ปชป. ลุยประกันรายได้ พท. ไม่ปล่อยให้ประเทศล้าหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic/report/574733

  • วันที่ 22 ธ.ค. 2561 เวลา 12:47 น.

ปชป. ลุยประกันรายได้ พท. ไม่ปล่อยให้ประเทศล้าหลัง

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สองพรรคใหญ่ “ประชาธิปัตย์ (ปชป.)สมรภูมิเพื่อไทย (พท.)” ต่างประกาศนโยบายเบื้องต้นเน้นแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยพรรค ปชป.เน้นยกระดับความเป็นอยู่ประกันรายได้คนไทย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ส่วนพรรค พท.เตรียมขึ้นคัตเอาต์ทั่วประเทศ “จะไม่ปล่อยให้ประเทศล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง” ส่วนรายละเอียดของแต่ละพรรคมีดังนี้

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศนโยบายเศรษฐกิจของพรรค ปชป. ว่า จะยกระดับความเป็นอยู่ประกันรายได้คนไทย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง 6 ข้อ ได้แก่ 1.โครงการโฉนดสีฟ้า  โดยการจัดทำโฉนดชุมชน เพื่อให้สิทธิในการจัดการชุมชน อย่างแท้จริง และยกระดับ ส.ป.ก.ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนของรัฐ โดยการกู้ผ่านธนาคารและตกทอดถึงลูกหลานได้ พร้อมเดินหน้าธนาคารที่ดิน เร่งออกโฉนดทันใจ สะสางโฉนดที่ดินที่ค้างท่อมานานที่มีเอกสิทธิ์ ส.ค.1 และ น.ส.3 เพื่อออกสิทธิตามกฎหมายให้ แล้วเสร็จ

2.จัดตั้งกองทุนน้ำชุมชน ให้เกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปี มีเงินทำแหล่งน้ำทุกหมู่บ้าน โดยรับการจัดสรรงบจากผู้เชี่ยวชาญ แนะนำชาวบ้านจัดการแหล่งน้ำด้วยตนเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นที่ของรัฐ หากเป็นที่ของประชาชนแต่เหมาะสมที่จะทำสระน้ำก็สามารถเข้ามาร่วมโครงการ ซึ่งจะต้องปลดล็อกกฎระเบียบของราชการและใช้ยางพาราในการทำสระน้ำ

3.ประกันรายได้เกษตรกรให้ครอบคลุมพืชทุกชนิด สร้างความมั่นคงรายได้ให้เกษตรกรไทยทุกคนได้มีหลักประกันรายได้ขั้นต่ำการทำอาชีพเกษตรกรรม ข้าวไม่ต่ำกว่าเกวียนละ 1 หมื่นบาท ยางพาราไม่ต่ำกว่า 60 บาท/กิโลกรัม ปาล์ม 10 บาท/กิโลกรัม รวมถึงทำประกันภัยพืชผลคุ้มครองต้นทุนการผลิต 4.ประกันรายได้แรงงานไม่ต่ำกว่า 1.2 แสนบาท/ปี แต่ถ้ามีรายได้ต่อเดือนเมื่อคำนวณแล้วไม่ถึงที่กำหนด รัฐบาลก็จะจ่ายเงินส่วนต่างให้

5.เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท/เดือน และจะไปปรับโครงการเกี่ยวกับการออมเพื่อการชราภาพ และ 6.เบี้ยสวัสดิการผู้ยากไร้ 800 บาท/เดือน ซึ่งโอนตรงสมุดบัญชีผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาท/ปี ซึ่งทุกคนจะต้องเข้าระบบรายงานสถานะทางการเงินของตนเองทุกปี

“นโยบายทั้ง 6 ข้อนี้ จะทำได้ทันทีเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล หลังจากนั้นจะเปิดเผยที่มาของงบประมาณอีกครั้ง ซึ่งยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยสร้างภาระให้ประเทศ” อภิสิทธิ์ ระบุ

ด้านพรรคเพื่อไทยได้จัดประชุมใหญ่ โดยมีแกนนำพรรค พท.เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง กล่าวในที่ประชุมว่า จากการที่ได้ไปรับสมัครสมาชิกพรรคและพบปะประชาชนมาทั่วทุกภาค ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าเศรษฐกิจแย่มาก ค้าขายไม่ได้ มีแต่หนี้สินท่วมหัว ซึ่งเป็นเพราะการบริหารของรัฐบาล คสช.ไร้ประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ พรรคมั่นใจว่าจะแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเหล่านี้สำเร็จ โดยจะใช้เวลา ไม่นาน เพราะพรรคบริหารจัดการเป็น โดยทุกครั้งที่พรรคได้มีโอกาสทำงาน เป็นผู้บริหารประเทศ สามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทุกครั้ง และขอให้ความมั่นใจว่าเพื่อไทยมองเห็นทางออก และมีวิธีบริหารจัดการเพื่อแก้วิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ “เราคิดต่างจากรัฐบาลนี้ ที่ยิ่งทำคนส่วนใหญ่ยิ่งจนลง รวยกระจุก จนกระจาย ทำให้ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงอย่างมาก เราจะใช้งบประมาณอย่างชาญฉลาด ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน จะไม่ใช้งบเยอะแต่เลอะเทอะ จะลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้และทรัพย์สินใหม่” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลที่ใช้เงินมากๆ ต้องหารายได้เป็น ไม่ใช่ใช้เป็นเพียงอย่างเดียว และต้องไม่ใช่การหาเงินจากการขึ้นภาษี ยุคภาษีอานจะต้องไม่เกิดขึ้น เราจะแก้หนี้ให้คนไทยด้วยรายได้ ไม่ใช่แก้หนี้ด้วยหนี้อีกต่อไป

“เราพร้อมที่จะพาคนไทยออก จากความทุกข์ในครั้งนี้ไปให้ได้ เพราะทุกข์ของประชาชน คือทุกข์ของเรา จะนำความสุขที่แท้จริงกลับมาสู่คนไทยทุกคน เราจะไม่ยอมปล่อยให้ประเทศต้องล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย และสิ้นหวังอีกต่อไป” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ

ขณะที่ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคจะมีการจัดกิจกรรมขึ้นป้ายที่มีข้อความว่า “พรรค พท.จะไม่ปล่อยให้ประเทศล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง” พร้อมกันทั่วประเทศ เนื่องจากตลอด 4 ปี 7 เดือนที่ผ่านมา ประชาชนต่างต้องอดทนอยู่กับสภาวะความล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย และสิ้นหวัง ล้มเหลว เพราะหนี้คนไทยท่วมหัว โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นถึง 1.79 ล้านบาท

“ในระยะเวลาอีก 65 วันข้างหน้าที่จะถึงนี้ ประชาชนไทยจะมีโอกาสเข้าคูหาไปเลือกอนาคตของตนเองว่าจะเลือกทนอยู่กับความล้มเหลว เช่นในช่วง 4 ปี 7 เดือนที่ผ่านมา หรือจะเลือกโอกาสในการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” ลดาวัลลิ์ กล่าว

Leave a comment