ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/571887
- วันที่ 25 พ.ย. 2561 เวลา 11:07 น.

โดย มัลลิกา นามสง่า
ความโสดไม่ใช่โรคร้าย ไม่จำเป็นต้องรีบรักษา หากแต่ความโสดเป็นช่วงเวลานาทีของชีวิตที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเอง นับเป็นข้อคิดที่ “ปิ๊ง-ฐิตาภา สิริพิพัฒน์” ในวัย 30 ปี ตกผลึกได้หลังจากที่กลับมาครองสถานภาพโสด
ปิ๊งยังถูกรายล้อมไปด้วยเพื่อนฝูงที่ต่างพร้อมใจกันโสดต่างกรรมต่างวาระและเหตุผล จนเกิดเป็นไอเดียอยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของสาวโสด จากประสบการณ์ของเธอและเพื่อนๆ จนลงเอยในรูปแบบของนวนิยายชื่อ “How To Be Single In BKK City” ผลงานเขียนเล่มแรกในชีวิต
ปิ๊งเลือกใช้โลเกชั่นหลักเป็นกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล หากมีความเหงาซ่อนเร้นไว้อย่างร้ายกาจ เมืองแห่งการแข่งขันที่สร้างแผลเหวอะหวะทางจิตใจ เมืองที่มีผู้คนมากมายแต่สวมหน้ากาก เมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีแห่งความสนุกและโอกาส
“อัตราการโสดในกรุงเทพฯ เยอะขึ้น ที่เลือกโฟกัสที่กลุ่มคนเมือง เพราะกรุงเทพฯ มันยากตรงที่ว่าการแข่งขันสูง มิตรภาพหายาก และแรงกดดันก็เยอะ ซึ่งถ้าเราโสด ไม่มีเพื่อนคู่คิด คุณต้องเรียนรู้ทำตัวเองให้แข็งแรง เพื่อที่จะได้อยู่กับความโสดในกรุงเทพฯ ที่ยุ่งเหยิงให้มีความสุข
นวนิยายสามารถใส่บรรยากาศของสถานที่ได้ดีกว่างานเขียนแบบอื่น ปิ๊งใส่ความเป็นกรุงเทพฯ การไปเที่ยวกลางคืน สตรีทฟู้ดบีทีเอสเสีย ได้เห็นสีสันในนั้น ถ้าเขียนแบบฮาวทูไม่ตอบโจทย์ในบรรยากาศ เพราะกรุงเทพฯ เป็นคีย์ที่อยู่ยาก บางคนเกลียดกรุงเทพฯ บางคนรักกรุงเทพฯ เราเลยอยากเล่าเป็นนวนิยายให้ได้เห็นมุมของกรุงเทพฯ ที่ครบถ้วน”
ตัวละครหลัก 4 ตัว สร้างมาจากคาแรกเตอร์ของเธอเองและเพื่อนๆ “เปลี่ยนชื่อตัวละคร สถานที่ เรื่องราวต่างๆ นำเสนอไล่เรียงที่เคยเจอ และด้วยความที่เอาเรื่องรอบตัวมาเขียนเลยง่าย ไม่ต้องวางโครงเรื่องมาก ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงไปเลย
วางพล็อตหลักๆ เลยอยากให้คนเข้าใจในตัวละครก่อน เป็นผู้หญิงโสด อายุ 30 อัพ มีคาแรกเตอร์ต่างกัน ให้เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงโสด คนที่หนึ่งเคยมีแฟนถูกทำร้ายร่างกาย แฟนนอกใจ โสดเพราะเข็ด อีกคนสาวโสดเพราะรักสนุก ตอนมีความรักก็รักเต็มที่มาตลอด พอโสดหลงใหลความโสด รักสนุก
อีกคนโสดเพราะไม่เจอคนที่ใช่ เป็นตัวแทนของผู้หญิงโสดมีหน้าตาดี หน้าที่การงานที่ดี ไม่กล้าจีบใครก่อน เจอคนไม่ทัดเทียม อีกคนโสดเพราะรักใครไม่เป็น เพราะที่ผ่านมาโสดตลอด ไม่กล้าเริ่มมีความรักสักที
