
ฝ่ายค้านถล่มไอ้โม่งมีจริง สับน้ำมันหาย บี้รัฐบาลเปิดทุกขั้นตอน ‘ขิง’ชี้ต้องกล้าแก้ปัญหา ‘กรณ์’ซัดบริหารล้มเหลว
วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ฝ่ายค้านถล่มไอ้โม่งมีจริง สับน้ำมันหาย บี้รัฐบาลเปิดทุกขั้นตอน ‘ขิง’ชี้ต้องกล้าแก้ปัญหา ‘กรณ์’ซัดบริหารล้มเหลว แนะลดภาษีสรรพสามิต
สภาฯอภิปรายญัตติด่วนสางวิกฤตพลังงาน ด้าน“โรม-มาร์ค”จี้นายกฯมาชี้แจง ขณะที่ “เอกนัฏ”บี้เปิดข้อมูลการขนส่ง ฝากรมว.พลังงานคนใหม่ ต้องกล้าแก้ปัญหา ด้าน“การดี”จี้รับมือวิกฤต’น้ำมัน-ปุ๋ย-เม็ดพลาสติก’ไม่ใช้งบหว่านแห‘อรรถวิชช์’ลั่น‘ไอ้โม่ง’คือโรงกลั่น ขณะที่’เสรีพิศุทธ์’ซัดสต๊อกน้ำมันเดิม แต่ทำไมขึ้นราคา ฉะนายกฯเป็นนักธุรกิจ รมต.มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีทางแก้สำเร็จ ต้องให้คนไม่มีเอี่ยวมาจัดการ
เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 25มีนาคม2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มีสส.ให้ความสนใจอภิปรายร่วม 100คน ทำให้ที่ประชุมสภาฯต้องจำกัดเวลาให้พูดคนละ5-7นาที
สส.นับ100คนต้องแบ่งเวลาอภิปราย
จากนั้น สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่วมเสนอญัตติด่วน 6คน ได้แก่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายวีระยุทธกาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม (กธ.)และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ
เรียกร้อง’อนุทิน’มาชี้แจงข้อเท็จจริง
ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาให้ประชาชนทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน แต่ นายกรวีร์ ปริศนานนันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แย้งว่า การให้นายกฯมาชี้แจงสามารถทำได้ หากประธานสภาฯอนุญาต แต่ญัตติด่วนดังล่าวจะต้องส่งให้รัฐบาลพิจารณาอยู่แล้ว ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การให้นายกฯมาชี้แจงสามารถทำได้ในการตอบกระทู้สดอยู่แล้ว
ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายบริหารมาตอบญัตติด่วนด้วยวาจา เป็นเรื่องฝ่ายบริหารจะมาชี้แจงหรือไม่ ก่อนจะตัดบทเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนต่อไป
‘เอกนัฎ’จี้กางข้อเท็จจริงผลิตน้ำมัน
จากนั้น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวเสนอญัตติว่า ปัญหาขณะนี้คือ เรื่องการสื่อสารไปคนละทางจนประชาชนสับสน แม้กระทรวงพลังงานยืนยันมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบเพียงพอใช้ได้เป็นร้อยวัน โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มสูบกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง น้ำมันออกจากโรงกลั่นไปถึงผู้ค้าน้ำมันปริมาณมากกว่า 77-84ล้านลิตร แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดปั๊มน้ำมันหลายแห่งได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง ข้อมูลสวนทางกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การรวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้ เรื่องการผลิตน้ำมันส่งออกให้ปั๊มและผู้ประกอบการ เหตุใดไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะที่จะช่วยรักษาโรคความตื่นตระหนกประชาชนได้ ส่วนเรื่องเงินกองทุนน้ำมันที่เป็นสิ่งสะกดจิตคนไทยว่า ยังมีน้ำมันใช้ราคาถูก ขณะที่เพื่อนบ้านใช้น้ำมันลิตรละ50กว่าบาท เอาเงินอนาคตมาใช้ ควรทบทวนกลไกกองทุนน้ำมันต้องใช้ชดเชยชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร จะอยู่กับความจริงหรือโลกจินตนาการ
รมว.พลังงานต้องกล้าตัดสินใจ
