ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/politic/analysis/569151
- วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 09:52 น.

ความเป็นกลางของ “กกต.” กำลังโดนท้าทาย จาก 2 มรสุมใหญ่ หลังการเมืองเริ่มได้รับการคลายล็อก
*********************************
โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ถึงวันเลือกตั้งจะยังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่พรรค การเมืองหลายพรรคต่างเดินหน้าไปเต็มตัวกันแล้ว โดยเฉพาะการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อแต่งตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าปี่กลองการเมืองได้ดังขึ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสที่ถนนทุกสายต่างมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้ง ปรากฏว่ามีประเด็นหนึ่งที่หลายฝ่ายจับตา คือ การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นับตั้งแต่ กกต. 5 คน จากทั้งหมด 7 คน เข้ามาทำงานเต็มตัว ก็ถูกจับจ้องมาโดยตลอดอยู่แล้ว เพราะต้องไม่ลืมว่า กกต.ชุดนี้มาจากความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งก็เป็นที่ทราบดีว่า สนช.มาจากการเลือกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
แต่ที่หนักไปกว่านั้นคือ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ประกาศสนใจงานการเมือง ประจวบเหมาะกับจังหวะที่มีการเปิดตัวพรรคพลังประชารัฐขึ้นมา เพื่อเป็นผู้ท้าชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแข่งกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ จึงทำให้ กกต.ยิ่งโดนจับตาว่าจะดำรงความเป็นกลางได้อย่างที่ทุกฝ่ายยอมรับหรือไม่อย่างไร
โดยจะว่าไปแล้ว กกต.ทราบถึงข้อท้วงติงนี้ จึงได้พยายามสื่อสารกับสังคมมาตลอดว่าการทำงานของ กกต.จะยังคงดำรงความเป็นกลางให้มากที่สุด
ทว่ามาถึงจุดนี้ ความเป็นกลางของ กกต.กำลังโดนท้าทายเข้าอย่างจัง ภายหลังการเมืองเริ่มได้รับการคลายล็อก โดยมีอย่างน้อยสองมรสุมที่พัดโหมมาที่ กกต.
มรสุมที่ 1 การยุบพรรคเพื่อไทย ประเด็นนี้ถูกจุดขึ้นมาเป็นเวลานานหลายเดือน นับตั้งแต่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย หรือกรณีที่มีข่าวว่าอดีต สส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปต่างประเทศเพื่อพบกับทักษิณ
ฝ่ายตรงข้ามพยายามจะนำประเด็นข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เกี่ยวกับการปล่อยให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคมาครอบงำพรรค ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ กกต.สามารถทำสำนวนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคได้
เดิมที กกต.ก็พยายามสงวนท่าทีต่อเรื่องนี้ โดยอ้างว่ายังไม่มีข้อมูลและข้อเท็จจริงเพียงที่จะเข้าไปตรวจสอบตามกระบวนการ แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งสัญญาณให้ กกต.เข้ามาตรวจสอบกรณีของพรรคเพื่อไทย
“การเมืองเวลานี้เรียบร้อยดีที่พูดจาอะไรกันก็ว่ากันไป เพราะขนาดทักษิณอยู่ต่างประเทศยังพูดถึงพรรคของเขาเลย และถามว่าพูดแบบนั้นผิดหรือไม่ ต้องให้ กกต.พิจารณา แต่เราคงไม่ไปสั่ง กกต.เพราะเราสั่งเขาไม่ได้ ให้เขาทำของเขาเอง” พล.อ.ประวิตร ระบุเมื่อวันที่ 22 ต.ค.
พอข้ามคืนมาเป็นวันที่ 23 ต.ค. กกต.ก็ออกตัวรับลูกสัญญาณที่ส่งมาจาก พล.อ.ประวิตร ทันที
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา การจะเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ กกต.จะพิจารณาว่าพรรคการเมืองนั้นขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมหรือไม่หากเข้าข่ายความผิดจะส่งผลให้พรรคการเมืองนั้นอาจถูกยุบพรรค” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ระบุ
เมื่อมีการรับส่งลูกกันเช่นนี้ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ กกต.จะถูกรุมถล่มมาเป็นเวลาร่วมสัปดาห์ เพราะถ้าดูข้อกฎหมายเกี่ยวกับการยุบพรรค จะพบว่าการยุบพรรคไม่ได้ยากหรือง่ายจนเกินไป ทำให้พรรคการเมืองออกอาการผวาพอสมควรอย่างเห็นได้ชัด
มรสุมที่ 2 การปฏิบัติกับพรรคการเมืองในลักษณะแตกต่างกัน พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคแรกที่เจอกับอำนาจของ กกต.เข้าเต็มประตู ภายหลังห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมรณรงค์เพื่อให้ประชาชนร่วมบริจาคให้พรรค
สวนทางกับพรรครวมพลังประชาชาติไทยที่ถูกบางฝ่ายมองว่ากิจกรรมของพรรครวมพลังประชาชาติไทยบางกิจกรรมมีลักษณะของการทำกิจกรรมทางการเมืองที่ฝ่าฝืนกับคำสั่งของ คสช. เช่น การเดินสายพบประชาชน เป็นต้น แต่กลับไม่ถูก กกต.เพ่งเล็งมากนัก
สถานการณ์ที่ กกต.เผชิญอยู่เวลานี้ จะโทษ กกต.อย่างเดียวก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะท่าทีของ คสช.ที่ไม่ยอมปล่อยให้การเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างเสรีภายใต้บรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย 100%
ถ้าการเมืองได้รับการปลดล็อก พรรคการเมืองจะไม่มีข้ออ้างเรื่องการถูกเลือกปฏิบัติ และจะช่วยให้ กกต.สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อการเมืองยังติดล็อกอยู่ จึงทำให้ กกต.ต้องมาอยู่ตรงระหว่างความขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขนาดเวลานี้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาประกาศวันเลือกตั้ง กกต.ยังโดนถล่มขนาดนี้ แทบไม่อยากนึกเลยว่าเมื่อประกาศเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ กกต.จะโดนกระหน่ำขนาดไหน
แต่สิ่งที่น่ากลัวไปกว่ากระแสถล่ม กกต. คือ บรรยากาศการเลือกตั้งที่เสียไปทีละเล็กทีละน้อย น่าเป็นห่วงว่าหากไปกระทบความเปราะบางของผู้มีอำนาจบางคน ก็อาจเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่นำไปสู่การเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้
ดังนั้น หาก กกต.ไม่สามารถเป็นกรรมการที่รักษาบรรยากาศได้ แทบไม่อยากนึกว่าการเมืองไทยต่อไปจะเป็นอย่างไร