

แรงบันดาลใจคือสิ่งสำคัญของกวี “ภู” ภูริทัต มือแต่งกลอนคุณภาพคับแก้วไม่ได้น้อยตามวัย หนุ่มน้อยคนนี้จัดเป็นกวีมือฉมัง ชื่นชอบการแต่งกลอนไปประกวดเวทีต่างๆ ทั่วประเทศ

“ไอเดียที่ได้จากรถไฟฟ้าบีทีเอส คำตอบจึงกลายเป็นนิราศ ขนบนิราศคือการคร่ำครวญยามเมื่อต้องเดินทางห่างไกลจากคนรัก แต่ถ้าบิดจากความรักของหนุ่มสาว ให้มาเป็นความรักในถิ่นกำเนิด ผมนึกถึงก็คือป้อมมหากาฬเป็นสิ่งแรกครับ ผมเคยได้ไปเข้าค่ายกับเพื่อนที่มีบ้านอยู่ที่นี่ เมื่อเราได้คุยกัน ก็รู้เลยครับว่าสภาพจิตใจเขาย่ำแย่มากๆ กับบ้านที่อยู่มายาวนานหลายช่วงอายุคน ตั้งแต่รุ่นก่อนปู่ย่าตายายด้วยซ้ำไป ต้องถูกรื้อทิ้ง ต้องย้ายออกไปจากบ้านที่เคยอยู่อาศัยมายาวนาน โครงเรื่องจึงคิดตัวละครจากอดีตที่หลงยุคมาปัจจุบัน การตามค้นหาบ้านที่ป้อมมหากาฬ

คนสวมบทบาท ‘นิด’ ก็ยกหน้าที่ให้ ‘นิดหน่อย’ มีการคิดรูปประกอบเรื่องเป็นภาพถ่าย โดยพาขึ้นบีทีเอสลงสถานีสยาม แล้วพาเดินย้อนมาขึ้นเรือที่ท่าประตูน้ำ ไปลงท่าผ่านฟ้า เดินไปที่ป้อมมหากาฬ แต่ก็หาบ้านไม่เจอแล้ว

ผมต้องการสื่อให้สังคมเห็นครับว่า หน่วยงานในบ้านเรา ไม่ว่าภาครัฐ หรือเอกชน จัดการมรดกในอดีตได้ไม่มีประสิทธิภาพนัก การอนุรักษ์ของเก่าไม่ใช่แค่เพียงนำไปตั้งไว้ในพิพิธภัณฑ์ ผลงานชิ้นนี้ต้องการสื่อในเรื่องชุมชนโบราณที่สูญหายไป ผมไปดูสถานที่บ้านเรือนไม้เก่าแก่ถูกรื้อทิ้งจนเหี้ยนเลยนะครับ ซึ่งมันคือการแยกอดีตออกจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง

ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้วการอดีตเชื่อมโยงกับปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน นั้นคือการอนุรักษ์อย่างถูกทางที่สุดนะครับ”

ผลงานเด็กๆ ยุคเจนวายก็ต้องสนุกสนาน และตอบโจทย์คำว่าร่วมสมัยได้ชัดเจน “เก้า” บินยา อธิบายการทำงานที่ช่วยกันนำเสนอไอเดีย คิดฉากเริ่มต้นที่ “นิด” ใช้ชีวิตปกติไปเดินเล่นสยามแถวๆ ร้านซ่อมนาฬิกาโบราณ แล้วความไม่ปกติก็เริ่มขึ้น วิญญาณตัวละคร “เทียดหนู” ที่สิงอยู่ในเรือนนาฬิกา ถูกปลุกจากหลับใหลให้ออกมาสิงสู่ในร่างสาวน้อยวัยรุ่นแทน สองคนในร่างเดียวกัน พาออกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เพื่อค้นหาถิ่นกำเนิดที่ผูกพัน

“อดีตและปัจจุบัน จะพาเราเดินก้าวต่อไปสู่อนาคตค่ะ พวกเราก็พยายามช่วยกันคิดผูกเรื่องราวให้ลงตัวที่สุด ขนบนิราศเดิมคือการคร่ำครวญก็ยังอยู่ค่ะ แต่ไม่ใช่เรื่องความรัก หากเป็นการคร่ำครวญถึงสิ่งที่หลุดลอยไปจากความทรงจำ อีกความตั้งใจของทีมเรา ก็คืออยากให้คนหันกลับมาอ่านนิราศ อ่านวรรณดคีไทย แล้วถ้ามีการค้นคว้าต่อไปก็คือครบจุดประสงค์ของการทำงานครั้งนี้ด้วยค่ะ”

สนุกไหม…บรรยากาศห้องเรียน“เอกไทย”

การร่ำเรียนคณะอักษรศาสตร์ เอกวิชาภาษาไทย นิสิตกลุ่มนี้โชว์ความมุ่งมั่นในอุดมการณ์ที่พร้อมบ่มเพาะ สร้างความรัก และมั่นคงกับการเติมความรู้กับขนบทางภาษาไทยให้อยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป ให้สมกับเป็นต้นกล้าใหม่ในโครงการ “สู่ความเป็นเลิศด้านภาษาไทย” มีทุนการศึกษาดึงเด็กรุ่นใหม่เข้าสู่โครงการภาษาไทยมากขึ้น

