“เจาะไอร้อง”นำร่องความปลอดภัย บทพิสูจน์”หยุดยิง”ที่ชายแดนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic/report/549593

  • วันที่ 30 เม.ย. 2561 เวลา 08:15 น.

"เจาะไอร้อง"นำร่องความปลอดภัย บทพิสูจน์"หยุดยิง"ที่ชายแดนใต้

เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมพอสมควรสำหรับการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพราะมีการกำหนดจุดพื้นที่ปลอดภัยออกมาเป็นพื้นที่แรก นั่นคือ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

************************

โดย…วาสนา นาน่วม

บนสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อรุดหน้าสำหรับการแก้ไขปัญหาในห้วงเวลาล่าสุด ก็ทำให้เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมพอสมควร เพราะมาถึงคราวที่กำหนดจุดพื้นที่ปลอดภัย หรือ Safety Zone ออกมาเป็นพื้นที่แรก นั่นคืออ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

เสียงยืนยันความคืบหน้าจากปาก พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยิ่งตอกย้ำถึงผลสำเร็จในการแสวงหาความสงบในพื้นที่ชายแดนใต้ เพราะนับตั้งแต่การประชุมร่วมระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยและกลุ่มมาราปัตตานี ซึ่งทำให้เห็นภาพพื้นที่ปลอดภัยที่ อ.เจาะไอร้อง เป็นพื้นที่นำร่องก่อนนำไปสู่การเจรจาประกาศเพิ่มเติมอีก 5 อำเภอในอนาคต

พล.อ.อักษรา บอกเล่าว่า พื้นที่ อ.เจาะไอร้อง เป็นพื้นที่ที่กลุ่มมาราปัตตานีเสนอขึ้นมาเอง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็ประกาศพื้นที่ดังกล่าวด้วยตัวเอง รวมถึง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ก็ลงพื้นที่ไปเตรียมความพร้อมด้วย

“จะเห็นได้ว่าไม่มีการเลื่อนประกาศพื้นที่อย่างที่เป็นข่าวออกไปก่อนหน้านี้ แต่ความคลาดเคลื่อนมาจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ที่บอกว่าประกาศพื้นที่ปลอดภัยก็ต้องมีการลงนาม ซึ่งมันเรื่องเก่า เพราะต้องไม่ลืมว่าเราคุยกับผู้เห็นต่าง ไม่ใช่ผู้เห็นด้วย การพูดคุยก็ไม่ต้องมีรูปแบบ และเมื่อคุยกันแล้ว ตกลงกันแล้วว่าเป็นเจาะไอร้องก็ยึดตามนั้น เพียงแต่ขณะนี้รอกลุ่มมาราปัตตานียืนยันอีกครั้งเท่านั้น” พล.อ.อักษรา ย้ำความชัดเจน

กระนั้นก็ตาม พล.อ.อักษรา เสริมอีกว่า ได้มีการพูดคุยกับ Datuk Seri Ahmad Zamzamin Hasyim ผู้อำนวยความสะดวกฝ่ายมาเลเซียการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และยืนยันว่าเห็นตรงกัน ขณะที่ความพร้อมของเราเองในการดูแลพื้นที่ก็พร้อมด้วย ทั้งในส่วนฝ่ายทหาร ประธานคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส รวมถึงประชาชนในพื้นที่ก็พร้อมจะร่วมดูแลด้วยเช่นกัน

คำถามสำคัญที่ตามมา คือเหตุใดต้องเลือก อ.เจาะไอร้อง คำตอบจาก พล.อ.อักษรา คือ เป็นพื้นที่ที่กลุ่มมาราปัตตานีเป็นผู้เลือกมาเอง รวมถึงพื้นที่อื่นๆ อีก 5 อำเภอด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่ยะลา 2 อำเภอ ปัตตานี 1 อำเภอ และนราธิวาส 2 อำเภอ เพียงแต่ช่วงแรกเป้าหมายคือ อ.เจาะไอร้อง อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่เลือกเพราะกลุ่มมาราปัตตานีเองก็มั่นใจว่าพื้นที่นี้เขาควบคุมได้ ขณะที่ไทยเองก็พร้อมอยู่แล้วเช่นกันในการดูแล

ทั้งนี้ รัฐบาลไทย ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ พร้อมที่จะดูแลให้เกิดความปลอดภัยทั้ง 37 อำเภอ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว แต่ฝ่ายมาราปัตตานีขออำเภอแรก คือ เจาะไอร้อง และการที่เราได้พื้นที่ปลอดภัยมา 1 อำเภอ ก็ถือว่าเป็นความคืบหน้าอย่างมาก

“อยากให้เข้าใจว่าที่เราพูดคุยกับผู้เห็นต่างนั้น บางครั้งการที่ไม่ได้ข้อสรุปใดๆ กลับมา หรือไม่มีความคืบหน้าก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเราไม่ได้คุยกับผู้เห็นด้วย อยากให้เข้าใจตรงนี้ ไม่ใช่ว่าเมื่อประกาศว่าพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง เป็นพื้นที่ปลอดภัย ก็ถูกนำเสนอว่าจะเป็นพื้นที่กระสุนตก เป็นเป้าหมายของกลุ่มโจรเข้ามาก่อเหตุ ผมถามว่าจะนำเสนอแบบนั้นไปทำไม เพราะความจริงเราพร้อมจะดูแล และพื้นที่นี้กลุ่มมาราปัตตานีเป็นผู้เลือกเอง เพราะเป็นพื้นที่ที่เขาสั่งการได้”

พล.อ.อักษรา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเป็นยุคของการก่อการร้าย ในยุคไซเบอร์ที่ไม่ได้มุ่งหวังในเรื่องการก่อเหตุ การใช้ความรุนแรง การใช้กำลัง แต่กำลังปรับเปลี่ยนเป็นการต่อสู้ทางความคิด การสร้างแนวร่วม ไม่มีการตั้ง “องค์กรลับ” ที่ชัดเจนเหมือนสมัยก่อน แต่เป็นการแพร่ความคิด เหมือนเป็นการแพร่เชื้อโรค

“รัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง ต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือ การแพร่ความคิด การสร้างแนวร่วมออนไลน์ เราต้องเข้มแข็งพอที่จะไม่อ่อนโอนไปตามข้อมูลข่าวสารที่โจรที่กลับใจที่มามอบตัว แล้วมาเล่าเรื่องราวต่างๆ จนเราคล้อยตามว่า ฝ่ายเขามีองค์กรอย่างไร ใครเป็นหัวหน้า ทั้งๆ ที่ความจริงอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่เราเอาข้อมูลจากพวกนี้ มาวาดภาพเอง คิดไปเอง” พล.อ.อักษรา กล่าว

พล.อ.อักษรา กล่าวว่า ขอให้เชื่อมั่นคณะพูดคุยที่มีหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง รวม 8 หน่วยมาทำงานด้วยกัน เรารู้ทุกความเคลื่อนไหว มีการตรวจสอบข่าว และยืนยันว่าเราคุยกับ “ตัวจริง” แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

“แต่สื่อชอบมาปรามาสว่าไม่ได้คุยกับตัวจริง แต่พอเราถามว่าเขาตัวจริงหรือเปล่า เขาตอบมาตลอดว่าจะสั่งระเบิดตลาดให้ดู จะได้รู้ว่าเขาตัวจริงหรือตัวปลอม ผมยอมรับว่ากดดันกับการทำงานตรงนี้ เพราะเกิดเหตุขึ้นมาก็จะถูกโยนความผิดว่าการพูดคุยไม่มีความคืบหน้า แต่ไม่เคยมองความจริงว่าพื้นที่เป็นอย่างไร มีความพร้อมในการรับมือหรือไม่ ผมว่าอย่าไปโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันคือ ทำให้ภาคใต้สงบสุข แต่ระหว่างทางนี้ก็ต้องมีอุปสรรค ก็ต้องช่วยกันแก้ไข” พล.อ.อักษรา กล่าว

Leave a comment