ปฏิรูปแต่งตั้ง ถึงเวลารื้อที่มาปลัดกระทรวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic/analysis/534359

  • วันที่ 09 ม.ค. 2561 เวลา 10:31 น.

ปฏิรูปแต่งตั้ง ถึงเวลารื้อที่มาปลัดกระทรวง

โดย…ปริญญา ชูเลขา

ปีสุดท้ายที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คืนอำนาจสู่โหมดการเลือกตั้งเชื่อว่า คสช.จะเร่งเครื่องรื้อผลงานปฏิรูปเลือกตั้งทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายหลายฉบับเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้าง โดยหนึ่งในนั้นคือการปฏิรูปการให้บริการประชาชนต้องสะดวกและรวดเร็ว ปราศจากการเรียกรับสินบนใต้โต๊ะในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการซื้อขายตำแหน่ง ท่ามกลางความคาดหวังว่าการปฏิรูปข้าราชการประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรื้อใหญ่ระบบอุปถัมภ์ที่เกาะกินโครงสร้างระบบราชการให้พังทรุด

ขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการและอดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ต้องทำการปฏิรูประบบราชการเพื่อให้ข้าราชการมีขวัญและกำลังใจในการทำงาน โดยปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละซื่อสัตย์สุจริต และเห็นแก่ประโยชน์ของชาติเป็นใหญ่ ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งโยกย้ายแบบข้ามห้วย เพราะจะทำลายขวัญและกำลังใจในการทำงาน แม้โดยปกติฝ่ายการเมืองสามารถทำได้ในการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10-11 สั่งใครให้ย้ายข้ามห้วยได้ แต่ต้องคำนึงถึงจิตใจของคนในกระทรวง ทบวง กรม ที่เป็นลูกหม้อทำงานมากว่า 20-30 ปี เพราะอย่าลืมว่าการจะก้าวขึ้นเป็นปลัดหรืออธิบดีต้องใช้เวลาในการเติบโตและเรียนรู้สายงานตัวเองที่ทำอยู่อย่างต่ำๆ ต้อง 35 ปี

สิ่งที่ต้องการปฏิรูป คือ ระบบแต่งตั้ง โยกย้ายให้ข้าราชการปลอดจากฝ่ายการเมือง ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เป็นข้าราชการที่มีคุณธรรม สุจริต โปร่งใส ที่ผ่านมามีข้อเสนอเรื่องการปรับระบบราชการมากมาย แต่ไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ดังนั้นต้องร่วมกันคิด ขณะที่ระบบการแต่งตั้งโยกย้ายปัจจุบันมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. เข้ามาดูแลถือว่าเป็นเรื่องดีในการเข้ามารับเรื่องราว ร้องเรียนหากเกิดกรณีแต่งตั้งโยกย้าย ไม่เป็นธรรม และหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจริงสามารถฟ้องศาลปกครองได้ จนนำไปสู่การเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม จึงสนับสนุนแนวทางนี้

ก่อนหน้านี้มีการเสนอแนวทางการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะปลัดกระทรวง ได้มีการกำหนดวิธีการป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงกระบวนการในการแต่งตั้งหรือโยกย้าย โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการ ประกอบด้วย บุคคลซึ่งคัดเลือกมาจากส่วนราชการต่างๆ จำนวน 3 ฝ่าย คือ 1.ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 2.อดีตปลัดกระทรวงจากกระทรวงต่างๆ ยกเว้นกระทรวงกลาโหม 3.คณะกรรมการคุณธรรมจริยธรรมของกระทรวงต่างๆ

รวมถึงการสั่งการของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้ข้าราชการปฏิบัติตามจะต้องเป็นคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร หากไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ถือเป็นคำสั่ง แต่ถ้าข้าราชการผู้นั้นนำไปปฏิบัติแล้วเกิดข้อผิดพลาดหรือความเสียหาย ข้าราชการผู้นั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการกระทำดังกล่าว

จรวยพร ธรณินทร์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และอดีต ก.พ.ค. กล่าวว่า อยากเสนอว่าระบบโยกย้ายในราชการปัจจุบันมีกฎและกติกากำหนดอยู่ว่าให้เป็นอำนาจรัฐมนตรีแต่งตั้งตำแหน่งเดียว คือ ปลัดกระทรวง ในส่วนตำแหน่ง อื่นๆ เช่น อธิบดี รองอธิบดี หรือผู้ตรวจ ทางปลัดกระทรวงจะเป็นคนนำเสนอ เพราะรัฐมนตรีไม่ได้ทราบข้อมูลภายในทุกหน่วยงาน และเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาล้วงลูกหรือก้าวก่าย หรือแทรกแซงภายในหน่วยงานรัฐได้ ดังนั้นจึงมี 2 แนวทาง คือ 1.มีการเสนอกันมาว่าควรมีการตั้งคณะกรรมการพิเศษ ขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อสรรหาบุคคลที่ เหมาะสมจะเป็นปลัดกระทรวง และสามารถย้ายข้ามห้วยได้หากมีคุณสมบัติ พิเศษครบถ้วนโดยเสนอชื่อให้รัฐมนตรี เจ้ากระทรวงเลือก 3 รายชื่อ

2.การแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกขึ้นมาชุดหนึ่งของแต่ละกระทรวงเป็น ผู้เลือกบุคคลที่เหมาะสมภายในกระทรวงเอง พร้อมกับกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ รายละเอียด หรือคุณสมบัติที่เหมาะสม ที่สำคัญต้องให้รายละเอียดลึกลงไปถึงว่าเหตุใดบุคคลนี้ไม่ได้รับเลือก และเหตุใดบุคคลนี้ได้รับเลือก เช่น เลือกนาย ก. เพราะมีความสามารถ ผลงาน หรือคุณสมบัติอย่างไร และทางกระทรวงจะได้ประโยชน์อะไรจาก นาย ก. เป็นต้น จากนั้นให้รัฐมนตรีใช้ดุลพินิจเลือกด้วยความเหมาะสมและมีเหตุผลประกอบ

สำหรับตำแหน่งผู้บริหารที่ต่ำกว่าปลัดกระทรวง แต่ละกระทรวงจะมีคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาพิจารณาว่าใครจะเหมาะเป็นอธิบดี รองอธิบดี ผู้อำนวยการ ฯลฯ แต่ปัญหาคือในคณะกรรมการพิเศษชุดนี้กลับมีปลัดกระทรวงอยู่ด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ปลัดกระทรวงจึงมีอิทธิพลสูงในการชี้นำให้คณะกรรมการชุดนี้เลือกใครหรือไม่เลือกใคร ซึ่งหากเป็นแบบนี้ฝ่ายการเมืองสามารถแทรกแซงได้

ดังนั้น จึงไม่ควรให้ปลัดกระทรวงร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกในระดับกระทรวง เพราะไม่เหมาะสม ถือเป็นการป้องกันการแทรกแซง

Leave a comment