คสช. 5 หน้า ชีชะตาการเมืองปี’61

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic/report/533166

  • วันที่ 01 ม.ค. 2561 เวลา 09:25 น.

คสช. 5 หน้า ชีชะตาการเมืองปี'61

โดย…เลอลักษณ์ จันทร์เทพ

แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดโรดแมปเลือกตั้งไว้ในปี 2561 แต่ทว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมาเริ่มมีความเคลื่อนไหวหลายอย่างที่ส่อเค้าว่าแผน การเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปตามที่คาด!?!

การเริ่มต้นปี 2561 จึงถือเป็นการออกสตาร์ทติดตามสถานการณ์ทางการเมืองจากนี้จะเป็นไปในทิศทางใด ทั้ง คสช.จะเดินตามโรดแมป หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะลงจากอำนาจหรือไม่ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองปี 2561 กับทีมข่าวโพสต์ทูเดย์อย่างน่าสนใจ

“ผมเคยวิเคราะห์ว่า ถ้าจะดูว่า คสช. อยากจะเป็นรัฐบาลต่อหลังเลือกตั้ง หรือไม่ ให้ดูว่าจะมีการเซตซีโร่สมาชิกพรรคการเมืองหรือเปล่า และตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าการดำเนินการนี้เป็นไปโดยผู้ออกคำสั่งไม่มีส่วนได้เสียก็พอทำเนา แต่ถ้ามีพรรคทหารขึ้นมาจริง หรือมีพรรคใหม่พรรคใดที่ประกาศสนับสนุนให้ คสช.เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหลังเลือกตั้ง มันจะกลายเป็นว่า คสช. เซตซีโร่พรรคการเมืองเพื่อรวบรวม สส.เก่าเข้าพรรคตัวเอง จึงไม่ใช่เรื่องดีเลยทั้งต่อประเทศ และต่อ คสช.เอง ซึ่งตอนนี้อยู่ในภาวะขาลงแล้ว” อาจารย์ปริญญา กล่าว หลังจาก พล.อ. ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 กำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกพรรคนั้นต่อไป จะต้องต่ออายุโดยทำเป็นหนังสือพร้อมด้วยหลักฐานเอกสารต่างๆ

อาจารย์ปริญญา ชี้ว่า นี่คือการรีเซต สส.เก่า ให้ไปอยู่พรรคใหม่ได้โดยไม่ต้องลาออกนั่นเอง และผลที่ตามมาคืออะไร โดยปกติแล้ว สส.ก็อยากจะอยู่พรรคที่จะได้เป็นรัฐบาลกันทั้งนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ สส.เก่าที่เห็นว่า คสช.จะได้เป็นรัฐบาล ก็จะไปเข้าพรรคใหม่ หรือพรรคเก่า ที่ประกาศสนับสนุน คสช. ส่วน สส. เก่าที่ไม่ต้องการให้ คสช.เป็นรัฐบาลต่อ ก็จะไปอยู่อีกข้างหนึ่ง

“นี่คือการแบ่งข้างครั้งใหม่ครับ ไม่ใช่ เสื้อเหลืองกับเสื้อแดง ไม่ใช่ เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์อีกแล้ว แต่มันคือฝ่ายทหารหรือฝ่ายที่เชียร์ทหาร กับฝ่าย ที่ไม่เชียร์ทหาร นั่นหมายถึงว่า คสช.จากคนกลางที่เข้ามายึดอำนาจการปกครองบ้านเมืองเพื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จะกลายเป็น คู่ขัดแย้งเองแล้ว โดย คสช.หรือทหาร อยู่ข้างหนึ่ง แล้วฝ่ายที่ไม่เอา คสช.หรือไม่ต้องการให้ทหารมีอำนาจต่อหลังเลือกตั้งอยู่อีกข้างหนึ่ง”

“ครั้งที่แล้วที่ประเทศไทยอยู่ในสภาพนี้เกิดเมื่อไหร่ละครับ ปี 2535 ไงครับ ผมหวังว่าผมจะวิเคราะห์ผิด และ คสช.จะไม่ได้เซตซีโร่เพื่อให้ตนเองได้สืบทอดอำนาจต่อ เพราะถ้าเป็นอย่างที่ว่า ผมคิดว่าสถานการณ์จะยุ่งยากขึ้นและจะเกิดเรื่องที่แย่กว่านี้ตามมาแน่”

