ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/571876
- วันที่ 25 พ.ย. 2561 เวลา 09:41 น.

โดย วราภรณ์ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน และเฟซบุ๊กละเลียด คาเฟ่
ปุ๋ม-นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์ คือ 1 ใน 2 ผู้ก่อตั้งละเลียด คาเฟ่ที่ยอมลาออกจากงานประจำระดับบรรณาธิการนิตยสารแต่งบ้านยี่ห้อดัง เธอกับแฟนหนุ่ม เอกกมล ธีปฏิกานนท์ ออกจากงานพร้อมกันและท่องเที่ยวเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต การได้ท่องเที่ยว การเห็นโลกกว้าง ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง การตัดสินใจละอะไรบางอย่างในชีวิตมนุษย์เงินเดือน
เธอคิดว่าทุกอย่างคือการเดินทางภายนอกคือการที่เธอเลือกเดินทางไปที่นู่นที่นี่ การท่องเที่ยวทำให้เธอเห็นว่าจิตใจของผู้คนบริสุทธิ์แค่ไหน เช่น ที่ทิเบตซึ่งแตกต่างจากการใช้ชีวิตอยู่ในเมือง เป็นต้น ปัจจุบันหลังจากค้นพบตัวเอง เธอจับมือกับแฟนหนุ่มเปิดร้านกาแฟและอาหารที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง และดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ตั้งชื่อร้านว่า ละเลียด คาเฟ่ ตั้งอยู่ใน FabCafe Bangkok พหลโยธิน ซอย 5 ร้านกาแฟเก๋ๆ ที่ผู้คนสามารถนั่งชิลดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟ และลิ้มรสอาหารออร์แกนิกเพื่อสุขภาพ ฝีมือสร้างสรรค์แต่ละเมนูของนวลวรรณเอง
แรงบันดาลใจทำธุรกิจ
บางครั้งโลกอาจเสียงดังเกินไปจนเราฟังไม่ได้ยินเสียงข้างในใจตัวเอง นี่คือคำพูดหนึ่งที่ลึกซึ้งของนวลวรรณที่ถ่ายทอดออกมาให้ได้รับฟัง พร้อมทั้งเล่าถึงแรงบันดาลใจที่ออกจากงานประจำบรรณาธิการนิตยสารตกแต่งบ้านฉบับหนึ่งที่ทำมานานเกือบ 10 ปี โดยหลังจากเรียนจบจากคณะมัณฑนศิลป์ สาขาออกแบบตกแต่งภายใน มหาวิทยาลัยศิลปากร เธอเลือกทำงานตรงสาย และลาออกจากงานตอนอายุ 32 ปี เพราะเธอเริ่มรู้สึกอิ่มตัวและอยากได้ความเป็นอิสระ อยากออกมาใช้ชีวิตในรูปแบบที่ได้เดินทางท่องเที่ยว
หลังจากลาออกเธอพร้อมกับแฟนหนุ่มที่ทำงานอยู่นิตยสารเล่มเดียวกัน พวกเขาเลือกเดินทางไปทำงานและท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการตัดสินใจที่จะลาออกเป็นเรื่องไม่ยาก เพราะคิดไตร่ตรองล่วงหน้า 3 ปีแล้ว
“พอไปอยู่ที่ญี่ปุ่นเราเลือกไปทำงานที่ฟาร์มเพื่อแลกกับอาหารและที่พัก ที่ฟาร์มแห่งนั้นปลูกเมล็ดกาแฟด้วย ปุ๋มไปอยู่ญี่ปุ่น 2-3 เดือน ก็กลับมาเมืองไทยเพื่อทำอะไรที่เป็นของตัวเอง เพราะไม่อยากทำงานประจำอีกแล้ว พอดีมีญาติของแฟนมีความรู้เรื่องเมล็ดกาแฟอยู่ที่เชียงใหม่พอดี เขาก็ไปศึกษาหาความรู้ และเขาก็มุ่งไปทางจำหน่ายเมล็ดกาแฟ และทำเป็นคาเฟ่ด้วย” ส่วนตัวปุ๋มเลือกสร้างสรรค์ขนมเค้กและเมนูอาหารว่างที่ทำเป็นเมนูง่ายๆ จำหน่ายในร้าน ร้านแรกของเธอกับแฟนหนุ่ม สาขาแรกเปิดที่อารีย์ ซอย 2 พอหมดสัญญาลง ก็ย้ายมาอยู่ที่ในซอยพหลโยธิน ซอย 5 ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางไว้รองรับลูกค้าได้จำนวนมากขึ้น จัดทำเป็นที่ประชุม เวิร์กกิ้งสเปซให้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาละเลียดกาแฟและนั่งทำงาน ร่วมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้
