ตรวจเช็กสุขภาพ ด้วยตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/570128

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 12:00 น.

ตรวจเช็กสุขภาพ ด้วยตัวเอง

เรื่อง ภาดนุ ภาพ Pixabay

การดูแลสุขภาพไม่ได้มีเพียงแค่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหาร การใช้ชีวิต การออกกำลังกาย หรือการหาวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยทำให้ร่างกายของคุณมีสภาพที่ดีเท่านั้น แต่คุณจะต้องรู้จักสังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณด้วย เพื่อให้ตัวเองห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บมากที่สุด

บางคนอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะต้องมานั่งจับผิดตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าจะต้องสังเกตอะไรบ้าง ต้องดูละเอียดแค่ไหน แล้วแค่ไหนคือความผิดปกติที่จะทำให้เกิดปัญหา เราอยากจะบอกว่าไม่มีใครรู้จักตัวเองดีเท่ากับตัวของคุณเอง

ฉะนั้น คุณสามารถสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้จากอวัยวะภายนอก สิ่งที่ร่างกายขับออกมา และอาการบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นเสมือนกระจกที่สามารถสะท้อนบอกอะไรหลายๆ อย่างให้คุณทราบได้

1.ลิ้น

“เอ้า! ไหนลองแลบลิ้นให้หมอดูหน่อยซิ” ประโยคนี้คุณน่าจะเคยได้ยินบ่อยๆ เวลาที่ไปหาหมอ หมอมักจะขอดูลิ้นเป็นด่านแรกของการวินิจฉัยโรค นั่นก็เพราะโรคหลายๆ โรคจะทำให้ลิ้นเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเกิดความผิดปกติได้อย่างชัดเจน คุณเองก็สามารถสังเกตความผิดปกติในเบื้องต้นนี้ได้

คนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ลิ้นจะสะอาด มีสีชมพูอ่อนๆ และหยาบเล็กน้อย แต่ถ้าคุณไม่ได้มีลิ้นในแบบของคนที่มีสุขภาพดี เช่น

– ลิ้นสีแดงจัด คุณอาจอยู่ในภาวะขาดวิตามิน มีความร้อนในตัวสูง หรือเกิดปัญหาในระบบย่อยและระบบการขับถ่าย

– ลิ้นเป็นดวงฝ้าสีขาว อาจเกิดจากอาหารไม่ย่อย ขาดสารอาหาร หรือภูมิต้านทานอ่อนแอ แต่หากฝ้าสีขาวที่ลิ้นขยายตัวมากขึ้นก็อาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้

– ลิ้นซีด มีภาวะเลือดน้อย ร่างกายอ่อนแอ ระบบการทำงานของม้ามอาจมีปัญหา

– ลิ้นดำ (เหมือนมีปานมาเกาะ) เป็นผลข้างเคียงจากการกินยาปฏิชีวนะ หรืออมยาฆ่าเชื้อ

– หลอดเลือดดำใต้ลิ้นบวม อาจมีปัญหาในระบบการทำงานของหัวใจ เป็นต้น

2.ดวงตา

ดวงตาของเราเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความอ่อนไหวมาก หากเกิดอะไรขึ้นนิดๆ หน่อยๆ กับร่างกาย ดวงตาก็สามารถแสดงอาการผิดปกติออกมาให้เห็นได้

– ขอบตาดำคล้ำ หากคุณไม่ได้อดหลับอดนอนมา ก็แสดงว่าคุณมีอาการของโรคภูมิแพ้

– หนังตาบวมนานเกินไป เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตอักเสบ หรือระบบการทำงานของหัวใจผิดปกติ

– ตาขาวมีสีออกแดง สาเหตุอาจมาจาก ดวงตาติดเชื้อ มีการอักเสบ

– ตาขาวมีสีเหลือง ตับทำงานผิดปกติ เสี่ยงต่อการเป็นโรคตับอักเสบ ดีซ่าน แต่ถ้าบริเวณตาขาวของคุณมีจุดสีออกเหลืองบริเวณหัวตา เป็นสัญญาณเตือนเรื่องคอเลสเตอรอลสูง ควรรีบปรึกษาแพทย์

– ตาดำมีสีขาวขุ่น เสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจก แต่ถ้าตาดำมีสีเขียว จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหิน

3.เล็บมือ

จะว่าไปการสังเกตเล็บมือดูจะเป็นวิธีการสังเกตสิ่งที่ผิดปกติได้ง่ายที่สุด เพราะคุณไม่ต้องวิ่งไปหากระจกมาส่องเพียงแค่ยื่นมือมาข้างหน้า คุณก็สามารถดูความผิดปกติของเล็บคุณได้แล้ว เล็บเป็นส่วนหนึ่งของผิวหนัง เป็นเซลล์ที่ตายแล้ว เล็บประกอบไปด้วยโปรตีนที่ชื่อว่า “เคราติน” โดยปกติคนที่มีสุขภาพดีจะมีเล็บเป็นสีชมพูอ่อน เนื้อเล็บเรียบแข็ง แต่ก็จะมีบางครั้งที่เล็บจะเปลี่ยนสีและลักษณะไปตามโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณ

– เล็บขาวซีด อ่อนนุ่ม คุณอาจเป็นโรคโลหิตจาง

– เล็บมีสีขาว เป็นแผ่นตรงกลาง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคตับ

– เล็บมีจุดสีขาว ร่างกายของคุณกำลังขาดสารอาหารบางอย่าง

– เล็บมีสีม่วงคล้ำ (ไม่ว่าจะเป็นจุดสีม่วง หรือเป็นเส้นสีม่วง) เสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ โรคตับ และโรคท้องเสียเรื้อรัง

– เล็บมีสีเหลือง (โดยที่ไม่ได้ทาสีเล็บ) เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต หรือถ้าคุณสูบบุหรี่ สารนิโคตินในบุหรี่ก็จะทำให้เล็บของคุณเหลืองได้เช่นกัน และคุณจะเสียงต่อการเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทาง เดินหายใจด้วย

– ปลายเล็บมีสีน้ำตาลชมพู แต่โคนเล็บมีสีขาว อาจมีอาการของโรคไตเสื่อม

4.ปัสสาวะ

ปัสสาวะในร่างกายเราที่ถูกขับออกมา จะทำให้คุณทราบสภาพภายในร่างกายของคุณในเบื้องต้นได้คนปกติจะมีปัสสาวะเป็นสีเหลืองอ่อน ใส กลิ่นไม่ฉุนมาก

– ปัสสาวะมีสีอมแดงหรือน้ำตาล (มีลิ่มเลือดปะปนออกมา) แสดงว่าไตหรือกระเพาะปัสสาวะมีการอักเสบ กรณีที่คุณไม่ได้กินอาหารที่มีผลให้ปัสสาวะออกมาเป็นสีออกแดง เช่น เบอร์รี่บางชนิด หรือผักกาดม่วง

– ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม ดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือมีอาการแฝงของโรคไต

– ปัสสาวะขุ่น เสียงต่อการติดเชื้อบางอย่าง

ทั้งนี้ การกินยาบางอย่างก็มีผลทำให้สีปัสสาวะของคุณเปลี่ยนไปได้ เช่น ยาโพรีเดียมที่ใช้ในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะทำให้ปัสสาวะมีสีส้ม หรือยาที่มีส่วนผสมของสารเมธีลีน เช่น ยาแก้อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ก็อาจทำให้ปัสสาวะมีสีฟ้าหรือสีน้ำเงินได้ เอาเป็นว่าเมื่อคุณรู้สึกว่าร่างกายเกิดความผิดปกติขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

Leave a comment