ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/574865
- วันที่ 24 ธ.ค. 2561 เวลา 11:40 น.
เรื่อง ปอย ภาพ อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์
ทุกครั้งที่เวทีแข่งขันประกาศเฟ้นหาคลื่นลูกใหม่ มีโจทย์ท้าทายความสามารถกระตุ้นหัวใจคนวงการออกแบบ กลุ่มนักศึกษาปีที่ 3 คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขาออกแบบเครื่องแต่งกาย ไม่เคยทนทานได้ ใจสั่นไหวระรัวทุกๆ ครั้ง เมื่อเห็นโจทย์จุดประกายความสามารถ บอกเลยจะไม่ปล่อยผ่านไปสักเวที จะต้องขอลงสนามแข่งขันพิสูจน์ความสามารถกันสักตั้ง
หลายๆ เวทีประสบความสำเร็จ โชว์ความสามารถคว้ารางวัลมาครอบครองได้ วัยรุ่นขอบอกก็เหมือนกับการเสพติดการประกวดเบาๆ และตั้งตารอคอยเวทีที่มีโจทย์จุดประกายการทำงานชิ้นใหม่ๆ ไฟแรงกำลังคุโชน สำหรับวัยที่เรียกว่าวัยฝัน
“เซีย” ลักษณ์เอเซีย ยอดไม้งาม “นัท” นัทธพงศ์ คงรักษ์ “ปลื้ม” ณัฐชาภร สมัครพงศ์ “น้อย” พรทิพย์ ปลื้มใจ นักศึกษาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย วัยทีนทั้ง 4 คน บอกพลางหัวเราะมั่นใจไม่มีเขินอายกับ “ชุดใส่ไปเรียน” สุดมัน แซ่บสะเด็ดยาด ดีไซน์ตามโจทย์ที่อาจารย์ตั้งไว้ให้ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับคอลเลกชั่นฤดูหนาว
โอกาสนี้ได้โชว์ภาพลักษณ์นักศึกษาศิลปากร ที่มีเอกลักษณ์เกาะกระแสแฟชั่นสุดล้ำ จึงขอเลือกใส่เป็นเสื้อผ้าธีมแฟชั่นใส่มาเรียนที่ “ทับแก้ว” มหาวิทยาลัยศิลปากร ห้องเรียนที่แทบไม่มีกรอบ เหล่าอาจารย์เห็นนักศึกษาแต่งตัวแบบนี้ ก็ไม่มีติติง สนับสนุนให้เด็กๆ สนุกสนานกับการเรียนที่รักเต็มที่
ประกวดออกแบบแฟชั่น
ก๊วนเพื่อนแต่งตัวสุดมัน “นัท” นัทธพงศ์ “ปลื้ม” ณัฐชาภร “น้อย” พรทิพย์ คือ 3 นักศึกษาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย คว้ารางวัลชนะเลิศ Chinaworld Fashion Design Contest 2018 ใส่ความฝันลงแผ่นกระดาษ ใส่ความมุ่งมั่นพยายาม จนออกมาเป็นชุดที่จะมาประดับวงการแฟชั่นเมืองไทย ความภาคภูมิใจเวทีนี้ คือมีโอกาสนำเสนอแฟชั่นโชว์ รอบ Final Walk โชว์ผลงานได้ชิ้นใหญ่โบแดง พร้อมเพื่อนที่ได้รางวัลรอบ 10 ทีมสุดท้าย บนเวทีที่มุ่งส่งผ้าไทยสู่สากล
โชว์ความสามารถกันต่อไปไม่มีวันจบ เวทีใหม่ มีโจทย์ใหม่ท้าทาย กับประกาศเชิญชวนให้ส่งผลงานเข้าประกวดเวที Hamburger Studio Young Designer Challenge 2018
