ธนัชญา มานะสมจิตต์ สะสมนาฬิกาด้วยใจรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/572203

  • วันที่ 28 พ.ย. 2561 เวลา 13:00 น.

ธนัชญา มานะสมจิตต์ สะสมนาฬิกาด้วยใจรัก

เรื่อง ภาดนุ ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

สาวสวยนักบริหาร ธนัชญา มานะสมจิตต์ หรือแอน รั้งตำแหน่ง Assistant Managing Director บริษัท แมนสุขภัณฑ์ (1999) ถนนมหาพฤฒาราม ย่านหัวลำโพง ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว ที่ขายวัสดุก่อสร้างทั้งปลีกและส่งให้กับโครงการสร้างหมู่บ้านต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์แบรนด์คอรัล (Coral) เป็นผู้หญิงทำงานซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารและดูแลเรื่องการขายวัสดุทั้งหมด

นอกจากธุรกิจของครอบครัวแล้ว สาวเก่งยังทำธุรกิจสกินแคร์ โดยเป็นเจ้าของแบรนด์ “โสภี” (Sophee) ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น สบู่อาบน้ำ โฟมล้างหน้า ครีมกันแดดสำหรับใบหน้าและตัว รวมทั้งสครับสำหรับใบหน้าและตัวอีกด้วย อัพเดทได้ที่ FB : Sopheethailand และ IG : Sophee_thailand

“สำหรับธุรกิจอีกหนึ่งอย่างที่แอนหุ้นกับเพื่อนก็คือ เปิดร้านเครื่องประดับ เชอร์ลีย์ เจมส์ (Shirley Gems) ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่เพื่อนซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนนี้ ชอบในเรื่องจิวเวลรี่และเรียนจบทางด้านการออกแบบเครื่องประดับมาโดยตรง เราจึงร่วมกันเปิดร้านนี้ขึ้น โดยมีเครื่องประดับ เช่น สร้อยข้อมือ สร้อยคอ ต่างหู กำไรหัวพญานาค ซึ่งประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ฯลฯ วางขายทั้งที่ร้านและขายผ่านออนไลน์ FB/IG : ShirleyGemsBrand ควบคู่กันไป

ด้วยความเป็นผู้หญิง เราจะขาดเครื่องประดับไปไม่ได้ ถ้าพูดถึงการเก็บสะสมเครื่องประดับ สิ่งที่แอนชอบและรักที่จะเก็บสะสมมาตั้งแต่ตอนวัยรุ่น หรือช่วงที่เรียนมัธยมเลยก็คือ นาฬิกา ซึ่งนาฬิกาที่แอนเก็บมาเรื่อยๆ ก็คือ นาฬิกาตระกูลจี-ช็อก และนาฬิกาแบรนด์แฟชั่นอย่าง จอร์โจ อาร์มานี (Giorgio Armani) และดีเคเอ็นวาย (DKNY) คือทั้งเพื่อนๆ และคนที่รู้จักแอนจะรู้เลยว่าเราชอบนาฬิกามากๆ ซึ่งตอนที่เราเรียนมหาวิทยาลัยอยู่นั้น นาฬิกาเหล่านี้ก็ถือว่าแพงทีเดียว

สำหรับนาฬิกาเรือนแรกที่เป็นนาฬิกาหรูซึ่งมีราคาแพง แอนได้มาตอนที่เรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพราะคุณพ่อคุณแม่ซื้อให้เป็นของขวัญวันเรียนจบ เรือนนี้เป็นนาฬิกาโรเล็กซ์ (Rolex) เรือนเล็กของผู้หญิง หน้าปัดฝังเพชร ที่จริงแอนเป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยหวาน เลยจะไม่ค่อยชอบนาฬิกาที่มีเพชรแวววาวสักเท่าไร แต่เมื่อคุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ก็ถือว่าเป็นของขวัญที่มีค่าและเป็นมงคลกับชีวิตมากๆ แอนจึงใช้และเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี โรเล็กซ์เรือนนี้อยู่มา 13 ปีแล้วค่ะ ตอนที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ราคาแสนกว่าบาท แต่ปัจจุบันนี้คิดว่าราคาน่าจะเกินสองแสนบาทแล้ว

