ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/politic/analysis/533622
- วันที่ 04 ม.ค. 2561 เวลา 08:57 น.

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เส้นทาง “ปฏิรูป” เดินมาถึงโค้งสุดท้าย ก่อนที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะก้าวลงจากอำนาจ เปิดทางสู่การเลือกตั้งพาประเทศกลับสู่สภาวะปกติ
ทว่า 3 ปีกว่าที่ผ่านมา ความคืบหน้าของการปฏิรูป ซึ่ง คสช.หมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นผลงานชิ้นโบแดง กลับไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง จนเริ่มปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในแง่ฝีไม้ลายมือและความตั้งใจ
ถึงขั้นออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนจะจากไป ป้องกันไม่ให้การรัฐประหารครั้งนี้ “เสียของ” ตามที่เคยสัญญาเอาไว้เมื่อก้าวเข้าสู่อำนาจ
หากไล่ดูตั้งแต่ในขั้นตอนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งใช้เวลาไปปีกว่ากับการศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ จนตกผลึกเป็นรายงานข้อเสนอแนะที่ ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ส่งให้ถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.
ก่อนที่ คสช.จะตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มารับไม้ต่อ นำข้อเสนอแนะที่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ ที่หลังการพ้นจากตำแหน่งของ สปท. แต่สุดท้ายก็ยังไม่เห็นผลงานที่สามารถจับต้องได้อย่างที่สังคมคาดหวัง
หลายเรื่องที่สังคมคาดหวัง ทั้งการปฏิรูประบบการศึกษา การปฏิรูประบบสาธารณสุข การปฏิรูปตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม กลับยังไม่เห็นทิศทางความคืบหน้าชัดเจน
ถึงขั้นเกิดการปลุกกระแส “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” กลับมาอีกครั้ง เพื่อขอเวลา คสช.ทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง
แต่อีกด้านก็เกิดกระแสต่อต้านเห็นว่า ระยะเวลา 3 ปีกว่าที่ผ่านมายังไม่เห็นผลงาน การจะอ้างอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อขอดำเนินการปฏิรูปให้แล้วเสร็จจะมีหลักประกันได้อย่างไรว่าจะทำให้สำเร็จลุล่วงได้
แรงกดดันจึงย้อนกลับมายัง คสช.รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ฉุดให้คะแนนนิยมและความเชื่อมั่นที่อยู่ในช่วงขาลงจากปัญหาการบริหารงานที่ผ่านมาต้องตกต่ำลงไปอีก
นำไปสู่การเร่งแก้ปัญหาในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งเวลานี้กระบวนการปฏิรูปถูกผ่องถ่ายไปยังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 2560
โดยขั้นตอนการจัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศเริ่มจากการให้ที่ประชุมร่วมคณะปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไขการจัดทำร่างปฏิรูป จากนั้นให้คณะกรรมการแต่ละชุดไปจัดทำร่างแผนการปฏิรูปให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และส่งให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 30 วัน
ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อพิจารณาความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ภายใน 30 วัน เสร็จแล้วให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเสนอร่างแผนการปฏิรูปประเทศต่อ ครม.ภายใน 30 วัน จากนั้นให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและบังคับใช้ต่อไป
ในแผนการดำเนินการปฏิรูปจะต้องกำหนดเนื้อหา บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า แผนการปฏิรูปของคณะกรรมการ 11 ด้าน จะเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ที่จัดทำโดยคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะต้องทำงานในขั้นนี้จะต้องเสร็จภายในเดือน มี.ค. 2561 เพื่อการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปอย่างเป็นทางการต่อไป
ปลายไตรมาสแรกของปีนี้จึงจะน่าจะเห็นพิมพ์เขียวที่ชัดเจนของเส้นทางการปฏิรูปที่เป็นรูปเป็นร่างมากที่สุด
ยิ่งหากทำออกมาได้ดีเท่าไหร่ ย่อมสามารถฟื้นคืนความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้มากเท่านั้น และทำให้เส้นทางการปฏิรูปที่จะเดินไปข้างหน้าได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายในอนาคต สุดท้ายย่อมทำให้ภาพรวมการบริหารงานของประเทศกลับมาดีขึ้นตามไปด้วย
ที่สำคัญกลไกผ่านแม่น้ำ 5 สาย และอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือ คสช. ถือเป็นช่องทางพิเศษที่จะช่วยคลี่คลาย ฝ่าอุปสรรคทางตันปัญหาได้ง่ายกว่ารัฐบาลปกติที่มาจากการเลือกตั้ง
ในช่วงที่ คสช.ยังคงอำนาจนี้ จึงต้องเร่งเดินหน้าทำให้กระบวนการต่างๆ ขับเคลื่อนไปจนถึงจุดหมายปลายทางให้เร็วที่สุดแข่งกับเวลาในอำนาจที่เริ่มต้นนับถอยหลังเรียบร้อยแล้ว
สัญญาณสอดรับกับท่าทีของ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเปิดเผยว่า การพิจารณากฎหมายของ สนช.ในปี 2561 มีเรื่องสำคัญคือการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก 2 ฉบับที่เหลือ ซึ่งจะเป็นกฎหมายสำคัญอันนำไปสู่การเลือกตั้ง
อีกด้านหนึ่งยังมีกฎหมายที่ออกตามรัฐธรรมนูญ อาทิ กฎหมายการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ
ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดไว้ชัดเจนถึงการปฏิรูปตำรวจ ถึงขั้นบัญญัติไว้ในมาตรา 260 ระบุว่า ในการปรับปรุงกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
ดังนั้น ก่อนวันที่ 6 เม.ย. 2561 กระบวนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเห็นพ้องว่าจำเป็นต้องรีบเร่งแก้ไข จะเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง
สุดท้ายผลงานการปฏิรูปที่จะทยอยออกมาเป็นรูปเป็นร่างในช่วงเวลาต่อจากนี้ ย่อมจะทำให้คะแนนนิยมและความเชื่อมั่นรัฐบาล คสช.กลับมาดีขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น