ขับไปเที่ยวไป ในโอกินาวา (8)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/travel/575432

  • วันที่ 30 ธ.ค. 2561 เวลา 12:47 น.

ขับไปเที่ยวไป ในโอกินาวา (8)

จากท่าเรือ Azama ในเมือง Nanjo ซึ่งอยู่ลงไปทางตอนใต้ของตัวเมืองนาฮะ เราขับรถเลยจากตัวเมืองนาฮะขึ้นมาทางเหนือ เพื่อมายังเมือง Urasoe เมืองที่เป็นหนึ่งในย่านที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ ท้องฟ้าที่โอกินาวาเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย เดี๋ยวอากาศแจ่มใส เดี๋ยวก็ฝน ระหว่างทางเจอกับฝนรำคาญตกเป็นระยะๆ ก็ช่วยไม่ได้นอกจากทำใจ หวังว่าฟ้าฝนคงไม่เป็นอุปสรรคมาทำลายบรรยากาศการเดินเล่นที่จุดหมายต่อไปของเรา “ย่านฮิปสเตอร์” ที่แฝงตัวอยู่ในเมือง Urasoe

แต่ก่อน “Minatogawa Stateside Town” เคยเป็นย่านที่พักอาศัยของทหารอเมริกัน เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ดินได้ถูกเวนคืนและให้ประชาชนทั่วไปเป็นเจ้าของ ปัจจุบันเป็นทั้งที่อยู่อาศัย สำนักงาน และแหล่งรวมคาเฟ่ ร้านขนม ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกพวกงานคราฟต์ เรียกได้ว่าเป็นย่านฮิปสเตอร์ และเป็นสวรรค์ของคนรักคาเฟ่ก็ว่าได้ เพราะด้วยการตกแต่งร้านที่มีสไตล์ ทำให้ Minatogawa เป็นย่านที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยววัยรุ่น หรือแม้แต่คนโอกินาวาเองก็ด้วยเช่นกัน บอกเลยว่าถ้าใครกำลังหาสถานที่ชิกๆ คูลๆ ถ่ายรูปสวยๆ ปักหมุดที่นี้ไว้ในแพลนของคุณได้เลย!

เราตั้งพิกัดไปที่จอดรถใกล้ๆ Minatogawa เนื่องจากย่านนี้ถนนค่อนข้างแคบและที่จอดรถน้อยมาก จึงแนะนำให้จอดรถที่อื่นแล้วค่อยเดินมาเที่ยวดีกว่า พอเดินเข้ามาจะพบว่าร้านตั้งเรียงบนถนนซอยเล็กๆ แต่ละซอยมีชื่อเรียกตามรัฐของอเมริกา คือ Oregon, Arizona, Michigan, Kansas, Virginia, Nevada, Florida, Indiana, Texas และ Georgia เราใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็สามารถเดินครบทั่วทุกซอย อาคารส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมสีขาว หน้าตาคล้ายกันหมด บ้างก็ทาสีประตู หน้าต่าง เป็นสีฟ้า สีเหลือง สีส้ม สีเขียว ตกแต่งบ่งบอกสไตล์ของร้าน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูรวมๆ แล้วน่ารักไปหมดเสียทุกร้าน ยิ่งถ้าแสงดี ท้องฟ้าเปิด แต่งตัวชิกๆ หน่อย รับรองว่าได้รูปไปลงโซเชียลแบบคูลๆ แน่นอน เพื่อนๆ จะต้องถามว่า โอกินาวามีที่แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?

วันนี้บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา หลายร้านปิดบริการ มีเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดอยู่ แต่ก็พอมีนักท่องเที่ยวบ้าง เดินเล่นถ่ายรูปกันเต็มที่ จนได้เวลาอาหารว่างยามบ่าย ตั้งใจจะไปลิ้มรสความอร่อยของสโคนอันเลื่องชื่อที่ร้าน Ippe Coppe ดูสักชิ้น แต่ก็ต้องเดินคอตกออกมา เพราะทั้งสโคนและขนมปังไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ไม่เป็นไร ยังมีร้าน oHacorte ร้านบรรยากาศน่ารักอบอุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องทาร์ตผลไม้หน้าต่างๆ โดยคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาล ทำให้ได้รสชาติสดใหม่และเลิศรสจากวัตถุดิบ ฉะนั้นในแต่ละฤดูเมนูก็จะแตกต่างกันไป เวลาบ่ายคล้อยที่น่าง่วงนอน ได้ทาร์ตผลไม้รวมและทาร์ตส้ม พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ ก็ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมา และก่อนกลับอย่าลืมซื้อ Hirami lemon Cake ของเด็ดประจำร้านติดมือมาด้วยนะ

นอกจากร้านขนมและคาเฟ่แล้ว ร้านอาหารก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มีให้เลือกทั้งร้านพิซซ่า อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารฝรั่งเศส อาหารท้องถิ่นอาหารฟิวชั่น รวมถึงร้านอาหารไทย และถ้าหากอิ่มหนำพุงกางกับอาหารและขนมแล้ว สามารถเดินย่อยเลือกดูสินค้างานคราฟต์จากศิลปินโอกินาวาได้อีกด้วย เช่น เสื้อผ้าแบบดั้งเดิมสไตล์โอกินาวา งานเซรามิก เครื่องประดับ งานสาน หรือสินค้าสไตล์ Vintage จากอเมริกาก็มี สำหรับใครที่กำลังหาซื้อของฝากที่ดูดีมีสไตล์ บ่งบอกความเป็นโอกินาวา มาซื้อที่นี่ได้

หลังจากได้ขนมรองท้องเป็นที่เรียบร้อย น้ำย่อยก็เริ่มทำงานจริงจัง เราจึงตัดสินใจกลับไปที่หมู่บ้านอเมริกันอีกครั้ง เพื่อไปกินร้านซูชิที่พลาดไปเมื่อวันก่อนโดยเฉพาะ คราวนี้คิวเยอะแค่ไหน ต้องรอนานแค่ไหนก็ไม่หวั่น พร้อมสู้! เวลาห้าโมงโดยประมาณ เราก็มาถึงร้านซูชิ Gourmet Sushi-Go-Round Ichiba Mihama ซึ่งตั้งอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านอเมริกัน ดีจังที่วันนี้คิวไม่เยอะ ที่จอดรถหน้าร้านก็มี บรรยากาศในร้านไม่วุ่นวายเท่าตอนดึกของคืนวันก่อน ภายในร้านจะมีสายพานอยู่ตรงกลางร้าน สามารถมองเห็นการทำอาหารของเชฟได้ มีที่นั่งแบ่งออกเป็นโซนรอบสายพาน และโซนโต๊ะนั่งสำหรับครอบครัวใหญ่ รอคิวไม่นานก็ได้ที่นั่งในโซนรอบสายพาน แต่ละที่นั่งจะมีหน้าจอสามารถจิ้มสั่งอาหารได้เลย หรือจะเลือกหยิบจานบนสายพานก็ได้ ดูสิ! แต่ละจานที่วิ่งมาน่ากินทั้งนั้นเลย มีทั้งซูชิ ของว่าง อย่างพวกของทอด ของหวานผลไม้ แต่คิดว่าถ้าเป็นซูชิสั่งใหม่ก็น่าจะสดกว่า และบางเมนูก็มีให้สั่งจากจอเท่านั้น มาแล้ว!! เนื้อปลาแผ่นใหญ่มากเต็มๆ คำ ปลาสดใช้ได้เลยนะ อร่อย ไม่แพงด้วย ราคาจะขึ้นอยู่กับสีของจาน กินได้ไม่กี่จานก็แน่นท้องแล้ว เลยปิดท้ายด้วยสับปะรดโอกินาวา อีกหนึ่งของขึ้นชื่อที่ต้องโดน ถ้าใครชอบสับปะรดฉ่ำๆ ต้องชอบสับปะรดโอกินาวาแน่ บอกเลยอร่อยมาก กินแล้วสดชื่น ปิดมื้ออาหารนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่เรามาตั้งแต่ฟ้าสว่างจนตอนนี้เริ่มโพล้เพล้แล้ว ยิ่งเย็นคิวก็เริ่มเยอะ ทะลุออกไปถึงข้างนอกร้านเลย ไหนๆ ก็มาแล้วขอเดินเล่นที่หมู่บ้านอเมริกันอีกครั้ง ไปหาของหวานล้างปากตบท้ายกันซะหน่อย ไอศกรีม Blue Seal เป็นไง? ไปลองกันเลยดีกว่า