เรือนต่อมาคือ ชาร์ริออล (Charriol) ตัวเรือนทำจากไทเทเนียม เป็นนาฬิกาทรงผู้หญิงเรือนเล็กๆ หน้าปัดสี่เหลี่ยม ดีไซน์เรียบง่าย ไม่มีเพชรประดับ ลักษณะจะดูคล้ายๆ กับเลซข้อมือ ที่แอนชอบเรือนนี้เพราะช่วงนั้นเราเริ่มทำงานแล้ว และยังต้องออกงานบ่อยๆ ก็เลยอยากได้นาฬิกาเรือนเล็กๆ เพื่อเอาไว้ใส่ ตอนที่ซื้อราคาไม่กี่หมื่นบาท ปัจจุบันนี้น่าจะ 4-5 หมื่นได้ ที่ชอบเรือนนี้เพราะดีไซน์ของมันที่สามารถใส่ได้ทั้งทำงานและใส่ออกงานได้ ประกอบกับตอนนั้นเรามีเงินเท่านั้นด้วยค่ะ จึงลงตัวที่เรือนนี้” (ยิ้ม)

แอนเล่าว่า นาฬิกาเรือนต่อมาของเธอก็คือ แอร์เมส (Hermes) เรือนสี่เหลี่ยมที่มีสายหนังสีน้ำตาล…

“ที่จริงสายหนังเส้นนี้ไม่ใช่สายดั้งเดิมที่มาคู่ตัวเรือน เพราะสายเส้นนั้นแอนใส่จนสายพังไปแล้ว ก็เลยให้ร้านเปลี่ยนเป็นสายสีน้ำตาลเส้นนี้ให้ ซึ่งก็เป็นสายจากแอร์เมสเช่นกัน เรือนนี้แอนชอบดีไซน์ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ตอนที่ซื้อนั้นแอร์เมสเริ่มเข้ามาดังในเมืองไทย และรูปทรงของนาฬิกาจะเป็นรูปตัวเอช (H) ด้วย ตอนซื้อมาราคาแค่ 6 หมื่นบาท แต่ปัจจุบันราคาเกือบแสนบาทแล้ว เรือนนี้สามารถใส่ได้ทั้งการแต่งตัวแนวเวิร์กกิ้ง วูแมน และแต่งตัวสไตล์แคชวลเลยล่ะ เลยรู้สึกชอบเป็นพิเศษค่ะ

เรือนต่อมาคือ พาเนอราย 310 (Panerai 310) คนส่วนใหญ่ที่เล่นนาฬิกาพาเนอรายจะเรียกแบรนด์นี้สั้นๆ ว่า ‘แพม’ ที่ตัดสินใจซื้อเพราะตอนนั้นแอนอยากได้นาฬิกาแนวแมนๆ ที่ใส่แล้วดูทะมัดทะแมง แล้วแพมรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ผู้หญิงใส่ได้ เพราะเรือนไม่ใหญ่เกินไป หน้าปัดสีดำ สายเป็นหนังสีน้ำเงิน คือสายดั้งเดิมคู่ตัวของเรือนนี้จะเป็นสายหนังสีดำ แต่จริงๆ แล้วรุ่นนี้จะมีสายหนังสีอื่นๆ ให้เปลี่ยนถึง 10 สีเลยค่ะ แต่เราต้องซื้อเพิ่มเอง (สายหนังเส้นละ 5,000 บาท เป็นสายหนังที่สั่งตัดเป็นพิเศษ) ตอนซื้อมารุ่นนี้ราคา 2 แสนบาท ปัจจุบันราคาก็ขึ้นไปอีกแล้ว”

ตามมาด้วย ปาเต๊ะ ฟิลิปป์ (Patek Philippe) รุ่น Aquanaut 5164 ซึ่งเป็นนาฬิกาผู้หญิงเรือนเล็ก สายทำจากยาง แอนบอกว่า ปาเต๊ะ ฟิลิปป์ ถือเป็นนาฬิกาสายยางที่ราคาแพงมากๆ อีกแบรนด์หนึ่งเชียวล่ะ

“เรือนนี้ตอนซื้อมาเกือบ 4 แสนบาทได้ ซึ่งปัจจุบันรุ่นนี้จะหายากแล้ว เพราะทางแบรนด์ไม่ได้ผลิตออกมาขายแล้ว ตอนนี้นักสะสมมองหากันอยู่ ที่แอนชอบเพราะเดิมทีแล้วอยากได้นาฬิกาปาเต๊ะ ฟิลิปป์อยู่แล้ว ซึ่งรุ่นนี้มันตอบโจทย์ความชอบของเราที่ไม่ค่อยชอบนาฬิกาที่มีเพชรเยอะๆ ไงคะ ที่สำคัญนาฬิกาเรือนนี้เป็นระบบควอตซ์ (แบบใส่ถ่านหรือแบตเตอรี่) ซึ่งแอนจะชอบมากกว่าระบบออโต้ ที่เวลาจะใส่ เราจะต้องมาคอยตั้งเวลาอยู่เรื่อยๆ