สองสาวลุคเปรี้ยวแต่ก็มีมาดเด็กเรียน “ปลื้ม” ณัฐชาภร “น้อย” พรทิพย์ เกริ่นถึงเวทีประกวดล่าสุด จัดโดย Hamburger Studio ชักชวนนักศึกษา คนเรียนสถาบันแฟชั่นทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดออกแบบเสื้อผ้าสตรี ตั้งในโจทย์ “Slay The Street Runway” นอกจากมีเงินรางวัลให้ชิงกันหลายหมื่นบาทแล้ว ผู้ชนะจะมีสิทธิพิเศษในการวางขายคอลเลกชั่นแรก และรับส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ยอดขายจาก Hamburger Studio เป็นกำลังใจเพิ่มให้ด้วย
“ทุกคนเลือกเรียนทางด้านนี้ค่ะ ก็ย่อมอยากเป็นดีไซเนอร์ ใฝ่ฝันมีแบรนด์เป็นของตัวเอง แต่สำหรับวงการออกแบบในเมืองไทย กว่าพวกเรานักศึกษามาจากครอบครัวฐานะธรรมดาทั่วไป จะก้าวไปถึงการสร้างแบรนด์ได้ ถ้าไม่มีเงินทุนสูงก็ย่อมเป็นไปได้ยากนะคะ
เวทีการแข่งขันต่างๆ ที่จัดให้เราแสดงความสามารถ ได้สะสมรางวัล ก็จะย้ำบอกโปรไฟล์เราได้ดี เวทีการแข่งขันสำหรับนักศึกษาออกแบบ เป็นบันไดก้าวแรกให้เราก้าวตามฝันต่อไปได้ค่ะ
เรียนไม่เก่งวิชาไหนเลยค่ะ ชอบแต่เย็บผ้าตั้งแต่เด็กๆ เย็บผ้าใส่เองโดยที่ไม่มีใครสอน โตขึ้นมาก็วาดรูปเป็นด้วยตัวเอง พอเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนการออกแบบ ทำได้ดี เพราะตรงกับนิสัยของตัวเองเลยค่ะ” พรทิพย์ นักศึกษาออกแบบผิวใสบอกพร้อมรอยยิ้ม
โชคดีที่ครอบครัวให้เลือกเรียนอิสระ เรียนอะไรก็ได้อย่างที่ใจรัก ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างตามใจฝัน ณัฐชาภร นักศึกษาหญิงบุคลิกตั้งอกตั้งใจไม่แพ้เพื่อนๆ ที่รวมกลุ่มกัน บอกว่าโดยพื้นฐานนักศึกษาสาขาออกแบบ การเรียนต้องทำงานสะสมไว้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ทุกภาคเรียนต้องมีการเตรียมส่งผลงานภาพสเกตช์ และ Flat Drawing เพื่อนำเสนออาจารย์ในรูปแบบ Mood Board Presentation
ถ้าบางเวทีสามารถส่งผลงานเก่าที่ไม่เคยส่งประกวดเวทีใดมาก่อน ก็เลือกส่งผลงานมาประลองกันได้เลย ณัฐชาภร สาวน้อยเสื้อสีส้มจี๊ดบอก ที่สุดแล้วอาชีพดีไซเนอร์ไม่ใช่สิ่งที่อยากเป็นที่สุด
“อยากเป็นศิลปินมากกว่าค่ะ ฝึกมือวาดพอร์เทรตตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมปลายแล้ว พอเข้ามหาวิทยาลัยได้เจอการเรียนที่ลงตัวมาก สเกตช์ออกแบบเสื้อผ้า ก็มีความรู้สึกเหมือนการนำศิลปะและเสื้อผ้ามารวมเข้าไว้ด้วยกันค่ะ
ต้องขอบคุณรูปแบบการเรียนที่ศิลปากร ออกแบบบนกระดาษได้ตามที่อาจารย์ตั้งไว้ให้ทำ แล้วจะต้องตัดเย็บใส่ได้จริงด้วยค่ะ อย่างเช่น เทรนด์ออทัมน์/วินเทอร์ 2018 ทิศทางเสื้อผ้าซีซั่นนี้ แฟชั่นมักกำหนดมาในแนวชุดโอเวอร์ไซส์ เสื้อโค้ตแขนยาว กระโปรงยาว พวกเราออกแบบมาเสร็จแล้วก็อยากใส่ พอใส่มาเรียนที่ทับแก้ว ซึ่งอากาศร้อนมาก (หัวเราะ) ก็นำไปปรับกับการออกแบบเสื้อผ้าที่ต้องทำขายในอากาศร้อนบ้านเรา ชุดที่คว้ารางวัลชนะเลิศเวทีไชน่าเวิลด์ ออกแบบโดยเลือกใช้เนื้อผ้าและวัสดุ ตอบโจทย์นี้ด้วยค่ะ”
นัทธพงศ์ หนุ่มนักออกแบบจากภาคใต้ บอกว่าสะสมรางวัลมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เรียนมัธยม ชอบแข่งขันงานคราฟต์ จักสาน ร้อยดอกไม้ประดิดประดอย หลายๆ เวทีที่ จ.นครศรีธรรมราช โชว์ฝีมือแล้วทั้งนั้น
“ผมไม่ได้มองที่เงินรางวัลเป็นหลัก แต่เลือกทำแล้วมีความสุขครับ รางวัลก็ถือเป็นสิ่งตอบแทนนอกเหนือจากความสุขคนก็มองว่างานประดิดประดอยเป็นงานของผู้หญิง คนรอบข้างก็มองผมแปลกๆ นะครับ พ่อแม่ก็คงกลุ้มๆ ว่าทำไมลูกชายชอบนั่งเย็บปักถักร้อย ผมเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ (ยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น) ไม่อายครับที่จะเลือกทำในสิ่งที่ชอบ คืองานฝีมือ ต้องใช้ศิลปะในการสร้างสรรค์งานแต่ละชิ้นขึ้นมาครับ”
รางวัลคือความมั่นใจในก้าวสู่คลื่นลูกใหม่ประดับวงการแฟชั่นไทย มือรางวัลได้ต่อยอดพัฒนาฝีมือ ได้ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปกับดีไซเนอร์แบรนด์โด่งดัง
พรทิพย์ บอกว่า เหตุผลเหล่านี้ เมื่อเห็นประกาศรับสมัครแข่งขัน ไม่เคยรีรอสักครั้ง ถ้าทำงานเป็นกลุ่มก็รีบเฟ้นหาเพื่อนๆ มารวมตัวทำงานทันที
“เราสามคนเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ทำงานก็ง่ายค่ะ สลับไขว้จับคู่ไปแข่งขันเวลาต่างๆ น้อย ปลื้ม นัท คนละสไตล์กันเลยนะคะ ปลื้มจะมีความเป็นสปอร์ตห้าวๆ เสื้อผ้าแมนๆ น้อยชอบเสื้อผ้าเดรสหวานๆ ชอบแพตเทิร์นเยอะๆ สวยจัดๆ ส่วนนัทจะชอบประดิดประดอยรายละเอียด ความประณีต ต้องยกเรื่องนี้ให้เขาที่เป็นผู้ชายคนเดียวของกลุ่ม เวลาแบ่งงานกันจึงกระจายความคิดชัดเจนว่าใครควรทำอะไร
ก่อนหน้านั้นน้อยรวมตัวกับเพื่อนอีกกลุ่มไปแข่งขันการออกแบบเวทีกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีโจทย์ให้ดีไซน์ผ้าไหมของกรมหม่อนไหมให้ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน เวทีนั้นพลาดค่ะ ได้รางวัลที่ 3 กรรมการให้เหตุผลตีโจทย์ไม่แตก สวยบนรันเวย์ แต่ใส่ยากในชีวิตประจำวัน
โค้ตเป็นผ้าไหมลายเกล็ดเต่า เกาะอกเป็นผ้าไหมลายลูกฟูก กระโปรงเป็นลายผ้าขาวม้าเยอะจัดค่ะ ในสไตล์ที่ตัวเองชอบเลย (หัวเราะ) แต่ทำได้ดีที่สามารถกำหนดราคาได้ชุดละไม่เกิน 1 หมื่นบาท คือการประกวดเวทีแรก และกลายเป็นประสบการณ์นำมาปรับปรุงในเวทีต่อไปได้ดีเลยค่ะ”
กฎของนักล่ารางวัล ต้องขยันขึ้นเวที อย่ากลัวคำว่าพ่ายแพ้ เข้ารอบบ้างไม่เข้ารอบบ้าง ซึ่งสิ่งที่ได้มากกว่ารางวัลคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน นัทธพงศ์ บอกว่า ประสบการณ์ตอนเข้ารอบ 20 ผลงาน เวที RECO Young Designer ก็ได้รู้ว่าดีไซน์ทำให้รับรู้กันว่าแฟชั่นรักษ์โลกได้
“โจทย์ขยะมาทำเสื้อผ้า เสื้อผ้าไม่เป็นขยะ ก็ได้รู้ว่าพลาสติก แห อวนในทะเล กลายเป็นแรงบันดาลใจเลือกสิ่งที่คนเราไม่คาดคิดว่าจะทำร้ายใครได้ พลาสติกพวกนี้พวกเต่ากินถึงตายได้ แต่ขยะพวกนี้สามารถกลายมาเป็นงานศิลปะที่ทั้งสวยงาม และสร้างสรรค์ได้มากมายเลยครับ
ประสบการณ์ที่ได้คืออย่ารันเวย์เกินไปนัก (หัวเราะ) เด็กศิลปากรติดอะไรเยอะๆ นะครับ ขณะที่เสื้อผ้าที่ทำขายคือเน้นแฟชั่น เรียบ หรู ขายง่าย สวมใส่ได้ทุกโอกาส”
ประกาศ “ความเป็นไทย” ให้โลกรู้
รางวัลคือการประกาศให้ได้รู้ว่า “มีดี” นักศึกษาแม้ไม่มีเงินทุน แต่ก็การันตีได้เรื่องสปอนเซอร์ให้การสนับสนุน “เซีย” ลักษณ์เอเซีย ตัดสินใจเลือกประกวดการออกแบบเครื่องแต่งกายแดร็กควีน (Drag Queen) โดยทันทีเมื่อได้ฟังบรรยายจาก “นาตาเลีย” “ไจ๋ ซีร่า มาดอน” สองพิธีกรของเหล่าแดร็กตัวแม่จากรายการ Drag Race Thailand เรียลิตี้โชว์สุดเริ่ดจากสหรัฐอเมริกา
“วิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย มหาวิทยาลัยศิลปากร พี่หนึ่ง-นาตาเลีย พี่ไจ๋ ซีร่า มาบรรยายเป็นอาจารย์พิเศษ สอนการแต่งกายในแบบแดร็กควีน ที่มาจากคำว่า Dressed Resembling A Girl กลุ่มคนที่กายเป็นชาย แต่มีความสามารถแต่งตัวแปลงร่างเป็นผู้หญิงได้สวยงาม ลุคและลีลาของเหล่าแดร็กเหนือกว่าการแต่งตัวเหมือนสาวประเภทสอง ต้องอลังการ เว่อร์วังเกินเบอร์หญิงเทียมไปอีกขั้นเลยครับ เป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก
พี่ไจ๋กำลังจะไปโชว์เทศกาลเกย์ไพรด์ที่ฮ่องกง จึงให้โจทย์นักศึกษาคิดชุดสื่อความเป็นไทยในรูปแบบแดร็ก ไม่เทอะทะ สามารถแต่งได้รวดเร็ว ในงบประมาณที่ไม่มาก ให้เวลา 1 อาทิตย์ ซึ่งมีผลงานเข้ามาประกวด 37 ผลงาน และผลงานของผมได้รับคัดเลือกให้ไปใส่โชว์ที่ฮ่องกง
โจทย์นี้ผมเริ่มตีความจากการสร้างตัวละครขึ้นมา 1 ตัว เหมือนกับพี่หนึ่งในชีวิตประจำวันเขาก็แต่งตัวเป็นผู้ชายลุคธรรมดาๆ แต่พอขึ้นเวทีประโคมแต่งเยอะๆ เพราะเขาคือซูเปอร์สตาร์ในกลุ่มชาวแดร็ก
ยักษ์คือคำตอบ ดึงฟอร์มมาจากเครื่องโขนแต่ไม่มีการปักดิ้นเครื่องทรงหนักๆ เพราะจะเป็นอุปสรรคในการเดินทางขนขึ้นเครื่องบิน ผมเล่นกับเทรนด์รีเฟลกซ์ ใช้วิธีการพรินต์ลงบนบอดี้สูท เป็นภาพการคล้องสังวาล และเครื่องประดับต่างๆ อีกจุดเด่นคือจริตกะเทยสูง (หัวเราะ) ต้องเผ็ดจนซี้ดปากสมฐานะแดร็กตัวแม่ รองเท้าแก้วก็จะสูงถึงเอว
ชุดนี้ได้ไปโชว์ความเป็นไทย ฉลองเทศกาลพาเหรดเกย์ในฮ่องกง เป็นรางวัลแรกที่ภูมิใจ ใครอยากดูคลิกรายการ Drag Race Thailand ไลน์ทีวีได้เลยครับ”