บูรูซี รุ คิมิ โนะ ฮปเปน เพลงแนว J-pop ทำนองติดหู เป็นเพลงโปรโมทไอศกรีม Blue Seal ที่เราเจอบน Youtube โดยบังเอิญตอนหาข้อมูลเกี่ยวกับโอกินาวา มิวสิควิดีโอโปรโมทสถานที่เที่ยว อาหาร ของดีโอกินาวา โดยมีไอดอลสาวน้อยโอกินาวาหน้าตาน่ารักสดใสร้องและเต้น เล่าเรื่องราวของโอกินาวาผ่านบทเพลงอย่างมีเอกลักษณ์ นับว่าเป็นการโปรโมทที่ลงทุนใส่ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ เพราะหลายเพลงผสมผสานเสียงดนตรีพื้นเมือง ทั้งท่าเต้นที่สื่อความหมาย รวมถึงการออกแบบเสื้อผ้าที่อิงกับสิ่งที่จะโปรโมท ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คิดเยอะเสมอ ทำอะไรทั้งทีถ้าไม่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คงไม่ใช่ญี่ปุ่น

“Born in America, Raised in Okinawa.” จากบริษัทนมโฟร์โมสต์ แบรนด์นมสัญชาติอเมริกัน กลายมาเป็น Blue Seal แบรนด์ไอศกรีมท้องถิ่นที่โด่งดังของโอกินาวา นมโฟร์โมสต์ได้มาตั้งโรงงานที่ฐานทัพอเมริกันตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยให้บริการผลิตภัณฑ์นมกับทหารอเมริกันโดยเฉพาะ ต่อมาได้ขยายกิจการ สร้างร้านไอศกรีม ได้เปลี่ยนชื่อจนเป็น Blue Seal ที่ไม่ว่าใครในโอกินาวาก็ต้องรู้จัก ร้าน Blue Seal ที่หมู่บ้านอเมริกันเป็นสาขาที่สอง ส่วนสาขาแรกอยู่ที่เมือง Urasoe ไอศกรีมมีรสชาติให้เลือกเยอะมาก จะกินแบบโคน ถ้วย หรือจะเลือกเป็นโฟลตก็มี เราลองรสชาติท้องถิ่น อย่าง Sugar Cane อร่อยเลยแหละ แต่เสียดายละลายเร็วไปหน่อย พื้นถนนเลยได้กินไปด้วย

กินครบทั้งคาวและหวาน ถึงเวลาของการช็อปปิ้ง ขับรถมาที่ถนน Kokusai Dori ในตัวเมืองนะฮะ รอบๆ มีที่จอดรถแบบเสียเงินอยู่หลายจุด สำหรับที่จอดรถครั้งนี้เป็นแบบที่เราต้องเอารถเข้าไปจอดก่อน จากนั้นไปเลือกหมายเลขซองจอดรถตรงตู้หยอดเหรียญ ตัวเหล็กที่ล็อกล้อก็จะเด้งขึ้นมา พอจ่ายเงินเรียบร้อยตัวล็อกก็จะเด้งลง และต้องรีบออกด้วยนะ เพราะเหมือนมีเวลาแจ้งไว้ว่าต้องออกภายในเวลากี่นาที ไม่งั้นเหล็กจะเด้งขึ้นมา เรามาถึงก็เกือบ 3 ทุ่มแล้ว ร้านค้าเริ่มทยอยปิด จึงได้แค่เดินสำรวจนิดหน่อย เหลือแต่ร้านดองกี้ขนาดใหญ่ ที่สามารถช็อปปิ้งได้ทั้งคืน เพราะเขาเปิด 24 ชั่วโมง ช็อปปิ้งพอให้หายคันไม้คันมือ เหลือเงินเอาไว้วันพรุ่งนี้ ที่เราสามารถเดินเล่น Kokusai Dori ได้อีกวันอย่างไม่รีบร้อน

Leave a comment