ถอดบทเรียนป่าทุ่งใหญ่ งานอนุรักษ์ธรรมชาติชนะการไล่ล่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic/report/540229

  • วันที่ 14 ก.พ. 2561 เวลา 06:33 น.

ถอดบทเรียนป่าทุ่งใหญ่ งานอนุรักษ์ธรรมชาติชนะการไล่ล่า

โดย…ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

วงเสวนา เรื่อง “จาก 16 ถึง 61 คลี่ม่าน เกมล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ เกมชีวิตอภิสิทธิ์ชน”ที่จัดขึ้นโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เป็นอีกเวทีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.พ. เพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับเกมการล่าสัตว์ในป่าผืนใหญ่ของเมืองไทย และสะท้อนให้เห็นภาพความสนุกสนานที่เกิดจากการล่า อันต้องแลกมาด้วยชีวิตของสัตว์ป่า

ไฮไลต์สำคัญพุ่งไปที่ ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่เปิดฉากว่า กรณีของเปรมชัยที่เข้าป่าเพียงวันเดียวแล้วยิงเสือดำได้ ถือเป็นข้อบ่งบอกชัดเจนว่าผืนป่ามีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก เรียกว่าป่าทุ่งใหญ่เป็นป่าที่เจ๋งก็คงไม่ผิด

“ผมจึงไม่เชื่อว่าเป็นเสือดำตัวสุดท้ายอย่างที่เขาว่ากัน เขาอาจจะคาดเดา เพราะเปรมชัยเข้าไปวันเดียวแล้วยิงได้ก็บอกได้ว่ามีเสือพอสมควร” ศศิน เล่าถึงกรณีจำนวนเสือดำ

กระนั้น สิ่งที่น่าสนใจในความเห็นของศศิน คือความกล้าที่จะกระทำผิดของเปรมชัย ไม่อายที่จะขออนุญาตเข้าไปกระทำความผิดในผืนป่า ขณะเดียวกันคนประสานที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็กล้าที่จะขออธิบดีกรมอุทยานฯ เพื่อให้เปรมชัยเข้าป่า และบ่งบอกได้ถึงพฤติกรรมของเปรมชัยที่ไม่มีความเกรงใจ กล้าที่จะเข้าไปทำลายระบบนิเวศที่เป็นสมบัติของชาติ

“ทุกวันนี้ป่าไม้ สัตว์ป่ามันมีความเข้มแข็งด้วยตัวของมันเอง ส่วนหนึ่งก็เพราะคนทำงานอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ที่แข็งขันและทำงานอย่างเต็มที่ ป่ามันจึงสมบูรณ์ คนที่เข้าไปยิงสัตว์เล่นบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีคนจำนวนมากหวงแหน คนแบบนี้ก็คือคนไม่ปกติ เป็นคนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ผมขอด่าหน่อยละกัน”ศศิน ย้ำ

อย่างไรก็ตาม จากการกระทำของเปรมชัยที่วันนี้ตกเป็นผู้ต้องหา ศศินมองว่า คงเป็นการล่าจริงๆ และถึงแม้จะสูญเสียเสือดำไป แต่งานอนุรักษ์ก็ได้รับชัยชนะด้วยเช่นกัน เพราะตลอดระยะเวลาต่อสู้กว่า 45 ปี ทุกวันนี้คนทั้งประเทศไม่มีใครปฏิเสธงานอนุรักษ์ป่าไม้สัตว์ป่า เพราะกระแสสังคมไม่ยอมรับพฤติกรรมแบบเปรมชัยอีกต่อไป

“อีกอย่าง เราไม่จำเป็นต้องมาพูดถึงการเพิ่มโทษ เพราะทุกวันนี้กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมดีอยู่แล้ว และทำหน้าที่อย่างดีตลอดกระบวนการ แต่คนรวยที่เข้าไปล่าสัตว์เมื่อถูกจับเขาไม่ได้มาสนใจว่าโทษจะสูงแค่ไหน เขาสนแค่ว่าเคลียร์ได้หรือเปล่า”

กระนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือทำอย่างไรให้มีการจัดการเชิงคุณภาพของบุคลากรเพื่อร่วมพัฒนาผืนป่า รวมถึงสร้างคนอย่าง วิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันออก ที่เป็นคนนำเข้าจับเปรมชัยให้มากขึ้นไปอีก แม้มันจะยากในการสร้างคนขึ้นมาพิทักษ์ผืนป่า แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ

ด้าน เอ็ดวิน วีค เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า ฉายภาพจำนวนเสือดำจากสถิติและการประมาณการว่า ปัจจุบันเสือดาวที่เป็นพันธุ์เดียวกับเสือดำนั้นมีอยู่ในประเทศไทยและมาเลเซียราว 900 ตัว และจำนวนนี้พบว่า มีอยู่ 11% ที่เป็นเสือดำ สรุปได้ว่าในประเทศไทยอาจจะมีเสือดำอยู่ราว 200 ตัว

เสือดาวและเสือดำถูกหมายหัวจากนักล่าเพราะราคาค่าตัวที่นำไป ขายกันในตลาดมืด โดยเฉพาะที่ประเทศจีนจะมีราคาถึงตัวละ 1-2 แสนบาท เพราะหายาก และกว่าจะขยายพันธุ์ได้ก็ยากเช่นกัน ดังนั้นราคาก็เลย สูงตาม

เอ็ดวิน บอกอีกว่า สำหรับกฎหมายการกระทำความผิดเกี่ยวกับการล่าสัตว์ ครอบครอง หรือลักลอบซื้อขายนั้น กฎหมายใหม่ที่อยู่ระหว่างพิจารณาถือว่าดีอย่างมาก โดยเฉพาะการเพิ่มโทษให้จำคุกอย่างน้อย 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา และปรับสูงสุดที่หลักล้านบาท ไม่ใช่แต่เดิมที่จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท

อีกหนึ่งความเห็นจาก สมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ บอกเล่าว่า ต้องนำเหตุการณ์ของ เปรมชัยมาถอดบทเรียน โดยเฉพาะการขออนุญาตเข้าพื้นที่ป่า ซึ่งจากนี้จะต้องนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าพื้นที่ใดควรเข้าไปได้ หรือควรจำกัดพื้นที่ให้เข้า แต่ข้อบกพร่องต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องจากเหตุการณ์นี้ กรมอุทยานฯ ก็ต้องยอมรับผิดด้วยเช่นกัน

“ตั้งแต่มีคดีวันที่ 5 ก.พ. คำถามที่ตามมาคือใครอนุญาต เจ้าหน้าที่บกพร่องหรือไม่ คนจับกลับกลายเป็นประเด็นมากกว่าผู้ต้องหา ผมว่าเรื่องเหล่านี้มีกลไกการทำงานอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือการบังคับใช้กฎหมายต่างหาก การขออนุญาตเข้าก็เป็นปกติ แต่อย่างที่บอกเอาไว้ว่าต้องได้รับบทเรียนจากตรงนี้ เราต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนหากจะอนุญาต” สมโภชน์ สะท้อนความเห็น

ท้ายสุดจาก รตยา จันทรเทียรตัวแทนนักอนุรักษ์อาวุโส รำลึกเหตุการณ์สำคัญในห้วงเวลา 45 ปี ว่า จากเหตุการณ์ล่าสัตว์ในปี 2516 ที่นำไปสู่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลา แต่จวบจนถึงวันนี้ สถานการณ์ของผืนป่าก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง เพราะจากจุดที่เปรมชัยเข้าไปฆ่าเสือดำก็อยู่ไม่ห่างจากจุดที่อดีตเคยล่ากัน ซึ่งมีระยะห่างกันแค่เพียง 30 กิโลเมตรเท่านั้น

“สิ่งที่อยากฝากเอาไว้คือประเด็นการเปิดพื้นที่เช่าพื้นที่ป่าให้กับเอกชน ที่มีมาตั้งแต่ปี 2500 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หากรัฐบาลจะเห็นใจและรักษ์สิ่งแวดล้อมก็ควรจะบังคับและอย่าให้มีใครเข้ามาขออนุญาตเช่าพื้นที่ป่าอีกเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นป่าจะหมด สัตว์ป่าก็ไม่เหลือ เพราะเป็นทรัพยากรของชาติ หากเปิดให้เช่าก็เป็นจุดอ่อนต่อสิ่งแวดล้อมทันที ปัญหานี้มีมาตลอด 45 ปี และก็ยังไม่เคยจากไปไหน” รตยา ให้ความเห็น

Leave a comment