จากความเคลื่อนไหวการเมืองที่เริ่มยุ่งยากซับซ้อน อาจารย์ปริญญา ได้วิเคราะห์ทิศทางเกมการเมืองไทยที่จะเกิดขึ้นในปี 2561 ได้อย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ คสช.มี 5 ทาง หรือเรียกว่า คสช.มีไพ่ในมือที่เลือกเล่นได้ 5 หน้า

ไพ่หน้าที่ 1  คือ คสช.จะเป็นรัฐบาลและเป็นนายกฯ ต่อหลังเลือกตั้ง โดยมีทางเลือกสองทางคือ หนึ่ง มาในรอบแรกเลย คือให้พรรคของตนเองหรือพรรคที่สนับสนุนเสนอชื่อในตอนเลือกตั้งเลย แต่จะเล่นหน้านี้จะต้องมีเสียง สส.อย่างน้อยครึ่งหนึ่งคือ 250 เสียง เพื่อให้มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ด้วย แต่ที่ผ่านมาพรรคใหญ่สองพรรค คือ พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ มีเสียงรวมเกิน 250 เสียง ดังนั้นพรรคใหม่จะมีเสียงเกิน 250 ได้ พรรคเก่าก็ต้องแตก ซึ่งก็คือ “เซตซีโร่” ในขณะนี้ ใช่หรือไม่

หรือสอง รอเข้ามารอบ 2 ซึ่งจะเป็นนายกฯ คนนอกในรอบ 2 ได้ต่อเมื่อการเลือกนายกฯ รอบแรกไม่สำเร็จ สส.และ สว.รวมกันเท่ากับ 750 เสียง เลือก นายกฯ ต้องใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งก็คือ 375 เสียง แต่อย่าลืมว่า สส. มี 500 คน หมายความว่าถ้าพรรคใหญ่รวมกันได้ก็ไม่มีรอบ 2 แต่คำถามคือ พรรคใหญ่สองพรรคจะรวมกันได้หรือ

“แต่สังเกตไหมครับว่า คสช.ยิ่งอยู่นานพรรคใหญ่ยิ่งพูดตรงกันมากขึ้น พรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทย ก็ประกาศไม่เชียร์ทหาร ดังนั้นจึงต้องรีเซต สส.เก่า ใช่หรือไม่” ปริญญาตั้งคำถามว่า การปรับ ครม.ล่าสุด ที่ให้เอา วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ พรรคชาติไทยพัฒนา เข้ามาเป็นรัฐมนตรี แสดงให้เห็นถึงอะไรในอนาคตหรือไม่ และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ซึ่งมี หน้าที่และงบประมาณในการดูแลประชาชนเรื่องสวัสดิการต่างๆ แต่ก่อนให้ตำรวจดู แต่ตอนนี้ทหารมาดูเอง หมายความว่าอะไร คสช.กำลังเตรียมการบางอย่างเพื่อที่จะเล่นไพ่หน้านี้หรือไม่”

อาจารย์ปริญญา กล่าวต่อว่า “ผมไม่ได้สรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็น นายกฯ ต่อแน่ ตอนนี้เหมือนการเล่นไพ่ ไพ่ใบนี้อยู่บนมือ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ส่วนจะเล่นหรือไม่ก็จะดูอีกที จากที่ฟังการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ ล่าสุดก็คล้ายจะปฏิเสธเรื่องพรรคทหาร เพราะจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาพรรคทหารเจ๊งทุกพรรค แต่การเป็นนายกฯ คนนอกเข้ามาในรอบ 2 พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ปฏิเสธนะครับ”

ไพ่หน้าที่ 2  คือ คสช.ไม่เป็น รัฐบาลต่อ แต่จะเป็นผู้กำหนดว่าจะให้พรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล โดยธรรมชาติ 2 พรรคใหญ่จะแข่งกัน แต่ 2 พรรคนี้แข่งกันตั้งรัฐบาลที่มีเสียงถึง 376 เสียงไม่ได้ แม้แต่พรรคเพื่อไทยและพรรคที่เหลือทั้งหมดรวมกันยังไงก็ไม่ถึง 376 เสียง “ดังนั้น คสช.โดยใช้เสียง สว.จะกำหนดว่าประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาล หรือหนักกว่านั้นคือตั้งรัฐบาลให้ โดยอาจจะขอ กระทรวงบางกระทรวงที่เป็นความมั่นคงหรือกระทรวงสำคัญ”

ไพ่หน้าที่ 3  คือ “เมื่อยังไม่แน่ใจ ไม่พร้อม ก็อยู่ไปเรื่อยๆ ด้วยมาตรา 44 ถ้าจะเล่นหน้านี้ ก็ต้องทำให้การเลือกตั้งขยับออกไป โดยให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เหลือตกไป หรือหนักกว่านั้นคือแก้รัฐธรรมนูญเลย”