“ทำร้านกาแฟของตัวเองปุ๋มไม่เจออุปสรรคนะคะ เพราะเราไม่ได้มองว่าอะไรคือปัญหา หากมีปัญหาก็แก้ เราไม่เครียดกับเรื่องการทำธุรกิจเลย และเราก็ทำธุรกิจร้านกาแฟมาได้ 5 ปีแล้ว ทุกวันมีแต่ความสุข เพราะเราได้ทำในสิ่งที่รัก มีเวลาส่วนตัวเป็นของเราเอง ไม่ได้ทำให้ใคร เหมือนปลูกต้นไม้อยู่ในรั้วบ้านของเราเอง แม้เงินไม่ได้เท่ากับทำงานประจำ เราอยากใช้ชีวิตเหมือนชื่อร้านคือ ละเลียด คือการทำใช้ชีวิตช้าๆ ค่อยๆ จิบกาแฟเพื่อดื่มด่ำซึมซาบกับรสชาติของอาหาร ขนม ค่อยๆ ทำไป ค่อยๆ เรียนรู้ ซึ่งเงินก้อนแรกที่นำมาลงทุนหลักแสนบาท โดยใช้เงินเก็บของพวกเรา แต่แค่ค่าเครื่องลงกาแฟก็เป็นแสนบาทแล้ว การตกแต่งร้านอื่นๆ เช่น โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เราช่วยกันออกแบบ อย่างแฟนตัดไม้และนำมาประกอบเอง ต้นไม้บางท่อนได้จากน้ำท่วม คือเราอยากทำอะไรให้ได้ด้วยตัวเองมากที่สุด เราอยากประหยัด สองคือเราอยากทำตามความสามารถของเราเองที่เราพอจะทำได้ ใช้ศักยภาพของเราทำอย่างดีที่สุด”
ชีวิตออกแบบเอง
ข้อดีของการเป็นนายตัวเองคือ นวลวรรณสามารถออกแบบชีวิตได้เอง กล่าวคืออยากแบกเป้ไปเที่ยวต่างประเทศก็สามารถไปได้เลย
“ทุกวันนี้ปุ๋มรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้มาทำงานนะคะ หรือปุ๋มอยากเดินทางเมื่อไหร่ก็ไป โดยไม่รู้สึกว่าร่างกายอยากพักผ่อน การไปเที่ยวต่างประเทศของปุ๋มเหมือนการได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนนานๆ การเที่ยวของปุ๋มคือ การได้พักได้กินอาหาร ได้เรียนรู้กับแหล่งที่ตนเองไม่เคยไป ไม่เคยไปอยู่ ปุ๋มไปใช้ชีวิตในที่ใหม่ๆ เหมือนปุ๋มอยู่บ้าน โดยจะอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานเป็นเดือน ได้ออกไปตลาด ทำอาหารกิน ได้ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตของคนที่นั้นๆ ซึ่งการที่ปุ๋มเลือกจะไปที่ไหน แล้วแต่โอกาส เช่น มีเพื่อนอยู่ที่ไหนก็จะไปที่นั่น เช่น ฝรั่งเศส เกาหลี แต่ส่วนมากปุ๋มชอบเดินทางไปทิเบต ภูฏาน อินเดีย ปุ๋มชอบเพราะประเทศเหล่านี้มีเสน่ห์
ปุ๋มคิดว่ามันเป็นการเดินทางภายในจิตใจ การค้นหาความสงบ คือปุ๋มเริ่มสนใจความสงบตั้งแต่อยู่ชั้นประถม เคยไปเรียนธรรมะกับคุณแม่สิริปุ๋มสนใจเพราะคุณแม่ปุ๋มสนใจ ตอนเด็กๆ ปุ๋มนั่งสมาธิเป็นปกติ แต่พอโตแล้วก็ได้ฝึกมากขึ้น และไปในหลายๆ ประเทศเพื่อให้ค่อยๆ เข้าใจแก่นของการปฏิบัติมากขึ้น ไม่ใช่หลักพุทธ แต่เป็นสัจธรรมความจริงแต่ทุกอย่างคือการเดินทางภายนอกหมดเลย เธอได้ไปเห็นที่นู่นที่นี่ อย่าง คนทิเบต จิตใจเขาบริสุทธิ์มากๆ แตกต่างจากคนอยู่ในเมือง นี่คือการเดินทางภายนอกที่ปุ๋มได้มองเห็น แต่สุดท้ายแล้วการเดินทางภายนอก มันทำให้ปุ๋มกลับเข้ามาเดินทางภายในตัวเอง เหมือนให้เราเห็นตัวเอง ให้รู้ว่าตัวเราเป็นอย่างไร มีแก่นแท้แบบไหน ยอมรับตัวเองได้ในแง่ที่ดีและไม่ดี ยอมรับสิ่งที่เป็น
