บัตรเลือกตั้ง แก้เกมกระแสต้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic/report/574598

  • วันที่ 21 ธ.ค. 2561 เวลา 07:04 น.

บัตรเลือกตั้ง แก้เกมกระแสต้าน

โดย…ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ยื้อกันอยู่นานสองนาน ในที่สุดปัญหาบัตรลงคะแนนเลือกตั้งก็ลงเอยด้วยความสุขของทุกฝ่าย หลังจากเกือบจะกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว

เดิมก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอไอเดียระหว่างการประชุมร่วมกับพรรคการเมืองว่าอยากเห็นบัตรเลือกตั้งที่มีแต่หมายเลขผู้สมัครเท่านั้น โดยไม่ต้องมีโลโก้พรรคการเมือง

ทันทีที่มีไอเดียดังกล่าวออกมาปรากฏว่าเกิดกระแสต้านอย่างหนัก โดยเฉพาะจากพรรคการเมืองคู่แข่งทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมองว่ากำลังทำให้พรรคการเมืองเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ

แม้ในอดีตบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จะมีเพียงแต่หมายเลขผู้สมัคร แต่ถ้าให้ลึกเข้าไปจะเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นระบบบัตรสองใบ ใบหนึ่งเลือก สส.บัญชีรายชื่อหรือที่เข้าใจกันดีว่าเป็นการเลือกพรรคการเมือง ส่วนอีกใบเลือก สส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแตกต่างไปจากอดีตที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นการใช้บัตรเลือกตั้ง สส.เขต เลือก สส.บัญชีรายชื่อไปในตัว หนำซ้ำยังกำหนดกติกาไม่ให้พรรคการเมืองใช้หมายเลขเดียวหาเสียงทั่วประเทศ ตามมาด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้งที่มีรูปร่างหน้าตาแบบพิสดารเข้าไปอีก ย่อมทำให้บัตรเลือกตั้งที่มีแต่ตัวเลขผู้สมัครน่าจะสร้างความวุ่นวายอีกพอสมควร

จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองหลายพรรคจะออกมาแสดงความไม่พอใจกับท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่แสดงท่าทีตอบรับแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ ในเวลานั้นอยู่พอสมควร

กระแสต่อต้านของพรรคการเมืองไม่ได้ถูกจำกัดวงเฉพาะคนในวงการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังลามไปในภาคสังคมส่วนอื่นๆ ถึงขั้นเกิดกระแสในทำนองว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจเป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีความโปร่งใสมากที่สุด ยิ่งกว่าการเลือกตั้งในอดีต

ด้วยเหตุนี้เอง จึงกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ กกต.ต้องกลับลำแบบ 360 องศา โดยกำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีทั้งชื่อพรรคการเมืองและตราสัญลักษณ์ของพรรคการเมืองครบถ้วน ซึ่งเป็นบัตรเลือกตั้งที่มีความสมบูรณ์ครึ่งหนึ่ง ขาดแต่เพียงชื่อผู้สมัคร สส.เท่านั้น

“กกต. คุยกัน ก็บอกว่าครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เนื่องจากที่ผ่านมาเรามีบัตรเลือกตั้งสองแบบ คือ แบบแบ่งเขต หรือแบบดั้งเดิมที่จะมีเบอร์และกากบาท แบบบัญชีรายชื่อเริ่มใช้เมื่อปี 2544 ที่มีชื่อโลโก้พรรค ครั้งนี้บัตรเลือกตั้งจะเป็นแบบไฮบริด เหมือนรถยนต์ 1 คัน ใช้ 2 ระบบ โดยในที่ประชุมก็มี กกต. ท่านหนึ่ง บอกว่า อยากเห็นบัตรเลือกตั้งมีชื่อและโลโก้พรรค เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง” อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ระบุเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.

การกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งตามที่ กกต.กำหนดออกมาล่าสุด ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเหตุผลทางการเมืองมาเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจ เพราะต้องยอมรับระหว่างที่มีความคิดในเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มีเฉพาะหมายเลขผู้สมัครนั้นเกิดกระแสลบกับ กกต.และ คสช.พอสมควร และถ้าปล่อยให้นานไป แรงต้านจะลามไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะว่าที่ผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกฯ ด้วย

ดังนั้นเมื่อ กกต.กลับลำ จึงนำมาซึ่งความพอใจแก่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะพรรคการเมืองฝั่งตรงข้าม

การใช้บัตรเลือกตั้งแบบไฮบริดตามที่ กกต.ภูมิใจนั้นทำให้พรรคการเมืองทุกพรรคไม่เว้นแม้แต่พรรคพลังประชารัฐก็ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า พรรคการเมืองจะสามารถใช้วิธีการหาเสียงแบบในอดีตที่เน้นความนิยมของพรรคการเมือง เพื่อกวาดคะแนนเสียงทั่วประเทศได้เหมือนกับที่พรรครักประเทศไทยเคยทำมาก่อน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคอนาคตใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา หรือแม้แต่พรรคไทยรักษาชาติและพรรคเพื่อไทย ก็สามารถอาศัยความนิยมของหัวหน้าพรรค เพื่อหาเสียงทั่วประเทศได้ โดยเน้นกลยุทธ์ให้คนจดจำตราสัญลักษณ์และชื่อของพรรค โดยไม่ต้องเน้นให้คนจำเฉพาะชื่อผู้สมัครเท่านั้น

ทั้งนี้ หากใช้บัตรเลือกตั้งที่มีแต่หมายเลขผู้สมัคร แน่นอนว่าการสร้างความจดจำให้กับคนทั่วไป น่าจะลำบากพอสมควร เนื่องจากแต่ละเขตเลือกตั้งพรรคการเมืองหนึ่งจะมีหมายเลขผู้สมัครต่างกัน

เมื่อ กกต.ยอมถอย ด้านหนึ่งย่อมทำให้พรรคการเมืองไม่มีโอกาสสร้างเงื่อนไขเพื่อมาก่อหวอดกันอีก และพรรคการเมืองต้องกลับมาเล่นในเกมบนกระดานที่ กกต.เป็นคนควบคุมโดยปริยาย เพราะมัวแต่มาทะเลาะกับ กกต. จะเป็นผลเสียกับพรรคการเมืองเอง

หมากเกมนี้ของ กกต. จึงมีแต่ได้กับได้ โดยเฉพาะการลดแรงเสียดทานที่หลายฝ่ายเคยกังขาความเป็นกลางของ กกต.ไปในคราวเดียวกัน

ใครบอกว่า กกต.ชุดนี้เป็นมือใหม่ อาจต้องกลับมาคิดกันใหม่เลยทีเดียว

Leave a comment