สำหรับไพ่หน้าที่ 4  จะเกิดเมื่อ คสช.จะเล่นไพ่หน้าแรก ไพ่หน้านี้คือ พรรคใหญ่ 2 พรรค คือประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยรวมกัน โดยอาจเพิ่มภูมิใจไทยอีกพรรคหนึ่งเพื่อให้ถึง 376 เสียง “เรื่องนี้มีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ดูความเปลี่ยนแปลงของสองพรรคใหญ่ หากเพื่อไทยใช้โอกาสนี้ในการปฏิรูปตัวเองให้เป็นพรรคการเมืองที่แท้จริง ไม่ใช่กิจการของทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว โอกาสที่สองพรรคนี้จะรวมกันได้ก็จะมีมากขึ้น”

ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ก็จะต้องมีการปรับตัวด้วย เพราะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีจุดอ่อนบางอย่างที่มวลชนอีกฝั่งไม่ยอมรับ และเนื่องจากเลือกตั้ง 4 ครั้งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถชนะพรรคเพื่อไทยได้เลย “ผมคาดว่าเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์ด้วย และ คสช.ยิ่งอยู่นาน เรายิ่งมีโอกาสเห็นรัฐบาลแบบ Grand Coalition  หรือสองพรรคใหญ่ตั้งรัฐบาลร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องเกิดบ่อยๆ ในยุโรป”

แต่สำหรับสิ่งที่ดีสุดของประเทศไทย อาจารย์ปริญญา ระบุว่า คือ ไพ่หน้าที่ 5 คือ คสช.เมื่อเลือก สว.เสร็จแล้ว ก็ปล่อย สว.ให้ฟรีโหวต คือไม่ยุ่งอะไรกับการตั้งรัฐบาล “สว.ที่ คสช.เลือกไว้ 250 คน จะเลือกใครเป็นนายกฯ ก็ปล่อยให้เขาคิดเอง ถ้า คสช.ไม่ปล่อย สว.ในการลงมติอะไรต่างๆ จะเกิดปัญหาความ ขัดแย้งระหว่างสองสภา”

อาจารย์ปริญญา ชี้ว่า ในช่วง 5 ปีแรก บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ครม.มีหน้าที่ต้องรายงานต่อรัฐสภาทุก 3 เดือน ว่าได้ปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศของ คสช.หรือไม่ หากสภาใดสภาหนึ่งเห็นว่า ครม.ไม่ทำตามแผนยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้ สามารถลงมติเสนอเรื่องต่อ ป.ป.ช.ได้ “ถามว่าสภาไหนจะส่ง ป.ป.ช.ละครับ สภาผู้แทนไม่ส่งอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ที่จะส่งก็คือวุฒิสภา และนี่คือกลไกในการคุมรัฐบาลที่วางเอาไว้ และถ้า คสช.จะใช้ สว.ในการคุมรัฐบาลอย่างที่ว่านี้ การเมืองระยะเปลี่ยนผ่านที่ไม่ราบรื่น จะเกิดความขัดแย้ง และความตึงเครียดแน่”

อาจารย์ปริญญา ชี้ว่า ทางเลือกที่ 5 เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด คสช.เลือกคนที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดที่จะเป็น สว.แล้วปล่อยให้ทำหน้าที่เลือกนายกฯ แบบฟรีโหวต หรือจะผ่านกฎหมายฉบับใดหรือไม่ก็ให้เขาคิดเอง ถ้าเป็นเช่นนี้งานของรัฐบาลก็จะเป็นการร่วมงานกับ สว. หรือหาทางให้ สว.สนับสนุนรัฐบาล ไม่ใช่ไปทะเลาะกับ สว. แต่ถ้า คสช.มีบทบาทไปสั่ง สว.ให้ยกมือในเรื่องนั้นเรื่องนี้ จะเกิดความขัดแย้งกันแน่ ถ้าปล่อยฟรีโหวต จะเกิดการเมืองแบบประนีประนอม ซึ่งดีต่อการเปลี่ยนผ่านของการเมืองไทยในช่วง 5 ปีแรก