“วันนี้ยังไม่รู้รมว.พลังงานคนใหม่เป็นใคร แต่ขอใช้โอกาสนี้ส่งข้อความไปยังรมว.พลังงานคนใหม่ ถ้าท่านลืม ก็ฝากเพื่อนสมาชิกไปเตือนสติท่านด้วย เข้าใจว่า ปัญหาพลังงานมีคนเก่งเยอะมาก แต่คนที่จะเข้าไปทำไม่มีความกล้า พอไปดำรงตำแหน่งก็ขาดเจตจำนงทางการเมือง ขอเตือนสติท่าน อย่าฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เสนอมามากกว่าข้อมูลจากประชาชน ให้เชื่อประชาชน ตั้งใจทำงานให้ดี ใช้ความกล้าและเจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหา” นายเอกนัฏ กล่าว
‘กรณ์’ชี้ไอ้โม่งกับรบ.พวกเดียวกัน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ปัญหาวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ความวุ่นวายในประเทศไทยเป็นประเด็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารจัดการและแก้ปัญหาที่ล้มเหลวของรัฐบาล นำมาสู่ความทุกข์ร้อนของประชาชน ประเด็นที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะว่าที่ รมว.พลังงาน บอกถึงข้อมูลที่ย้อนแย้งระหว่างปริมาณการกลั่นน้ำมันที่มากเกินใช้แต่ละวัน แต่ไม่มีน้ำมันขายให้ประชาชน เป็นสิ่งยืนยันว่าไอ้โม่งมีจริง ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลขาดคือ การติดตามข้อมูลน้ำมันทุกหยด นอกจากนั้นแล้วโครงสร้างราคาน้ำมันมีปัญหาเป็นเหตุให้น้ำมันขาดแคลน รวมไปถึงปัญหาการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน
“นายกฯ บอกว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากความตื่นตระหนกเพราะบริหารล้มเหลว และกักตุนขอให้ดูที่ไอ้โม่ง ผมขอให้เอาจริง ไม่เช่นนั้นสุ่มเสี่ยงจะคิดว่ารัฐบาลกับไอ้โม่งเป็นพวกเดียวกัน” นายกรณ์ กล่าว
แนะลดภาษีสรรพสามิตลง6บาท
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า นายกฯพูดถึงการลอยตัวราคาน้ำมัน แต่ไม่คิดจะลดภาษีให้ประชาชน อ้างว่าจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ประชาชนมีความจำเป็นเช่นกันและมากกว่า รัฐบาลต้องมีส่วนร่วม โรงกลั่นต้องมีส่วนร่วม โดยพรรคมีข้อเสนอ กำไรเกินควรในช่วงวิกฤติควรแบ่งปันเป็นธรรมเนียมลาภลอยเพื่อลดภาระให้ประชาชนในกองทุนน้ำมัน รวมถึงลดภาษีสรรพสามิต ลด 6บาท โดย 2ข้อเสนอนี้จะทำให้น้ำมันมีราคาละลง ลิตรละ9บาทและรัฐบาลดำเนินการได้ทันที” นายกรณ์ กล่าว
‘จาตุรนต์’ชง4ทางออกวิกฤตพลังงาน
เวลา11.20น.นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า วันนี้สิ่งที่ประชาชนรับรู้คือ ปัญหาน้ำมันไม่ได้เป็นแค่ข่าวต่างประเทศอีกต่อไป ประเทศไทยต้องวางแผนสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปด้วยคือ 1.ต้องกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันและก๊าซให้หลากหลายขึ้น ไม่พึ่งพาภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไป 2.ต้องทบทวนระบบสำรองพลังงาน การกระจายและโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังเก็บและขนส่ง ให้สามารถรองรับภาวะสะดุดของตลาดโลกได้จริง 3.ต้องลดการพึ่งพาน้ำมันในภาคขนส่งและการผลิตอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาวและ4.ต้องทำให้ภาคเกษตร ภาคขนส่งและภาคการผลิตของไทยปรับตัวได้มากขึ้น ไม่ปล่อยให้ทั้งระบบเปราะบางต่อราคาน้ำมันโลกเช่นเดิม เพราะความมั่นคงทางพลังงานที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการมีน้ำมันพอใช้ในวันนี้ แต่คือการทำให้ประเทศมีความสามารถรับมือกับความผันผวนของโลกได้ในระยะยาว
กธ.ซัดน้ำมันหล่นหายกลางทาง
นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม อภิปรายว่า วิกฤตน้ำมันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น อำเภอชุมแสง บรรพตพิสัยและตาคลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่กลับต้องเผชิญปัญหาน้ำมันขาดแคลน น้ำมันไม่ได้ขาด แต่หายไปจากระบบ จากข้อมูลในพื้นที่ พบว่า น้ำมันไม่ถึงสถานีบริการจริง ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่า มีน้ำมันสำรองเพียงพอ สะท้อนความผิดปกติในกระบวนการกระจายสินค้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีบุคคลบางกลุ่มในระบบที่สับรางทำให้น้ำมันไหลไปอีกช่องทางหนึ่ง มีคนเสนอขายน้ำมันนอกระบบให้ผมในราคาลิตรละ 40-42บาท ถามว่ามันมาจากไหน ถ้าไม่ใช่จากระบบเดียวกัน นี่คือสิ่งที่น่ากังวลและไม่ใช่คนนอกแน่นอน วิกฤตที่เกิดขึ้นยังสะท้อนปัญหาที่ซ้ำเติมเกษตรกรอย่างหนัก โดยเฉพาะรถเกี่ยวข้าวที่ซื้อน้ำมันปริมาณมากไม่ได้ ทำให้โยนภาระให้เกษตรกรต้องไปจัดหาน้ำมันเอง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงหากต้องซื้อน้ำมันตลาดมืดลิตรละ40บาทขึ้นไป
เสรีฯซัดรมต.มีผลประโยชน์ทับซ้อน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ขณะนี้ยังใช้สต๊อกน้ำมันเดิม แต่ทำไมน้ำมันขึ้นราคา เป็นการบริหารจัดการที่ผิดพลาด บกพร่อง ยึดผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก นายกรัฐมนตรีเป็นนักธุรกิจ ผู้รับเหมา หรือ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม เป็นนักธุรกิจน้ำมัน ต้องคิดถึงกำไร การแก้น้ำมันแพง จึงไม่มีทางสำเร็จ ถ้าจะทำให้สำเร็จต้องให้คนไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมาดำเนินการ
‘ทวี’จี้รบ.เลิกยืมจมูกคนอื่นหายใจ
เวลา 12.00น.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายว่า การแก้ปัญหาน้ำมันคลาดแคลน ระยะแรกตนเสนอให้นำภาษีสรรพสามิตมาช่วยอุดหนุนกองทุนน้ำมัน เพราะรัฐถูกมองว่าทุจริต เมื่อเก็บภาษีไป ประชาชนไม่ไว้วางใจและกลัวว่าจะกระจุกตัว การเอาค่าใช้จ่ายทิพย์หรือการอ้างอิงราคาน้ำมันจากประเทศสิงคโปร์ โดย รมว.พลังงานพูดว่า ให้เอาภาษีลาภลอยมาใช้ ซึ่งควรเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาน้ำมัน เราต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน ที่ผ่านมายืมแต่จมูกคนอื่นหายใจ วันนี้ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานโดยใช้ปาล์มแทนน้ำมันใต้ดิน คือการใช้ปาล์มและกรรมาธิการได้ศึกษาB100 พบว่ามี 11ล้านลิตร แต่นำไปผสมแค่3ล้านลิตร ตนเชื่อว่าหากเราสร้างความมั่นคงทางอาหารทางเกษตรได้ เงินก้อนนี้ไม่วิ่งไปต่างประเทศ แต่จะกลับมาวิ่งในประเทศ ดังนั้นควรมีวิสัยทัศน์ในอนาคตที่จะใช้ในส่วนนี้
ปชป.จี้รับมือน้ำมัน-ปุ๋ย-เม็ดพลาสติก
นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ตนขอเสนอ 3ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งรับมือ ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะขาดแคลน ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ทั้งด้านการขนส่งและการใช้เครื่องจักร 2.ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกระจายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีอายุสั้น อาจทำให้ระบบซัพพลายเชนเกิดความติดขัด รวมถึงปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นจากการนำเข้า ซึ่งกระทบต้นทุนเกษตรกรและอุตสาหกรรมแปรรูป จึงข้อตั้งคำถามถึงความพร้อมของภาครัฐในการบริหารจัดการสต็อกสินค้ายุทธศาสตร์และ3.นโยบายควบคุมราคาสินค้าของรัฐที่ปรับลดรายการสินค้าควบคุม อาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีต้นทุนสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญทางเลือกที่จำกัด ทั้งกักตุนสินค้า ลดคุณภาพ หรือยุติกิจการ
อย่าใช้งบประมาณแบบหว่านแห