ใครคิดว่าคลาสเรียนวิชาวรรณคดีไทย เด็กๆ คงนั่งสัปหงกกันทั้งห้อง คงต้องคิดเสียใหม่ วัยรุ่นกลุ่มกาลอัคคี ขอโหวตความสุข สนุกอันดับ 1 ที่สุดของความฮิต ให้แก่การเรียนเรื่อง “เงาะป่า” วรรณคดีไทยประเภทบทละครร้อยกรอง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วรรณคดีเรื่องล่าสุดที่เพิ่งเรียนกันไปหมาดๆ เมื่อเทอมที่ผ่านมา

“ทูเทิล” สิริโชค บอกขอเลือกเป็น “ทีมฮเนา” ไม่ต่างจากเพื่อน “เอิร์น” ปสุตา “พิม” ปุณยาพรสุข สาวอักษรฯ พากันยกใจให้ตัวร้ายในวรรณคดีเรื่องนี้กันทั้งนั้น

“เรื่องนี้มีจุดจบโศกนาฏกรรม ก็แล้วแต่ค่ะว่าจะเลือกให้ใครเป็นพระเอก ซึ่งถ้าอ่านตามเนื้อเรื่อง ก็ต้องยกบทพระเอกให้ ‘ซมพลา’ นางเอกคือ ‘ลำหับ’ ต้วร้ายที่หมั้นหมายกับนางเอกคือ ‘ฮเนา’ แต่พระเอกกับนางเอกก็ลักลอบรักกัน และหนีตามกันไป ฮเนาตามมาชิงตัวลำหับกลับไป และสุดท้ายพระเอกต่อสู้กับตัวร้ายไม่ได้ ซมพลาเสียชีวิต ลำหับฆ่าตัวตายตาม ฮเนารู้สึกผิดบาปมากฆ่าตัวตายตามไปอีกคน

เนื้อหาวรรณคดีไทยเรื่องนี้ ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษของฮเนาได้ชัดเจนมาก เขาได้เข้าหอแต่งงานกับลำหับไปแล้วนะคะ แต่เมื่อรู้ว่าผู้หญิงไม่รัก ไม่มีใจให้ เขาก็ไม่แตะต้องเนื้อตัวนางเอกเลยด้วยซ้ำค่ะ เพื่อนๆ ที่ประทับใจวรรณคดีไทยเรื่องนี้มากๆ ก็สร้างทีมทำควิซเด็กดี ‘คุณเป็นใครในละครเรื่องเงาะป่า?’ (หัวเราะ) เป็นอีกคอนเทนต์ที่สนุกมากๆ เลยค่ะ” สาวน้อย  “ทูเทิล” สิริโชค เล่าถึงการเรียนที่ไม่มีคำว่าน่าเบื่อเลย”

“พิม” ปุณยาพรสุข บอกว่า งานวรรณคดีไทยต้องนำมาสร้างงานใหม่ ให้มีความสดใส บนพื้นฐานการเล่าเรื่องราวในรูปแบบกลอน นิราศ ซึ่งยึดขนบเดิมไว้ และดึงดูดความน่าสนใจให้คนอยากหยิบขึ้นมาอ่าน

วิถีชีวิตปัจจุบันก็นำมาปรับเข้ากับวรรณคดี ได้ไม่มีขัดเขิน “เอิร์น” ปสุตา อธิบายถึงการสร้างสรรค์ภาพประกอบของหนังสือนิราศนิรันดร์ ผลงานที่น่าภาคภูมิใจชิ้นนี้ ซึ่งเป็นการผสมผสานศิลปะดั้งเดิม ให้เข้ากันได้กับชีวิตคนยุคใหม่

“ภาพประกอบทำให้คนอยากหยิบหนังสือของเราขึ้นมาอ่านค่ะ ตอนแรกทีมเราคิดว่าจะสร้างเป็นคลิป แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง ภู ก็บอกว่าเรารักหนังสือ อยากทำเป็นหนังสือมากกว่า และหนังสือก็สื่อสิ่งที่เราต้องการได้ทุกๆ เรื่อง มีข้อจำกัดน้อยกว่า ก็ลองทำดูค่ะ ทีมพวกเราช่วยกันถ่ายรูป เลือกนิดหน่อยให้สวมบทบาทเป็นตัวละครพาคนไปเที่ยวทั่วกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟฟ้า

นอกจากหนังสือ ก็มีการนำเสนอผ่านออนไลน์ด้วยค่ะ คลิกเข้าไปอ่าน แล้วเดินทางท่องเที่ยวตามบทกลอนนิราศที่ภูแต่ง รับรองเลยค่ะว่าไม่หลงทางแน่นอน และมีรายละเอียดที่แต่ละคนอาจมีความรู้สึกร่วมด้วย เพราะคือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนที่ต้องใช้รถสาธารณะด้วยรถไฟฟ้า ทุกๆ วันครบรสค่ะ”

คอกวีทั้งหลาย ฟังแล้วคงปลาบปลื้มตื้นตันแถมด้วยความอุ่นใจด้วยว่า วรรณคดีไทยไม่ตายในยุคนี้แน่ๆ อยู่แล้ว เด็กยุค 4.0 กลุ่มนี้มุ่งมั่นสู่ความเป็นกวีมือฉมังในอนาคต

Leave a comment