อาจารย์ปริญญา กล่าวต่อว่า ปีหน้าที่จะมีการเลือกตั้ง สส. ก็จะมีการแต่งตั้ง สว. ลำพังในประเด็นว่า คสช.ใช้เกณฑ์อะไรในการเลือก สว. ก็ต้องตอบคำถามสังคมอยู่พอสมควรแล้ว “ผมว่า คสช.ต้องเลือก สว.ในแบบเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อย่าไปคิดเรื่องอำนาจที่ คสช.จะเกี่ยวข้องด้วยหลังจากนั้นไป แล้วก็ปล่อยให้ สว.เป็นอิสระในการโหวตในเรื่องต่างๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ได้ ประเทศไทยก็กลับสู่ประชาธิปไตยได้โดยไม่เกิดเรื่องร้ายๆ อีก “กลับสู่ประชาธิปไตย โดยไม่ล้มเหลวอีก” อาจารย์ปริญญา กล่าวทิ้งท้าย

ประชาชนกำหนดประชาธิปไตย

“ผมหวังว่ากรอบเวลาเลือกตั้งจะไม่เลื่อนออกไป แต่ถ้าเลื่อนจะเห็นข้อเสียมากกว่าข้อดี อย่าลืมว่าการที่ คสช.สามารถอยู่ได้นานที่สุดเมื่อเทียบกับคณะปฏิวัติทุกคณะหลัง 14 ต.ค. 2516 เป็นต้นมา เพราะเราแตกแยกกัน ถ้าคนไทยไม่แตกแยกกัน คสช.เขาไม่มีทางอยู่ได้นานขนาดนี้ ดังนั้นคำถามว่า คสช.จะเล่นหน้าไหนไพ่ต่างๆ 5 หน้า หรือทำให้ คสช.ต้องเล่นหน้าที่ 5 นั้นก็ยังมีโอกาส”

“การเมืองก็เหมือนเล่นไพ่ คสช.จะเล่นไพ่หน้าไหนอยู่ที่ผู้เล่นคนอื่น ผู้เล่นคนอื่นก็ไม่ได้มีแค่พรรคการเมือง แต่มีประชาชนด้วย ซึ่งเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุด ถ้าประชาชนบอกว่าเราอยาก

กลับสู่การปกครองตนเองของประชาชนแล้ว คสช.คงขัดไม่ได้ อย่าลืมว่าประชาธิปไตยไม่ใช่การปกครองของนักการเมือง ประชาธิปไตยคือการปกครองกันเองของประชาชนเจ้าของประเทศ ที่ผ่านมามันล้มเหลว เราก็ต้องแก้ไขกันไป ไม่ใช่หันไปหาระบอบอื่น”

ประชาธิปไตยของประเทศไทยก่อนยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557 เราอยู่ที่อันดับที่ 63 ของโลก คะแนนเราอยู่ที่ปานกลาง ถ้าให้เกรดคือ เกรดซี ยังไม่ดี แต่ก็ไม่ถึงกับแย่และไม่สอบตกนะครับ  แต่ปัจจุบันไทยเราไม่มีลำดับเลย เพราะเราไม่มีสิ่งใดให้เขามาวัดว่าไทยเป็นประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญแล้วก็ยังใช้มาตรา 44 จากที่เคยได้เกรดซี ตอนนี้เรากลายเป็นพวกเดียวกับเกาหลีเหนือไปแล้ว

“เมื่อเราเรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ขณะนี้ก็ปฏิรูปกันมาพอสมควรแล้ว ที่เหลือคือ คนไทยต้องปฏิรูปกันเองแล้ว เราเห็นต่างกันได้ ขัดแย้งกันได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของกติกา ไม่เช่นนั้นทหารจะออกมา ต่อให้กลับสู่ประชาธิปไตยเขาก็จะกลับมาอีก

“ผมคิดว่าปี 2561 ที่จะกลับสู่ประชาธิปไตยเราต้องเรียนรู้บทเรียนที่ผ่านมา ทั้งประชาชน นักการเมือง และทหารด้วย เราจะกลับสู่ประชาธิปไตยได้โดยไม่ต้องวนกลับมาแบบนี้อีก นักการเมืองต้องถามตนเองว่า ทำไมคนถึงกลัวการเลือกตั้ง ทำไมการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งถึงแพ้การเมืองที่มาจากการปฏิวัติ นักการเมืองและพรรคการเมืองต้องเรียกศรัทธาคืนมาให้ได้ พรรคการเมืองต้องใช้โอกาสนี้ปฏิรูปตัวเอง ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมาอีก หากทุกฝ่ายช่วยกันปฏิรูปประเทศโดยเริ่มที่ตัวเอง ผมเชื่อว่าเราจะกลับสู่ประชาธิปไตย โดยไม่ล้มเหลวอีก” อาจารย์ปริญญา กล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment