ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/politic/report/562517
- วันที่ 30 ส.ค. 2561 เวลา 06:36 น.

โดย…นิติพันธุ์ สุขอรุณ
สมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย จาก 11 องค์กร อาทิ แพทย์สภา สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทันตแพทยสภา และสภาวิศวกร มีมติร่วมกันในการแถลงเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อคัดค้านมาตรา 64, 65, 66 และมาตรา 48 แห่งร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. … เหตุผลเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและสวัสดิภาพของประชาชนไทย
ทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สะท้อนว่า มาตรา 64, 65 และ 66 ระบุว่า ห้ามไม่ให้สภาวิชาชีพมีอำนาจในการรับรองหรือกำหนดจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสภาวิชาชีพนั้นของสถาบันอุดมศึกษา และไม่ให้ออกข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์เพื่อจัดระเบียบประกอบอาชีพ ทำได้เพียงจัดประเมินความรู้และทักษะ ในการประกอบวิชาชีพนั้นแก่ผู้สำเร็จการศึกษาเพื่อประกอบอาชีพที่สภาวิชาชีพนั้นควบคุมอยู่ ซึ่งหมายถึงการสอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ
ทำให้เกิดผลกระทบคือ ไม่มีการประกันคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะวิชาชีพที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตได้ เนื่องจากการฝึกปฏิบัติของนักศึกษากับผู้ป่วยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการศึกษาในภาคปฏิบัติที่มีความจำเป็น และเมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันแล้ว จะไม่มีหลักประกันว่าสามารถสอบวัดความรู้ผ่านเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ ส่งผลให้คุณภาพมาตรฐานของผู้ประกอบวิชาชีพต่ำลง หรืออาจทำให้เกิดผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตแอบแฝงไปประกอบวิชาชีพอย่างผิดกฎหมายอยู่ตามสถานพยาบาล
สำหรับมาตรา 48 สถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่ในการให้บริการทางวิชาการและวิชาชีพ ให้การศึกษาแก่สังคมภายนอกสถาบันอุดมศึกษา โดยนำความรู้มาจัดฝึกอบรม ผลิตงานวิจัยและสร้างนวัตกรรม เพื่อพัฒนาสังคมและความรู้แก่ประเทศชาติ เรื่องนี้ทางสมาพันธ์วิชาชีพฯ ขอคัดค้านเนื่องจากหากสถาบันการศึกษาไปให้บริการหรือคำปรึกษางานทางวิชาชีพที่เข้าข่ายเป็นการทำสัญญารับจ้าง โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ถือเป็นการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายสภาวิชาชีพนั้นๆ โดยเฉพาะสภาสถาปนิก และสภาวิศวกร เพราะจะมีผลไปขัดแย้งกับบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ที่บัญญัติให้ผู้รับจ้างออกแบบ ควบคุมงานจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากสภาสถาปนิก สภาวิศวกร ก่อน
“การที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถือเป็นหลักมาตรฐานสากล ได้รับความเชื่อถือต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสร้างความน่าเชื่อถือต่อประเทศชาติด้วย ตัวอย่างเช่นในวงการแพทย์ได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ เกิดจากสภาวิชาชีพนั้นๆ ได้กำหนดมาตรฐานของวิชาชีพที่เข้มแข็ง” ทัศไนย กล่าว
ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา ยืนยันว่า แพทย์เห็นด้วยกับภาพรวมของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่มีเพียงบางมาตรา ที่ระบุไม่ให้สภาวิชาชีพเข้ามารับรองหลักสูตร จะทำให้ไม่มีการประกันคุณภาพการศึกษา ไม่มีการคุ้มครองบุตรหลานที่จะเข้ามาศึกษาต่อในอุดมศึกษาตามมาตรฐานสากล รวมถึงไม่คุ้มครองผู้บริโภค
“มาตรฐานวิชาชีพจะตกต่ำลง เพราะไม่มีการควบคุมคุณภาพการศึกษาที่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หากเป็นเพียงแค่จัดการสอบเพื่อให้เด็กจบมาครั้งละ 2,000-3,000 คนก็ทำได้ แต่ในเรื่องของการแพทย์ต้องได้ผู้จบการศึกษาที่มีคุณภาพแม่นยำ ไม่เช่นนั้นจะเกิดการบริการไม่ได้คุณภาพ หากไม่มีการรับรองหลักสูตรจะทราบได้อย่างไรว่าประชาชนได้รับการบริการที่มีคุณภาพ อีกหน่อยหมอเถื่อนจะมากขึ้น เป็นหมอเถื่อนที่ผลิตมาจากมหาวิทยาลัย เราไม่อยากให้เกิดสภาพเช่นนั้น ดังนั้นสิ่งที่สภาวิชาชีพคัดค้านเป็นการคุ้มครองบุตรหลานและคุ้มครองผู้บริโภคด้วย” ทพ.ไพศาล กล่าว
ทนพ.สมชาย วิริยะยุทธกร กรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวว่า เพื่อให้ได้ผลการตรวจที่ดี ต้องมีการใช้เครื่องมือ ห้องแล็บที่มีคุณภาพ จากประสบการพบว่าโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งใช้เครื่องมือไม่ระบุยี่ห้อ ไม่รับรองคุณภาพ เพราะต้องคำนึงถึงผลกำไรเป็นสำคัญ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะหากเทคนิคการแพทย์ใช้เครื่องมือไม่มีคุณภาพแล้วตรวจวัดค่าออกมาผิดพลาดไปหมด ผลกระทบจะเกิดกับผู้ป่วย ซึ่งที่ผ่านมาสภาเทคนิคการแพทย์เข้ามาควบคุมมาตรฐานเครื่องมือ ห้องแล็บพร้อมทั้งให้คำแนะนำเป็นไปในแนวทางเดียวกัน หากไม่ให้สภาเข้ามาทำแล้วใครจะทำ จึงขอให้ตัด 4 มาตราที่มีปัญหานี้ออกไป เพื่อสร้างสังคมแห่งความร่วมมือทำงานเพื่อประเทศ
กมล ตรรกบุตร นายกสภาวิศวกร กล่าวว่า วิชาชีพด้านวิศวกรต้องมุ่งเน้นถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อมีมาตรา 48 การให้บริการวิชาชีพ โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต ผลกระทบคือจะมั่นใจถึงความปลอดภัยในวิศวกรรมได้อย่างไร เพราะมาตรานี้ขัดแย้งกับการขอใบอนุญาตจากสภาวิศกร จึงขอเสนอให้ถอดคำว่าการให้บริการวิชาชีพออกไป โดยที่ผ่านมาสภาวิศวกรได้เข้าไปดูแลในสถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพราะเคยเกิดกรณีที่สถาบันการศึกษาไปออกแบบโครงสร้าง แต่สุดท้ายไม่ผ่านคุณภาพ ดังนั้นคนที่จบจากสถาบันการศึกษาแต่ไม่มีใบรับรองวิชาชีพจะทำงานได้หรือไม่ ทำคนตายหรือไม่ จะสร้างความมั่นใจได้อย่างไร
ด้าน สพ.ธวัชชัย ศักดิ์ภู่อร่าม นายกสัตวแพทยสภา กล่าวว่า อาชีพนี้นอกจากดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงแล้ว สัตวแพทย์ยังมีหน้าที่ควบคุมเรื่องของโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหาร สารปนเปื้อนต่างๆ เช่น สินค้าส่งออกต่างประเทศต้องได้รับการอนุญาตจากสัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาตวิชาชีพรับรอง ต่างประเทศจึงจะยอมให้นำสินค้าเข้า สร้างวงเงินรายได้มหาศาลกลับเข้าสู่ประเทศไทย หากไม่มีใบรับรองวิชาชีพจะทำให้สูญเสียรายได้การส่งออกสินค้าจำนวนมาก