อย่าได้มองข้าม โรคกระดูกพรุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/559309

  • วันที่ 31 ก.ค. 2561 เวลา 12:13 น.

อย่าได้มองข้าม โรคกระดูกพรุน

เรื่อง วรธาร ภาพ เอเอฟพี

โรคกระดูกพรุน คือ โรคที่มีการสลายของเนื้อกระดูกอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก ถือเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้ามโดยเฉพาะในผู้สูงวัย เนื่องจากสถานการณ์ผู้สูงวัยในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ว่ากันว่าปี 2562 ประเทศไทยจะมีประชากรสูงวัยมากกว่าประชากรเด็ก (ผู้สูงวัย 18% เด็ก 15.9%) ปี 2564 ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (มีประชากรสูงวัยมากกว่า 20%) และปี 2574 จะมีอัตราส่วนของผู้สูงวัย 28% จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ

ศ.พ.อ. (พิเศษ) ดร.นพ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคกระดูกพรุนในผู้สูงวัยถือเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง ในยุโรปและสหรัฐอเมริกามีผู้หญิงสูงวัยมากกว่า 7 แสนคน ประสบปัญหากระดูกสะโพกหัก อัตราการตาย 20-25% ในปีแรก ขณะคนไข้มากกว่า 1 ใน 3 ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ และ 1 ใน 5 ต้องนอนบนเตียงตลอดไป คาดการณ์ว่าปี 2593 ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักทั่วโลกจะมีประมาณ 6.25 ล้านคน เฉพาะเอเชียประมาณ 3.25 ล้านคน

สำหรับในประเทศไทยมีข้อมูลสถิติอัตราการตายภายหลังกระดูกสะโพกหักจากโรคกระดูกพรุน จ.เชียงใหม่ ปี 2541 จำนวน 289 คน/แสนคน/ปี เพิ่มขึ้นเป็น 367 คน/แสนคน/ปี ในปี 2546 ส่วนใหญ่กระดูกสะโพกหักเกิดจากล้มจากการยืนระดับปกติเท่านั้น และในแต่ละปีมีผู้ป่วยที่กระดูกสะโพกหักต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐสูงถึง 2-3 แสนคน

นพ.ทวี กล่าวว่า กระดูกในร่างกายคนเรามีทั้งหมด 206 ชิ้น กระดูกสามารถปรับตัว เปลี่ยนแปลง และเติบโตได้ตามอายุ มีหน้าที่สำคัญในการเป็นแกนหลักในการยึดเกาะของเอ็นกล้ามเนื้อต่างๆ ทำให้ร่างกายเคลื่อนที่เคลื่อนไหวได้ และทำหน้าที่เป็นส่วนแข็งปกป้องอวัยวะภายใน รวมทั้งเป็นแหล่งสะสมของแคลเซียมและฟอสฟอรัสอันเป็นแร่ธาตุสำคัญในการทำงานของเนื้อเยื่อและอวัยวะสำคัญหลายอย่างในร่างกาย และแคลเซียมยังเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้กระดูกมีความแข็ง ทำให้กระดูกจำเป็นที่ต้องการแคลเซียมเพื่อการทำงานตามหน้าที่ที่ดี

“มีกรณีตัวอย่างผู้หญิงอายุ 65 ปี คนหนึ่งมาพบแพทย์ด้วยอาการกระดูกสันหลังหักยุบร่วมกับมีอาการปวดหลังอันเป็นสัญญาณบอกเหตุโรคกระดูกพรุน แพทย์ให้แค่ยาระงับปวดมากิน ไม่ได้ดูแลรักษาเรื่องโรคกระดูกพรุน หลังจากผ่านไป 4 ปี ผู้ป่วยคนนี้กลับมาหาหมอด้วยกระดูกสะโพกหักเนื่องจากล้ม ซึ่งถือว่าเป็นภาวะกระดูกหักซ้ำ มีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ประมาณ 20-25% ซึ่งผู้ป่วยคนนี้มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้วตั้งแต่กระดูกสันหลังหักยุบเนื่องจากไม่ได้รับการรักษาตามแนวทางที่ถูกต้องแต่แรก อย่าลืมว่าการผ่าตัดดามกระดูกที่หักหรือการเปลี่ยนข้อเทียมใดๆ ไม่สามารถรักษาโรคกระดูกพรุนหรือลดความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกหักที่ตำแหน่งอื่นๆ ได้”

ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันหลายคนยังเข้าใจว่ากระดูกพรุนเป็นเรื่องของโรคคนชราไม่มีทางรักษาได้ ในปัจจุบันทางการแพทย์ถือว่าโรคกระดูกพรุนสามารถรักษาได้ถึงแม้จะทำให้หายขาดไปเลยไม่ได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงหรือโอกาสที่จะเกิดกระดูกหักได้ โดยการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการป้องกัน การให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงและให้ได้รับวิตามินดีที่เพียงพอ รวมทั้งการออกกำลังกายที่เหมาะสม ถ้าจำเป็นสามารถใช้ยาบางอย่างในการช่วยเพิ่มมวลกระดูกและลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักได้

ด้าน รศ.พญ.วิไล คุปต์นิรัติศัยกุล ประธานชมรมรักษ์กระดูก กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงอันหนึ่งของโรคกระดูกพรุน คืออายุที่มากขึ้นและผู้หญิงเป็นได้ง่ายกว่าผู้ชาย บางคนมีประวัติกระดูกหักมาก่อน มีประวัติการผ่าตัดที่รังไข่ การขาดประจำเดือนเป็นเวลานาน มีการใช้ยาสเตียรอยด์ บริโภคแคลเซียมน้อยกว่า 400 มิลลิกรัม และขาดการออกกำลังกาย สำหรับแนวทางการรักษาปัจจุบันมียากระตุ้นการสร้างกระดูกใหม่และยายับยั้งการสลายกระดูก ทำให้ผู้ป่วยมีมวลกระดูกเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้แพทย์จะมุ่งเน้นการป้องกันการเกิดโรคมากกว่า คือ ให้ผู้สูงวัยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หมั่นออกกำลังกายตามความเหมาะสม รับแสงแดดอ่อนๆ เป็นประจำ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีที่เพียงพอ แต่ไม่ใช่ไปหาซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

“อาหารที่ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ กาแฟ น้ำอัดลม อาหารรสเค็มจัด และรับประทานโปรตีนมากเกินพอดี เพราะจะไปทำให้เกิดการขับแคลเซียมออกจากร่างกายมากเกินไป” รศ.พญ.วิไล กล่าว

Leave a comment