“ต้องการให้รัฐใช้ข้อมูลอย่างโปร่งใสและแม่นยำ แก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ใช่การใช้งบประมาณแบบหว่านแห ควรจำแนกกลุ่มเอสเอ็มอีตามระดับผลกระทบ ทั้งกลุ่มวิกฤต กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและควรเร่งบังคับใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพ เปิดเผยโครงสร้างต้นทุนสินค้าและสถานะคลังวัตถุดิบสำคัญ เช่น ปุ๋ยและเม็ดพลาสติก เพื่อให้เห็นภาพทั้งระบบและใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือคาดการณ์ล่วงหน้า ป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามต่อเศรษฐกิจประเทศระยะยาว”นางการดี กล่าว
‘อรรถวิชช์’แฉไอ้โม่งคือ’โรงกลั่น’
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อภิปรายในสภาฯว่า ‘วิกฤตขาดแคลนน้ำมันจริงๆ ยังไม่มาถึง แต่จะตามมาจริงในอีก1เดือนข้างหน้า หลังช่วงสงกรานต์ เปรียบเหมือนการดูดหลอดกาแฟ ช่วงลมยังมาไม่ถึง ปริมาณตอนนี้ที่รัฐบาลตรวจสอบจะพบว่า น้ำมันในประเทศยังมี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือหน้าปั๊มไม่มี วิกฤตยังไม่มา ต้องบริหารดีๆ ไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหนหรอกครับ ไอ้โม่งคือโรงกลั่นครับ ประชาชนจะเก็บภาชนะได้หรือครับ อย่างเก่งมีถัง 200 ลิตร ถัง 30ลิตร ต้องถามว่าโรงกลั่น6โรงและเครือข่ายของเขาว่า น้ำมันไปไหน’
น้ำมันมี2ราคา-ค้าส่งตัวกินกำไร
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า เมื่อครั้ง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังอยู่กระทรวงพลังงาน เมื่อปี2568 น้ำมันปกติของประเทศไทย กลั่นวันละ1ล้านบาร์เรล1บาร์เรลเท่ากับ159 ลิตร กล่าวคือปี2568ที่ผ่านมา ไทยผลิตน้ำมันอย่างน้อย159ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเพียงพอ แต่เหตุใดหน้าปั๊มจึงไม่พอ เพราะสงครามเกิดเมื่อ 8ก.พ.ราคาน้ำมันสำเร็จรูปกระชากขึ้นเมื่อต้นเดือนมี.ค.และเกิดอาการ 2ราคา ราคาค้าปลีกไม่ถึง30บาทหน้าปั๊ม แต่ราคาค้าส่งไปถึง 50บาท โรงกลั่นย่อมต้องขายให้ค้าส่ง เพราะขายได้ราคาแพงกว่า เป็นเหตุให้ค้าปลีกขาดแคลนที่หน้าปั๊ม โดยเฉพาะปั๊มที่เป็นระบบแฟรนไชส์จะถูกตัดโควตา เพราะโรงกลั่นและคลังน้ำมันนำไปขายค้าส่ง
แนะใช้พรก.ทุบโรงกลั่น-คุมราคา
นายอรรถวิชช์กล่าวว่า รัฐบาลประกาศอุ้มราคาชดเชย และเปลี่ยนราคาเรื่อยๆ โรงกลั่นจึงรอไปขายเมื่อราคาสูง แล้วจะแก้ไขอย่างไร ตอนนี้มองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาถูกทางแล้ว คือใช้กฎหมาย พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ.2516 เพื่อห้ามส่งออก แต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายนี้ตรึงราคาโดยไม่ชดเชย ซึ่งรัฐบาลควรใช้กฎหมายควรทุบโรงกลั่น โดยประกาศให้เป็นราคาเดียว หรือใช้คณะกรรมการกลางของกระทรวงพาณิชย์ให้กำหนดราคา
“ท่านไปบอกโรงกลั่นนะครับ ว่าโรงกลั่นไม่ใช่ร้านทอง ทองซื้อมาเมื่อวาน 5 หมื่น วันรุ่งขึ้นไปขาย 8 หมื่น ท่านจะไปบังคับให้เขาขาย 5 หมื่นไม่ได้ เพราะรัฐไม่เคยมีกลไกอุ้มความเจ๊งของร้านทอง แต่ในกรณีโรงกลั่น ก็คุณซื้อมา 5 หมื่น วันนี้ขึ้นไป 8 หมื่น รัฐจะบังคับให้คุณขาย 5หมื่น คุณต้องขาย เพราะเรามีกลไกกองทุนน้ำมันอุ้มการขาดทุนของโรงกลั่นอยู่ รัฐบาลต้องคิดใหม่ ใช้ พรก.ปี2516 กำหนดราคาตายตัว เพราะเขาใช้ต้นทุนเก่าเมื่อเดือนที่แล้ว มีเพียงราคาสมมุติที่เพิ่มสูงขึ้น หากนายกรัฐมนตรีสั่งให้เป็นราคาเดียวได้ ไม่เกิดกลไก 2 ราคา และหากโรงกลั่นจะขอชดเชยการขาดทุน ให้ทำเรื่องขึ้นมาขอคณะกรรมการกองทุน ไม่ใช่การชดเชยอัตโนมัติอย่างที่เป็นทุกวันนี้ เพราะโรงกลั่นย่อมต้องรู้ต้นทุนและกำไรขาดทุนอยู่แล้ว’