ขอเตือน “แม่ค้าหอยพัทลุง” พลิกลิ้นส่อโดนคดีทั้งขึ้นทั้งล่อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ขอเตือน “แม่ค้าหอยพัทลุง” พลิกลิ้นส่อโดนคดีทั้งขึ้นทั้งล่อง

ขอเตือน "แม่ค้าหอยพัทลุง" พลิกลิ้นส่อโดนคดีทั้งขึ้นทั้งล่อง

10 มิถุนายน 2563 – 11:20 น.

แม่ค้าหอย แฉถูกตร.รีดเงิน แลกกับไม่ถูกจับคดีฝ่าเคอร์ฟิว คดีพลิก หลังแม่ค้าบอกเป็นเงินใช้หนี้ ไม่ได้ถูกรีดเงิน

          กรณีแม่ค้าขายอาหารทะเลออกมาแฉถูกตำรวจรีดเงินแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีฝ่าเคอร์ฟิว แถมยังถูกตำรวจบังคับให้แกะหอยนางรมเพื่อใช้กินแกล้มเหล้าบนโรงพักนั้น เรื่องนี้ทำท่าจะ “คดีพลิก” เนื่องจากฝั่งแม่ค้ากลับคำให้การ อ้างว่าสาเหตุที่โอนเงินให้ดาบตำรวจ เพราะติดหนี้สมัยเคยคบกัน แต่กลับสามีคนปัจจุบันรู้เรื่อง จึงต้องอ้างว่าเป็นการจ่ายตำรวจเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดี

          เรื่องนี้กำลังบานปลาย และเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า หากฝ่ายแม่ค้าขายอาหารทะเลพลิกลิ้น กลับคำให้การจริง บทสรุปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

ขอเตือน "แม่ค้าหอยพัทลุง" พลิกลิ้นส่อโดนคดีทั้งขึ้นทั้งล่อง

          “เนชั่นทีวี” สอบถามประเด็นนี้กับ พ.ต.อ. วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองจเรตำรวจ ซึ่งเคลื่อนไหวเรื่องการปฏิรูปตำรวจและระบบการสอบสวนมาโดยตลอด ได้ความว่า การให้ผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งถ้ามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานปรากฏชัด ย่อมไม่สามารถยอมความกัน หรือปล่อยให้เรื่องจบๆ กันไปได้ ฉะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

          พ.ต.อ. วิรุตม์ กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนต้องเรียกแม่ค้ามาให้ถ้อยคำ เริ่มจากในคลิปที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียว่าพูดจริงใหม มีข้อเท็จจริงอย่างไร  หากพูดอีกอย่างหนึ่งว่าโอนเงินใช้หนี้ ก็ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานว่าสอดคล้องกันหรือไม่ อย่างไร เรื่องนี้พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการทันที เพราะการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงตั้งขึ้น เนื่องจากคณะกรรมการชุดนั้นมุ่งสอบสวนความผิดเพื่อลงโทษทางวินัย แต่ในส่วนของคดีอาญาก็ต้องแยกดำเนินการอีกส่วนหนึ่ง และต้องทำทันที

          กรณีที่เกิดขึ้นนี้ หากแม่ค้าให้การอีกแบบหนึ่ง แตกต่างจากในคลิป และขัดกับหลักฐานอื่นๆ ที่พนักงานสอบสวนรวบรวมได้ เช่น อ้างว่าโอนเงินใช้หนี้ แต่กลับมีภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดยืนยันว่ามาโรงพัก แบบนี้ก็จะเข้าข่ายให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน มีโทษทางอาญาด้วย

          แต่ถ้าเหตุการณ์เป็นจริงตามคำให้การใหม่ คือไม่มีการเรียกรับเงิน แต่เป็นการโอนเงินใช้หนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ การโพสต์คลิปในโซเชียลมีเดียครั้งแรกก็เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเท็จเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกถึง 5 ปี และการเข้าให้การกล่าวหาตำรวจในช่วงแรก ก็อาจเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานด้วย ฉะนั้นก็ต้องให้แม่ค้าเลือกเอาว่าจะเลือกคำให้การไหนว่าเป็นความจริง

          พ.ต.อ. วิรุตม์ ตั้งข้อสังเกตว่า แม่ค้าจะโพสต์ความเท็จทำไม ฉะนั้นจึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องเท็จ ฉะนั้นพนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบให้ได้ว่ามีการจับกุมจริงหรือไม่ เวลาเท่าไหร่ โอนเงินกันกี่โมง เรื่องแบบนี้ตรวจสอบง่ายนิดเดียว แต่ถ้าแม่ค้ายังยืนยันว่าเป็นการโอนเงินใช้หนี้ ก็ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ถือเป็นอาญาแผ่นดิน เป็นหน้าที่ตำรวจต้องสอบสวนดำเนินคดี ไม่ต้องมีใครแจ้งความ

Leave a comment