เปิดหัวใจครูปาน-สมนึก คลังนอก ผู้เปลี่ยนความถนัดเป็นการ‘ให้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/559719

  • วันที่ 04 ส.ค. 2561 เวลา 09:10 น.

เปิดหัวใจครูปาน-สมนึก คลังนอก ผู้เปลี่ยนความถนัดเป็นการ‘ให้’

โดย พุสดี สิริวัชระเมตตา

นอกจาก “ครูปาน” สมนึก คลังนอก จะเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียงผ่านผลงานที่สะท้อนแนวคิดอันลุ่มลึกของศิลปินมาดเซอร์ออกมาได้อย่างมีเสน่ห์แล้ว

หลายคนยังรู้จักลายเส้นของครูปานผ่านผลงานที่ไม่ได้จำกัดอยู่บนผืนผ้าใบ แต่กระจายไปสร้างความสวยงามบนสินค้าแฟชั่น รวมทั้งสินค้าสำหรับงานการกุศลที่ทำร่วมกับองค์กรต่างๆ

“แทบจะทุกเดือนที่ครูได้มีโอกาสใช้ศิลปะ ซึ่งเป็นความถนัดของครูในการทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคม นอกจากมูลนิธิรามาธิบดี ที่ร่วมงานกันอย่างต่อเนื่อง ยังมีโรงพยาบาลเด็ก และอีกหลายๆ องค์กร แล้วก็ยังมีโปรเจกต์ส่วนตัวที่หารายได้จากการทำงานศิลปะแล้วนำเงินไปสร้างโรงอาหารที่เชียงใหม่ ไปสร้างโรงเรียนบนดอย

จริงๆ ถ้ามีโปรเจกต์ดีๆ เข้ามา ครูปานยินดีช่วยตลอด ครูถือว่าเราแค่ใช้ความถนัดที่มี ถามว่ากิจกรรมพวกนี้ กินเวลาเราเยอะไหม ก็ไม่ใช่ เราแค่เป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยสังคม ด้วยการเริ่มต้นจากตัวเรา แล้วให้ทีมงานหรือองค์กรนั้นนำไปขับเคลื่อนอีกที” ครูปานสะท้อนความในใจที่มีต่อการให้ด้วยแววตาเป็นประกายด้วยความสุข

ถามว่า “การให้” สำคัญกับโลกใบนี้อย่างไรในมุมมองของครูปาน คำถามนี้ ทำเอาคนที่ถูกถามคลี่ยิ้ม ก่อนสะท้อนมุมมองอย่างน่าสนใจว่า

“เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ครูเองก็เป็นเด็กต่างจังหวัด ทำให้รู้ดีว่า ปัญหาของคนที่ไม่มีเป็นอย่างไร เพราะคำว่าไม่มีสำหรับบางคน คือ เขาไม่มีจริงๆ ไม่รู้จะพึ่งใคร บางคนไม่สบาย จะไปโรงพยาบาลก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนไปรักษาตัว

ครูคิดว่าถ้าคนในสังคมยื่นมือลงมาช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ แค่คนละเล็กคนละน้อย นอกจากคนให้จะได้บุญ ยังได้ช่วยสังคมให้น่าอยู่ ฟังดูอาจจะเหมือนคำตอบสไตล์นางงาม (หัวเราะ) แต่นี่คือความจริง ถ้าจะอยู่ร่วมกันได้ คนมีต้องแบ่งปันให้คนที่ไม่มี ส่วนคนที่มีน้อย เขาก็สามารถใช้ความถนัดที่มีช่วยทำงานตอบแทนสังคมในแบบของเขา”

ด้วยความที่เป็นครูของเด็กๆ อยู่แล้ว ครูปานมักใช้บทบาทนี้ปลูกฝังค่านิยมเรื่องการให้ให้หยั่งรากลึกในเมล็ดพันธุ์ของสังคมทุกครั้งที่มีโอกาส

“สมัยบวชพระ ครูเคยไปสอนหนังสือเด็กดอยที่ลำพูน และได้มีโอกาสช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กด้อยโอกาส ให้ข้อคิดเขาว่า อุปสรรคในชีวิตคนเราคือตัวเรา ถ้าเราเอาแต่คิดว่าตัวเราทำไม่ได้ เราก็ไม่มีวันทำได้ เชื่อไหมว่า เด็กคนนั้นก็คือ ลี อายุ จือปา เจ้าของแบรนด์กาแฟอาข่า อ่ามา เขาเป็นคนที่นำความรู้กลับไปให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเริ่มปลูกกาแฟ ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งครูเองก็ดีใจที่แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่ก็ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์”

สำหรับเป้าหมายในถนนแห่งการให้จากนี้ ครูปาน บอกว่า ไม่ได้วางแผนว่าต้องเดินไปทางไหน เพียงแต่บอกตัวเองเสมอว่า ชีวิตนี้ต้องทำบุญให้เยอะที่สุด เพราะการทำบุญในความคิดของครูปานก็คือการทำความดีอย่างหนึ่ง แค่เพียงเราให้เวลา หรือให้ความเมตตากับคนอื่นก็ถือว่าเป็นการทำบุญแล้ว

“การให้ คือ การทำบุญอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นการให้เพียงเล็กน้อย ก็อย่าได้เพิกเฉย ค่อยๆ ทำค่อยๆ สะสมก็เป็นกองใหญ่ได้ การให้ไม่จำเป็นต้องเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่เสมอไป แต่เป็นการให้ง่ายๆ ด้วยการยิ้มให้กัน หรือการให้ความช่วยเหลือในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ช่วยพาคนแก่ข้ามถนน ก็ถือเป็นการให้ที่ทุกคนทำได้ ใครก็ทำได้โดยไม่ต้องรอเวลา” 

Leave a comment