#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/scoop/447790
เจาะยุทธวิธี “รัฐบาล-ม็อบ” ในสถานการณ์ไม่ลดเพดานข้อเรียกร้อง

2 พฤศจิกายน 2563 – 10:25 น.
เจาะยุทธวิธี “รัฐบาล-ม็อบ” ในสถานการณ์ไม่ลดเพดานข้อเรียกร้อง
สัปประยุทธ์กันมาในระยะหนึ่งระหว่าง รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกลุ่มผู้ชุมนุมภายใต้ชื่อ คณะราษฎร ตอนนี้ยังไม่ถือว่าใครเพลี่ยงพล้ำใครชนะ
แต่หากมองลึกถึงยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของแต่ละฝ่ายพอจะมองได้ดังนี้ คือ ฝ่ายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีความพยายามในการที่จะเจรจาเพื่อทางออกของประเทศโดยสันติวิธี ดังจะเห็นได้จาก ยอมยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามข้อเรียกร้อง
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังได้ขอเปิดสภาเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายเพื่อหาทางออกประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา165 เป็นเวลา 2 วัน
ได้ข้อยุติคือ นายกฯไม่ลาออกหนีปัญหา การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเข้าสภาในเดือนพฤศจิกายน ประมาณกลางเดือน และการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกประเทศ
นอกจากนี้รัฐบาลยังสั่งการไม่ให้ตำรวจใช้ความรุนแรงหรือขัดขวางการชุมนุม จึงเห็นได้ว่าทุกครั้งที่ม็อบนัดชุมนุมตรงนั้นตรงนี้ ไม่ต้องใช้วิธีการ “เท” หรือ ”แกง” อีกแล้ว เพราะตำรวจปล่อยให้ชุมนุมกันเต็มที่
แต่หากใครทำผิดกฎหมาย ทางตำรวจจะดำเนินการออกหมายเรียกเพื่อมารับทราบข้อหากันในภายหลัง จะไม่มีการไปบุกจับกลางที่ชุมนุมเพราะจะเป็นการสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม
โดยสรุปคือรัฐบาลยอมรับข้อเรียกร้องของฝ่ายผู้ชุมนุมได้เพียงข้อเดียวคือ แก้รัฐธรรมนูญ
ขณะที่ฝ่ายคณะราษฎรนั้นยังยืนข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ นายกฯลาออก ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และปฏิรูปสถาบัน
แต่จากการชุมนุมที่ผ่านมา มีการละเมิด มีการจาบจ้วง และมีการประทุษร้ายพระราชินี ภาพของคณะราษฎร จึงติดลบในสายตาของมวลชนหรือแนวร่วมที่เห็นว่า การเมืองควรว่ากันเฉพาะการเมืองเท่านั้น ไม่ควรเลยเถิดไปถึงสถาบันเบื้องสูง
ฉะนั้นแนวคิดในการปฏิรูปสถาบัน กลายเป็นแนวคิดที่ทำให้มวลชนมีความเห็นแตกต่างกัน เสียงเริ่มแตกกรณีปฏิรูปสถาบัน เนื่องจากบางกลุ่มเห็นว่า หากมีข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันรวมอยู่ในข้อเรียกร้องจะทำให้การชุมนุมไม่ประสบความสำเร็จ
เนื่องจากรัฐบาลได้ยืนยันโดยนายกฯว่า ยอมตายเพื่อราชบัลลังก์ ด้วยวลีที่ว่า อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี จากนั้นมีประชาชนนัดกันสวมเสื้อเหลืองเพื่อเฝ้ารับเสด็จฯทุกครั้งที่มีหมายกำหนดการของในหลวง ดังปรากฎเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทั้งที่ลายพระบรมรูปทรงม้า และวัดพระแก้ว
มีประชาชนเรือนแสนสวมเสื้อเหลืองเปล่งเสียง”ทรงพระเจริญ” ขณะที่ ในหลวง ทรงเสด็จพระราชดำเนิน มีพระราชปฏิสันฐานกับราษฎรอย่างไม่ถือพระองค์ คือภาพแห่งความปิติและประทับใจของคนไทย ที่ทุกคนเปล่งเสียงเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างพร้อมเพรียงกัน
นี่ทำให้กลุ่มคณะราษฎรได้เห็นแล้วว่า โอกาสที่จะได้ข้อเรียกร้องในการปฏิรูปสถาบัน น้อยลงแทบจะไม่มี เลยทำให้มวลชนบางกลุ่มเริ่มแตกคอ พยายามจะลดเพดานข้อเรียกร้องลงมาโดยตัดเรื่องปฏิรูปสถาบันออกไป
แต่อย่างไรก็ตาม เพจเครือข่ายธรรมศาสตร์เพื่อการชุมนุม ยังโพสต์ข้อความยืนยันไม่ลดเพดานข้อเรียกร้อง ฉะนั้นจึงต้องจับตากันต่อไปว่า ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของรัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุมจะเป็นอย่างไร
หลังจากที่ชัดเจนแล้วว่านายกฯไม่ลาออก ไม่ปฏิรูปสถาบัน มีเพียงแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมยังยืนยันข้อเรียกร้อง3ข้อเดิม