ปุ๋มรู้สึกว่าการนั่งสมาธิ วัฒนธรรมไทยไม่ค่อยยอมให้เราแสดงความเศร้าหรือความทุกข์ ปุ๋มคิดว่าการนั่งสมาธิคือเวลาที่เรารู้สึกโกรธ เราทุกข์หรือเศร้าก็ให้เราเข้าใจอารมณ์นั้น ไม่เก็บมันเอาไว้ ดังนั้นการที่ปุ๋มได้ปฏิบัติมันทำให้ปุ๋มเข้าใจอารมณ์ตัวเอง ไม่เก็บกดมันไว้ แต่การนั่งสมาธิไม่ใช่เครื่องบ่งบอกว่า คุณคือคนดี นั่งสมาธิคือการทำให้เกิดความสงบในใจต่างหาก”
สิ่งที่ปุ๋มได้จากการนั่งสมาธิคือ ได้ความสงบ ได้ความรัก นั่งสมาธิจิตใจก็จะสงบ แล้วก็เกิดความรักกับสิ่งรอบตัว
“พอฝึกสมาธิเยอะๆ ปุ๋มเหมือนมีวินัยมากขึ้น ปุ๋มมีวินัยต่อตนเอง และวินัยต่อคนรอบข้าง ได้มองเห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจอะไรมากขึ้น คือเราไม่ได้โตแค่อายุ แต่ระยะเวลาที่โตขึ้น เราได้เดินทางทั้งภายในเข้าไปในจิตใจตัวเอง ได้เรียนรู้มากขึ้น ก็ได้เข้าใจตนเองมากขึ้น”
ใช้ชีวิตอย่างไม่เร่งรีบ
นอกจากได้ซึมซับการใช้ชีวิตอยู่อย่างธรรมชาติแล้ว การได้ช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด ขณะที่อยู่ญี่ปุ่นทำให้พอกลับมาอยู่เมืองไทย เธอจึงอยากพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด โดยใช้เงินอย่างรู้ค่าให้มากที่สุด
“การแบ่งหน้าที่กันภายในร้านคือ ปุ๋มจะครีเอททำเมนูใหม่ๆ ทั้งเมนูอาหารและเบเกอรี่ เรามีน้องพนักงาน 4 คน เราช่วยกันทำให้ร้านเราเป็นคอมมูนิตี้คาเฟ่ให้ได้ ซึ่งเราทำแล้ว มีการจัดเวิร์กช็อปแต่ละครั้งก็แตกต่างกันไป เพราะเรามีพื้นที่ภายในร้านและเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นก็เคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนมุมการวางได้หมด
ทุกวันนี้ปุ๋มพยายามจัดสมดุลให้กับชีวิตคือ ช่วยแฟนหนุ่มดูแลร้านละเลียดคาเฟ่บ้าง และเธอยังเจียดเวลาเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ การนั่งสมาธิตอนเช้าๆ การฝึกโยคะเพื่อทำจิตใจให้สงบ
“ทุกเช้าปุ๋มต้องฝึกสมาธิสักครึ่งชั่วโมง และฝึกโยคะอีก 1 ชั่วโมงเกือบทุกวัน จากนั้นจะคั้นน้ำผลไม้กิน ทำอาหารให้ตัวเองและสามีได้กิน สามีก็ออกมาทำงานที่ร้าน ส่วนปุ๋มยังอยากทำอะไรที่ห้องของเราก็ทำ หรืออยากออกมาข้างนอกก็ออก ออกมาทำงาน เสร็จแล้วเย็นๆ ปุ๋มเลือกเดินกลับบ้านซึ่งที่พักของเราอยู่ไม่ไกลจากพหลโยธินซอย 5 เดินแค่ 1 กิโลเมตร เพื่อกลับไปทำกับข้าวเพื่อรอสามีมากินข้าว ตอนค่ำๆ ก่อนนอนก็ฝึกสมาธิ คืออังคารถึงอาทิตย์ชีวิตปุ๋มจะอยู่แถวๆ นี้” ช่วงวันที่ปุ๋มได้หยุดพักเธอจะขับรถกลับบ้านย่านนนทบุรี ซึ่งมีพื้นที่สวนกว้างขวาง ตกแต่งอิงแอบธรรมชาติ มีน้ำตกเล็กๆ ซึ่งเป็นบ้านที่เธอพักอาศัยกับพ่อแม่
“บ้านที่นนท์ เราสร้างเป็น 2 หลังติดกันมีสะพานเชื่อมกัน ด้านบนบ้านของปุ๋มมีรูฟท็อปปลูกต้นไม้เต็มไปหมด มีเวลาได้อยู่กับพ่อแม่ ใช้ชีวิตช้าๆ ทำความสะอาดบ้าน ซึ่งหลักคิดการใช้ชีวิตแบบช้าๆ ของปุ๋ม คือต่างไม่ต้องคาดหวัง คือตอนเราทำงานให้บริษัทเขาก็คาดหวังสูง ทำอะไรก็ต้องทำตามโจทย์ แต่แตกต่างจากการมีธุรกิจของตัวเอง เราสร้างเอง โจทย์แต่ละข้อเราตอบเอง ฉะนั้นความรู้สึกไม่เหมือนกัน เพราะคนให้โจทย์ไม่เหมือนกัน ชีวิตนี้เราจึงกำหนดได้เอง”