ทุกคนโสดต่างกันแต่มีเป้าหมายเดียวกัน อยากเป็นผู้หญิงพึ่งพาตัวเองได้ ดูแลตัวเองได้ สร้างความสุขได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร
บางคนก็ยังมีกรอบความคิดว่า โสดไม่ดี โสดคือเรื่องแย่ โสดคือเรื่องผิด ความโสดไม่ใช่โรคร้ายไม่ต้องรีบรักษา โสดให้นานไม่สำคัญเท่ากับโสดจนรู้ความต้องการของตัวเองแล้วหรือยัง
พอได้ตัวละครมา 4 ตัว บางคนลองผิดลองถูกกับการมีแฟน เพิ่มเรื่องราวของผู้หญิงโสดไปทำอะไรบ้างที่ทำให้เขาแฮปปี้ เช่น เที่ยว ออกกำลังกาย
ตัวละครผู้ชายที่พูดถึง ไม่ได้ด่าผู้ชายว่าเลวยังไง แต่ในเรื่องนี้จะได้เห็นวิธีคิดเรื่องชีวิตคู่ของผู้ชายหลายๆ คนเหมือนกัน ตัวละครแวดล้อมในเรื่องเยอะ ได้เห็นมุมมองความคิดของคนในเรื่องของการโสด การแต่งงาน ในเรื่องของชีวิตคู่”
นวนิยายมีอรรถรสของหนังสือให้ความรู้คำแนะนำแบบฮาวทูผสมอย่างลงตัว ซึ่งปิ๊งใช้กลวิธีการเขียนอย่างแยบยล
“หนังสือเรื่องนี้มีหลายอารมณ์ โรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า อีโรติก เป็นหนังสือของผู้หญิงที่ให้เข้าใจความโสด เป็นตัวกระตุ้นโสดได้อย่างมีความสุข
เรื่องนี้ไม่ได้โสดตั้งแต่แชปเตอร์แรกถึงสุดท้าย บางตัวละครมีผู้ชายเข้ามา ลองคบ เห็นความกรุบกริบตามบทต่างๆ ตอนแรกที่คิด ตั้งใจเป็นหนังสือนวนิยายก็จริง แต่แฝงความเป็นฮาวทู ทริป เกร็ดความรู้ ในเรื่องเดียวกัน เพราะตัวละครหลักเป็นแอดมินเพจ เป็นบล็อกเกอร์ ก็ได้แชร์ไอเดียต่างๆ เหมือนอ่านหนังสือฮาวทูแชร์ประสบการณ์เรื่องนี้ยังไง มีบทสรุปจบเป็นข้อๆ สิ่งที่ควรรับมือ
บางตอนมีความคิดของตัวเอกของเรื่องสอดแทรกวิธีคิดวิธีพูดในนั้น จะมีประโยคเด็ด ที่คนอ่านจะรู้สึกชอบไอเดียในตัวละคร คำพูดของตัวละครแต่ละตัวสอนประทับใจ คนอ่านจำมาเป็นคำคม ซึ่งมันสอดแทรกอยู่ทั้งเล่มแต่ไม่ได้มาในจังหวะเดิมทุกๆ ตอน มาจากคำพูด ความคิดของตัวละคร ที่ไม่เขียนแบบฮาวทู
ในเรื่องของการเขียนปิ๊งพยายามเป็นตัวเองมากที่สุด ช่วงที่เขียนหนังสือไม่อ่านหนังสือนวนิยายหรืองานเขียวแนวเดียวกับเรา ไม่อยากจำแนวคิดของใครมา เวิร์ดดิ้งเป็นเรามาก”
ในฐานะที่เป็นสาวโสด ปิ๊งเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงว่า ความโสดมีค่า หากใช้ช่วงเวลานั้นให้มีความสุข “ในวัย 40 ปี ความคิดอาจเปลี่ยน แต่ตอนนี้ปิ๊งคิดว่าเป็นโอกาสที่เราได้พัฒนาตัวเอง ได้เรียนรู้มีแฟนคนต่อไปจะทำตัวแบบไหน ไม่ทำตัวแบบไหน เราได้เรียนรู้ความชอบไม่ชอบของตัวเอง ได้ดัดนิสัยของตัวเองก่อนได้เจอคนใหม่”
การเป็นโสด ไม่ได้แปลว่าคุณโดดเดี่ยวคนเดียว ในเมืองหลวงที่ผู้คนมากมายยังมีคนโสด หากแต่คุณเลือกจะโสดแบบสนุก หรือโสดแบบปล่อยเวลาทิ้งไปวันๆ