ลำดับที่หกคือ นาฬิกาคาร์เทียร์ รุ่นซานโตส (Cartier Santos) ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยม สายหนังสีดำ เรือนนี้ราคากลางๆ ตอนซื้อราคาเกือบ 2 แสนบาท คาร์เทียร์รุ่นนี้ถือเป็นนาฬิกาแนวแฟชั่น พอพูดถึงคาร์เทียร์หลายคนจะนึกภาพว่า มันต้องมีเพชรประดับตัวเรือนเยอะๆ สิ ซึ่งรุ่นนี้ก็มีเพชรอยู่ประมาณหนึ่ง แต่ไม่มากจนเกินไป แอนซื้อในช่วงที่นาฬิการุ่นนี้กำลังดังเลยค่ะ ปัจจุบันนี้ก็ใช้มาได้ 5 ปีแล้ว ชอบเพราะตัวเรือนมันเป็นเหลี่ยมๆ แต่ก็แฝงความเป็นแฟชั่นไว้หน่อยๆ ด้วย”

แอนเสริมว่า ลำดับที่เจ็ดคือ โรเล็กซ์หน้าปัดสีช็อกโกแลต ตัวเลขเป็นอักษรโรมัน เรือนนี้เธอเพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน รุ่นนี้ตอนนี้ฮิตมาก ที่จริงตัวเรือนเป็นรูปทรงแบบนาฬิกาผู้ชาย แต่ทำออกมาสำหรับให้ผู้หญิงใส่โดยเฉพาะในรุ่นนี้

“ด้วยความที่โรเล็กซ์เป็นนาฬิกาที่ทนทาน ตัวเรือนทำจากไทเทเนียม มีกระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ที่กันรอยขูดขีดได้ดี ราคาตอนที่แอนซื้อมาเกือบ 3 แสนบาท ถือเป็นโรเล็กซ์เรือนล่าสุดที่แอนชอบมาก เพราะหน้าปัดเป็นสีแบบใหม่ที่โรเล็กซ์ไม่เคยทำมาก่อน

ลำดับที่แปด นาฬิกาปาเต๊ะ ฟิลิปป์ รุ่น Aquanaut 5067 รุ่นนี้มีเพชรประดับรอบๆ หน้าปัด ถือว่าเป็นรุ่นยอดฮิตที่สาวๆ ชอบมาก เรือนนี้เป็นหนึ่งในของหมั้นในวันแต่งงานที่สามีซื้อให้ สายทำจากยางสีเทาซึ่งเป็นสีใหม่ล่าสุด แต่สามารถเปลี่ยนสายเป็นสีอื่นๆ ได้ รุ่นนี้ออกมายังไม่ถึงสองปี ตอนนั้นราคา 6 แสนบาทได้

นอกจากนาฬิกาแบรนด์หรูๆ เหล่านี้แล้ว แอนก็ยังใช้นาฬิกาซึ่งเป็นแบรนด์ไฮแฟชั่นอย่าง ชาแนล (Chanel) และอื่นๆ อยู่ด้วย รวมทั้งแบรนด์สตรีทอย่าง ทอยวอตช์ (Toy Watch) ซึ่งเมื่อก่อนนี้ฮิตมากก็ยังเก็บสะสมอยู่ ในอนาคตแอนคิดว่าจะสะสมทั้งนาฬิกาหรูและนาฬิกาแฟชั่นควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากเราสะสมเพราะความรักความชอบมากกว่า เรือนไหนรุ่นไหนที่ดูแล้วชอบก็จะซื้อเก็บไว้เลย แต่จะเป็นแนวเท่ๆ แมนๆ จะไม่ใช่แนวผู้หญิงสไตล์หวานๆ สักเท่าไร พอซื้อเก็บและใช้ไปเรื่อยๆ ซื้อไปซื้อมาหลายปีเข้า จำนวนนาฬิกาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แอนว่าความสุขจากการสะสมนาฬิกาเพราะมันเป็นเครื่องประดับชิ้นแรกในชีวิตที่เราชอบจริงๆ เวลาออกจากบ้านทุกครั้ง นาฬิกาจะเป็นเครื่องประดับชิ้นแรกที่แอนต้องหยิบก่อนเลยล่ะ เพราะใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ ถ้าวันไหนเกิดรีบจนลืมใส่ ก็ต้องขับรถกลับมาบ้านทุกครั้งเลยค่ะ พูดง่ายๆ ว่านาฬิกากลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตเราไปแล้ว สำหรับมูลค่าของมัน ถ้าในอนาคตมันเพิ่มขึ้นก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ แต่ทั้งนี้เราก็ต้องเก็บสะสมโดยอิงจากราคาที่เราสามารถครอบครองได้เป็นสำคัญค่ะ”

Leave a comment